ตอนที่ 1360
บทที่ 1360 หล่อนไปเอาหน้ามาจากไหนกัน?
October 31, 2026
ตั้งแต่ที่มาถึงประเทศF บุริศร์ก็เหมือนกับว่าจะไม่เคยให้สีหน้าที่ดีกับหงส์มาก่อน หงส์จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยใจเล็กน้อยขึ้นมา
เธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรลงไปสักหน่อย ก็แค่ปล่อยมือออกก่อนก็เท่านั้น ถ้าหากว่านรมนไม่ต่อสู้กับตัวเองละก็ แล้วจะมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง?
ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง!
หงส์จ้องนรมนทีหนึ่งอย่างรู้สึกโกรธเกลียด
แน่นอนว่านรมนจะต้องรู้ความในใจของหงส์แน่ เธอดึงแขนเสื้อของบุริศร์ทีหนึ่ง ยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “ฉันหิวแล้วก็หิวไปซิ คุณจะจ้องไปน้องหงส์ทำไม? หรือว่ายังอยากจะให้น้องหงส์ทำกับข้าวให้ฉันกินอีกเหรอ?”
คำพูดนี้ฟังไปแล้วเหมือนพูดล้อเล่น แต่ว่าพอได้ยินอยู่ในหูของหงส์กลับทำให้เธอรู้สึกทนไม่ไหวขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว
ผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์คนนี้กลับยังอยากจะให้เธอทำอาหารให้หล่อนกินอีก?
หล่อนไปเอาหน้ามาจากไหนกัน?
แต่บุริศร์กลับนึกว่านรมนอยากจะกินอาหารที่หงส์ทำขึ้นมาแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จุพูดเสียงนุ่มนวลขึ้นมาว่า “หงส์ทำกับข้าวได้อร่อยมากเหมือนกัน ผมเองก็ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะโชคดีได้กินอีกสักครั้งไหม?”
หงส์รู้สึกอารมณ์แปรปรวนขึ้นมาทันที คละคลุ้งไปด้วยหลากหลายรสชาติ
เมื่อก่อนเธอเคยไปฝึกทำอาหารเพื่อบุริศร์จริง ๆ และก็ยินดีที่จะทำอาหารให้บุริศร์มากด้วย แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าบุริศร์นั้นทำเพื่อต้องการช่วยนรมนระบายความโกรธ ในใจของหงส์นั้นรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ แต่ว่าจะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงลำบาก
“เฮียบุริศร์นี่พูดตลกแล้ว ทำอาหารให้คุณมันก็สมควรอยู่แล้วนี่คะ”
“พี่สะใภ้ของเธอเป็นคนอยากกิน”
บุริศร์ตั้งใจพูดเน้นคำว่าพี่สะใภ้ให้หนักมาก
ตั้งแต่เข้าประตูมาจนถึงตอนนี้ หงส์ยังไม่เคยเรียกนรมนว่าพี่สะใภ้สักคำหนึ่งเลย หนำซ้ำแม้แต่คำสรรพนามสักคำก็ไม่เรียกเลย นี่คือการไม่ยอมรับต่อตัวนรมน
เขารู้ว่าบีบบังคับหงส์แบบนี้มันเกินไปหน่อย แต่ว่าแล้วนรมนไม่ลำบากใจเหรอ?
เธอไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย แล้วทำไมจะต้องมาเช็กบิลกับเรื่องหนี้บุญคุณของตัวเองด้วย?
หงส์กัดฟันขาวราวกับเงินไว้แน่น แล้วก็ยิ้มขึ้นแบบฝืนเล็กน้อย
“ค่ะ พี่สะใภ้อยากจะกิน ฉันก็จะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
พูดจบหงส์ก็หมุนตัวจากไป
ธีรตารู้สึกตกใจเล็กน้อย อยู่ในวังนี้ ไม่เคยมีใครกล้าปฏิบัติต่อองค์หญิงแบบนี้มาก่อน และอีกอย่างองค์หญิงก็ไม่มีทางก้มหัวให้ใครด้วย แต่ว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้กลับทำให้หงส์ยอมให้ตัวเองลำบากใจแต่ก็ยังต้องต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จึงทำให้ธีรตาอดไม่ได้ที่จะต้องจ้องมองบุริศร์มากขึ้นไปอีกหลายที แต่แล้วก็ยังวิ่งตามหงส์ไปอย่างรวดเร็ว
“องค์หญิง เดี๋ยวฉันทำเองดีกว่าค่ะ คุณเป็นองค์หญิงผู้สูงส่ง จะเคยมาเข้าห้องครัวเมื่อไหร่กัน?”
