ตอนที่ 1359
บทที่ 1359 ต่างก็เป็นคนครอบครัวเดียวกัน
October 31, 2026
ในตอนที่นรมนกำลังลังเลอยู่นั้น ก็ได้ยินบุริศร์พูดขึ้นว่า “องค์หญิงหกคนนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับราเชนเหรอ?”
นรมนที่กะว่าจะร้องไห้ในตอนแรก พอได้ยินแบบนี้ก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “พวกเขาสองคนเพิ่งจะร่วมมือกันหรือจะพูดให้ถูกต้องคือร่วมมือกันเพราะว่าฉัน เมื่อเอามาเปรียบเทียบกันแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่าที่หงส์ดูปลอดภัยมากกว่า อย่างน้อยเธอก็จะไม่ทำอะไรคุณแน่”
คำพูดนี้ทำให้ใจของบุริศร์รู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก
“ไปที่นั่นคุณจะลำบากใจได้”
“ใครลำบากใจยังไม่แน่เลย”
นรมนยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น ประกายในดวงตาทำให้บุริศร์สั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ได้ แต่ว่าถ้าเธอรังแกคุณละก็ คุณจะต้องบอกกับผมเลยนะ”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ก็คุณเป็นยันต์คุ้มกายของฉันอยู่แล้ว”
นรมนกอดแขนของบุริศร์ไว้อย่างออดอ้อน ร่างกายที่อ่อนนุ่มถูไถไป บุริศร์รู้สึกว่าไฟร้อนระอุที่อยู่ทั่วตัวโดนดึงดูดออกมาหมดแล้ว
“คุณอยากจะทำอะไร?”
นำเสียงของเขาแหบแห้ง แต่ว่านรมนกลับมองเห็นคลื่นลมแรงที่เกิดขึ้นในดวงตาของเขา แล้วก็รีบออกห่างอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยิ้มแหะแหะแล้วพูดขึ้นว่า “ความเคยชินน่ะ”
“ตอนกลางคืนผมไม่รังเกียจที่คุณจะเคยชินแบบนี้หรอกนะ”
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโอกาสไม่เหมาะสม บุริศร์จะยอมปล่อยเธอไปได้ยังไง ตอนนี้ก็ได้แต่ทอดถอนใจเท่านั้น
นรมนยิ้มอย่างยิ้มทื่อ ๆ อยู่อย่างงั้น แต่กลับไม่ตอบอะไร
“ใช่แล้ว ถ้าหากว่าเราจะไปก็เร็ว ๆ หน่อย ฉันกลัวว่าองค์หญิงหกจะพึ่งพาไม่ได้ ฉันไปหาคุณน้าชัญญาก่อนนะคะ”
บุริศร์ยังไม่ทันได้พูดอะไร นรมนก็วิ่งออกไปเลย อย่างกับว่าเขาเป็นอันตรายใหญ่หลวงยังไงอย่างงั้น
เขายิ้มขึ้นมาแล้วก็ส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ว่าสีหน้ากลับเคร่งขรึมขึ้นมา
ในตอนที่ออกมาจากตำหนักของหงส์นั้นเขาได้พูดอย่างแตกร้าวขนาดนั้นไว้ แล้วตอนนี้พานรมนกลับไปด้วย หงส์จะเกลียดแค้นนรมนหรือเปล่านะ?
พอคิดมาถึงตรงนี้ ยังไงบุริศร์ก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อยแล้ว
แล้วในเวลานี้พอดีสายของหงส์ก็โทรเข้ามาพอดี
“เฮียบุริศร์ คุณอยู่ไหนคะ? ท่านพ่อของฉันไปที่ตำหนักของพี่รองแล้ว ฉันจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้ คุณรีบฉวยโอกาสหลบซ่อนตัวเข้ามาที่ทหารองครักษ์ของฉัน แล้วฉันจะพาคุณออกมานะ”
น้ำเสียงของหงส์ร้อนรนเป็นอย่างมาก
สำหรับบุริศร์แล้ว หงส์นั้นทนเห็นเขาบาดเจ็บไม่ได้แม้แต่นิดเดียวเลย พอสมชัยไปที่ตำหนักของราเชน ก็ทำให้หงส์ตกใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ในใจจะรู้สึกไปพอใจต่อความแตกร้าวที่บุริศร์มีต่อตัวเอง แต่ว่าตอนนี้ก็สนใจมากไม่ได้แล้ว
พอฟังมาถึงตรงนี้ บุริศร์ก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ไม่ต้องไปหรอก ฉันไม่ได้อยู่ที่ตำหนักราเชน อีกเดี๋ยวฉันจะพานรมนกลับไปนะ ถ้าหากเธอรู้สึกว่ายอมรับไม่ได้ละก็ เราก็จะสถานที่อื่นพักชั่วคราวก่อน”
ความหมายที่แอบแฝงของคำพูดนี้ก็คือ เธอสามารถยอมรับนรมนได้ฉันก็ไป ถ้าไม่ได้ก็ช่างเถอะ
หงส์อึ้งไปเล็กน้อย แต่ว่าจากนั้นก็ยิ่งอิจฉามากยิ่งขึ้นเลย
เพื่อผู้หญิงอย่างนรมนแล้ว เฮียบุริศร์กลับพูดจาแรง ๆ ใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วตอนนี้ก็หวาดระแวงกับตัวเองขึ้นมาอีกด้วย นี่คือสิ่งที่หงส์คาดคิดไม่ถึง
ดูท่านรมนคนนั้นคงจะมีน้ำหนักอยู่ในใจบุริศร์มากจริง ๆ
ถ้าหากหงส์จะใช้ไม้แข็งกับนรมนให้ได้จริง ๆ ละก็ คิดว่าบุริศร์คงจะห่างตัวเองไปยิ่งอยู่ก็ยิ่งไกลแน่ หนำซ้ำความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นมาในตอนที่พวกเราร่วมกันสู้รบมาด้วยกันนั้นก็อาจจะหายไปจนหมดสิ้นด้วย นี่คือข้อได้เปรียบของหงส์ เธอจะต้องไม่มีทางให้นรมนมาเอาข้อได้เปรียบอันน้อยนิดของเธอนี้ไปแน่
พอคิดมาถึงตรงนี้ หงส์ก็รีบพูดขึ้นว่า “เฮียบุริศร์คุณพูดอะไรไปนะ ในเมื่อเป็นพี่สะใภ้ ฉันก็จะต้องต้อนรับด้วยใจอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันส่งคนไปรับพวกคุณเองดีกว่า”
“ได้”
คำว่าพี่สะใภ้คำนี้ทำให้ใจของบุริศร์สงบนิ่งลงมาครู่หนึ่ง แต่ว่าก็ไม่ได้ปล่อยวางความระแวงไป
เขานั้นจำได้ดีว่าการต่อสู้ของผู้หญิงนั้นเป็นการต่อสู้อย่างไร้สุ้มเสียง ในเวลาแบบนี้เขาจะต้องอยู่ข้างกายภรรยาอย่างหนักแน่น
ในตอนที่นรมนพาชัญญาออกมานั้น บุริศร์เองก็จบการคุยโทรศัพท์แล้วเช่นกัน
“ไปได้หรือยังคะ?”