“ไม่ต้องหรอก เธอไม่ได้ยินเหรอ? เฮียบุริศร์อยากกินอาหารที่ฉันทำ เธอเป็นลูกมือให้ฉันเถอะ”
หงส์ปรับสภาพจิตใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมยังมีความรู้สึกดีใจอยู่เสี้ยวหนึ่งด้วย
ขอแค่เป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุริศร์ เธอก็ยินดีที่จะไปทำทั้งนั้น อย่างมากสุดก็แค่มองข้ามผู้หญิงคนนั้นไปก็เท่านั้น
นรมนจ้องมองสถานการณ์ดำเนินไปแบบนี้อย่างรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แล้วถอนหายใจขึ้นทีหนึ่ง แล้วพูดกับบุริศร์ขึ้นว่า “นี่คุณตั้งใจใช่ไหม? คุณรู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย”
“เธอควรจะมีปฏิบัติกับคุณแบบนี้ คุณเป็นพี่สะใภ้ นี่คือความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”
บุริศร์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ กับนรมนนั้น เขาไม่อยากจะมีความลับ
ชัญญากลับคิดไม่ถึงว่าบุริศร์จะทำถึงขั้นนี้ เรื่องระหว่างเขากับหงส์นั้นนรมนเคยเล่าให้เธอฟังแล้ว ตอนแรกนึกว่าชายหนุ่มจะต้องเห็นแก่บุญคุณแล้วทำให้ภรรยาตัวเองลำบากใจไป ในเมื่อภรรยาเป็นคนใน แต่ผู้มีพระคุณคือคนนอก แต่ว่าบุริศร์กลับไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ แต่กลับปกป้องนรมนไว้อย่างแน่นหนา แถมยังไม่ยอมให้เธอมีความลำบากใจเลยสักนิด
ความรักแบบนี้ชัญญารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
เธออดไม่ได้ที่จะนึกบุญทิวาขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อก่อนบุญทิวาก็เคยมีสุภาพเรียบร้อย และสง่างามเช่นนี้ ยังจำได้ตอนครั้งแรกที่ตัวเองและเขาไปร่วมปีนเขากับงานโรงเรียนนั้น เธอเกิดข้อเท้าแพลงขึ้นมา และบุญทิวาก็เป็นคนแบกเธอลงจากเขา
ตอนนั้นบุญทิวายังไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเธอ และปฏิบัติต่อเธออย่างอ่อนโยน จึงทำให้ใจทั้งดวงของเธอตกไปอยู่กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และถึงแม้ว่าต่อมาบุญทิวาจะรู้สถานะที่แท้จริงของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังปฏิบัติต่อเธอเหมือนเก่า ซึ่งไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่นที่แทบจะคุกเข่าหมอบคลานกับเธอ เธอก็เลยยิ่งอยากรักษาความเป็นเพื่อนระหว่างพวกเธอเอาไว้
แต่ทำยังไงได้ในเมื่อฝ่ายหนึ่งมีความรู้สึกแต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับไม่มีความรู้สึก
สุดท้ายแล้วคนที่ผู้ชายเพียบพร้อมอย่างบุญทิวาตกหลุมรักกลับไม่ใช่เธอ
ถ้าหากคนที่เขารักคือเธอละก็ งั้นตัวเองก็คงจะสามารถมีความสุขได้อย่างนรมนแล้วใช่ไหม?
ชัญญาไม่รู้ เพียงแต่รู้สึกว่าที่หัวใจนั้นเจ็บปวดมาก แถมยังอยากจะร้องไห้สักหน่อยด้วย ดูท่าตัวเองน่าจะอายุเยอะแล้ว จะมาเห็นการกระตุ้นจากความรักที่หวานแหววแบบนี้ไม่ได้แล้ว
“ฉันกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนนะ ตอนกินข้าวค่อยมาเรียกฉันเถอะ”
ชัญญากระแอมไอคำหนึ่ง จากนั้นก็ให้สาวใช้พาตัวเองจากไป
นรมนไม่ได้มองข้ามความเศร้าหมองที่พาดผ่านไปในดวงตาของชัญญา จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “นี่คุณน้าชัญญาเป็นอะไรไปคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก อาจจะเหนื่อยน่ะ”
บุริศร์จ้องมองเธอทีหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มจาง ๆ ในใจกลับเข้าใจอะไรอยู่บ้าง แต่ว่าเรื่องความรู้สึกนั้นใครจะไปว่าใครได้ล่ะ?
ชัญญาและบุญทิวานั้นไร้วาสนาต่อกัน และนี่ก็เป็นเรื่องที่พูดอะไรไม่ได้ ถึงแม้จะผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ บุญทิวาก็ยังคงมีความรักที่มั่นคงต่อนงลักษณ์อยู่ ถึงแม้ว่าตัวเองจะสูญเสียความสามารถอะไรบางอย่างไป แต่เขาก็ยังคงหวังว่านงลักษณ์จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ความรักระหว่างพวกเขาได้ผ่านการชะล้างและทดสอบจากกาลเวลามาแล้ว ถ้าหากว่าเป็นไปได้ละก็ บุริศร์เองก็หวังว่าพวกเขาจะสามารถอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่าได้
นรมนเห็นว่าบุริศร์เหม่อลอยขึ้นมาเล็กน้อย ก็เลยหยิกที่เอวของเขาทีหนึ่ง จนบุริศร์เจ็บจนหัวคิ้วขมวดเข้าด้วยกัน
“ที่รัก นี่คุณกำลังใช้ความรุนแรงในครอบครัวอยู่นะ”
“งั้นคุณก็ไปฟ้องฉันเลยซิ!”
นรมนมองค้อนมาที่เขาทีหนึ่ง ความรักที่พรั่งพรูออกมานั้นมีมากมาย แล้วบุริศร์จะไปทำลงคอได้ยังไง?
“ฟ้องคุณนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ว่าผมสามารถใช้วิธีอื่นเรียกร้องคืนกลับมาได้”
ระหว่างที่พูดนั้นมือของบุริศร์ก็มาวางอยู่บนตัวนรมนและลูบไล้ไปเรื่อย แต่กลับโดนเธอตบทีหนึ่งปัดทิ้งไปเลย
“อย่างมาใช้อะไรที่ไม่มีประโยชน์พวกนี้นะ คุณยังไม่ได้พูดมาเลยว่า เมื่อกี้นั้นตั้งใจใช่หรือเปล่า?”
“คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้วยังจะมาถามผมอีกทำไม?”