นรมนรู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงแม้ว่าในใจจะรู้สึกรังเกียจอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา และยังดูใจกว้างเล็กน้อยจนทำให้บุริศร์รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ก็ทำให้บุริศร์เข้าใจดีว่า ถ้าอยากจะปกป้องชีวิตของนรมนและชัญญาเอาไว้ ยังไงก็มีเพียงแต่ตำหนักของหงส์จะปลอดภัยมากกว่าจริง ๆ
ชัญญาจ้องมองนรมนเล็กน้อย แล้วก็หันไปมองบุริศร์ แล้วพูดเสียงต่ำว่า “ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกเราก็ไปกันดีกว่า อยู่ที่นี่เป็นเวลานานไปเกรงว่าคงจะไม่ดีเท่าไหร่”
“ได้”
นรมนเป็นฝ่ายเข้าไปคล้องแขนบุริศร์ก่อน แล้วทั้งสามคนก็เดินออกไปเลย
ในตอนที่ดารัณเห็นพวกเขาเดินออกมานั้นก็ไม่ได้แปลกเลยสักนิด แถมยังยิ้มอ่อนหวานแล้วก็พูดขึ้นว่า “นี่พวกคุณปรึกษากันดีแล้ว ว่าจะจากไปแล้วใช่ไหมคะ?”
ใจของนรมนหล่นตุ๊บทีหนึ่ง
เธอมักจะรู้สึกว่าดารัณคนนี้เหมือนจะรู้เรื่องอะไรอยู่ ฉะนั้นก็เลยมักจะไม่สบายใจเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายรู้เรื่องครอบครัวเธอจนหมดเปลือกแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนอื่นเขาเลย การนึกคิดแบบนี้มันทำให้คนรู้สึกไม่สบายใจเลย
บุริศร์หรี่ตามองดูดารัณไปครู่หนึ่ง จากใบหน้าของเธอนั้นดูอะไรไม่ออก ผู้หญิงคนนี้ไม่ก็เก็บซ่อนได้ดีมาก ไม่ก็ใสซื่อบริสุทธิ์มากจริง ๆ แต่ว่าบุริศร์รู้สึกว่าความเป็นไปได้อย่างที่สองนั้น ตัวเองยังไม่เชื่อเลย เห็นได้ชัดเลยว่าผู้หญิงที่อยู่ในวังนั้นล้วนเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก
“ใช่ พวกเราจะไปแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ต้องขอบคุณที่คุณดูแลภรรยาผม บุญคุณนี้ต่อไปผมค่อยชดใช้คืนให้นะครับ”
บุริศร์พูดจาอย่างเป็นทางการมาก ขอแค่อีกฝ่ายยังมีประโยชน์ร่วมกัน เขาก็รู้สึกว่ายังสามารถสานสัมพันธ์ต่อไปได้
ดารัณกลับยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ได้ค่ะ คำพูดนี้ฉันจะจำไว้ แต่ว่าตอนนี้ฉันยังไม่มีอะไรที่จะต้องการให้พวกคุณช่วย รออีกหน่อยเถอะ ไม่แน่อาจจะต้องลำบากคุณจริง ๆ ก็ได้ค่ะ”
คำพูดนี้พูดออกมาแล้วทำให้นรมนรู้สึกลังเลอยู่บ้าง แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ก็ทำให้เธอทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“ทางด้านพี่ชายฉันคงจะไม่มีอะไรหรอกมั้ง?”
ในเมื่อดารัณได้สืบค้นครอบครัวของเธอมาจนหมดเปลือกแล้ว ตัวเองจะมาปิดบังอีกก็ไม่มีความหมายแล้ว นรมนก็เลยพูดจาให้กระจ่างไปเลย
“ไม่เป็นไรหรอก ท่านพ่อจะไม่ทำอะไรพี่รองหรอก วางใจเถอะ ที่สำคัญพี่รองก็ได้รับปากว่าจะร่วมมือกับลูกพี่ลูกน้องของฉันแล้ว ท่านพ่อของฉันคงจะเห็นแก่หน้าลูกพี่ลูกน้องของฉันและไม่ทำให้พี่รองลำบากหรอก”