ตอนที่ 1361
บทที่ 1361 ระวังเล่นกับไฟ ไฟจะไหม้ตนเองเอา
October 31, 2026
นรมนสัมผัสได้ถึงแววตาเชือดเฉือนของหงส์สาดส่องมายังร่างกายของตนเอง แต่เธอไม่แยแส ตั้งแต่เริ่มหงส์ก็ไม่คิดจะผูกมิตรกับเธออยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเธอปฏิบัติกับผู้ชายของตนเองอย่างสมเหตุสมผลและถูกต้องตามกฎหมายมิใช่หรือ? ทำไมต้องดูสีหน้าเขาด้วย?
คิดได้เช่นนี้ นรมนบิดขี้เกียจ ยิ้มหวานพูดกับบุริศร์ “ฉันหิว”
“หงส์ทำอาหารเสร็จแล้ว พอดีเลยไปล้างหน้าแล้วมากินข้าว”
บุริศร์ลูบศีรษะของนรมน เอาอกเอาใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“ค่ะ”
นรมนลุกขึ้นให้สาวใช้พยุงออกไป
หงส์กัดริมฝีปากจนแตก สองมือกำแน่น เธอมองบุริศร์ด้วยท่าทางเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วก็หยุดไปทำให้เขาไม่สบายใจมาก
“มีอะไร พูดมา”
หงส์กัดริมฝีปากล่าง กล่าวเสียงเบา “เฮียบุริศร์ เฮียตามใจเธอมากเกินไปหรือเปล่า ผู้หญิงไม่ควรถูกตามใจ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่รู้ผิดชอบชั่วดี”
นัยน์ตาของบุริศร์เคร่งขรึมขึ้นหลายเท่าโดยพลัน
“ผู้หญิงของฉันก็ควรถูกตามใจ ต่อจากนี้เธออย่าได้พูดเรื่องนี้อีก”
การเข้าข้างของบุริศร์ทำให้หงส์อึดอัดมาก แต่มองใบหน้าเย็นชาของบุริศร์ หงส์จึงไม่พูดอะไรอย่างชาญฉลาด
เมื่อนรมนกลับมาก็สังเกตได้อย่างว่องไวว่าบรรยากาศระหว่างหงส์กับบุริศร์ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อกัน แต่กลับทำเป็นเอ่ยถามเหมือนไม่รู้อะไร “ที่นี่หนาวจังเลย กินข้าวได้หรือยัง?”
“เสิร์ฟอาหาร”
หงส์พยายามไม่สนใจเสียงของนรมนมากเท่าที่จะทำได้ มากเสียจนอยากจะเพิกเฉยต่อคนนี้ไปเสียเลย อย่างไรเสียความรู้สึกที่มีนรมนอยู่ด้วยรุนแรงเกินไป
“คุณสามี ฉันอยากกินกุ้ง”
นรมนยิ้มกริ่มพูด น้ำเสียงมีการออดอ้อนและจงใจเล็กน้อย
บุริศร์ยิ้มอย่างเอาอกเอาใจ ให้ความร่วมมือแต่โดยดี
หลังจากที่เขาแกะเปลือกกุ้งออก ก็นำเนื้อกุ้งวางลงในชามนรมน ตนเองกลับไม่กินสักชิ้น
หงส์มองอยู่ด้านข้าง คิดจะพูดอะไรหลายต่อหลายครั้ง แต่อดกลั้นไว้ เอาแต่จ้องมองนรมนด้วยสายตาประณามอย่างไม่เห็นด้วย หวังว่านรมนจะรู้สำนึก ไม่กดขี่บุริศร์เช่นนี้ น่าเสียดายที่นรมนเหมือนตาบอด ไม่เห็นสายตาเธอโดยสิ้นเชิง
“อือ คุณสามี ไม่คิดว่าจะมีปูด้วย ฉันก็อยากกิน”
“ได้”
บุริศร์แกะปูให้นรมนอีกครั้งและวางลงในชามของเธอ
นรมนกินอย่างเรียกได้ว่าสบายใจ
เห็นท่าทางหน้าชื่นอกตรมของหงส์ เธอรู้สึกว่าความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจยังพอระบายออกมาบ้าง
ชัญญา นั่งกินเงียบๆ อยู่ด้านข้างตั้งแต่ต้นจนจบ เพียงแค่ส่ายหน้า ไม่พูดอะไรออกมา
อาหารมื้อนี้มีเพียงนรมนที่กินอย่างเต็มที่ บุริศร์กินเล็กน้อย หงส์โกรธจนอิ่ม ส่วนชัญญาเพราะไม่ค่อยหิว อย่างไรเสียทั้งโต๊ะอาหารนรมนเหมาหมดคนเดียว
“อิ่มจังเลย”
นรมนเรอ ท่าทางไม่สนใจภาพลักษณ์ทำให้หงส์ทนไม่ไหว
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรบุริศร์ก็คือหนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองชลธี คาดไม่ถึงว่าในฐานะคุณนายบุริศร์นรมนจะไม่สนใจภาพลักษณ์เลยสักนิดเดียว ไม่ไว้หน้าบุริศร์เอาเสียเลย ผู้หญิงแบบนี้นอกจากปีนขึ้นเตียงแล้วยังทำอะไรได้อีก?
หงส์เพียงส่งเสียงเย็นชา แต่นรมนกลับยังรู้สึกว่ายั่วโมโหไม่มากพอ เอ่ยถามหงส์ด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราว “เอ๋? น้องหงส์ ทำไมเธอไม่กินล่ะ? หรือคิดว่าอาหารที่ตัวเองทำไม่อร่อย? งั้นวันหลังฉันจะทำให้เธอกิน ให้เธอลองชิมฝีมือฉันดูบ้าง?
“ต่อให้คุณจะทำอาหารก็เถอะ อย่าทำครัวไหม้แล้วกัน วันหลังผมต้องเข้าครัวเป็นเพื่อน”
บุริศร์พูดต่อทันทีที่นรมนพูดจบลง ทำเอานรมนหดหู่ทันที
เธอทำอาหารได้แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
ปกติเห็นบุริศร์ก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ตอนนี้บุริศร์พูดแบบนี้ ยิ่งจะไม่ทำให้หงส์รู้สึกว่าเธอไม่มีอะไรดีสักอย่างหรือไง?
เห็นไปตามคาด สายตาหงส์มีความเหยียดหยามขึ้นมาแวบหนึ่ง
“ผู้หญิงต้องทำอาหารเป็น โบราณกล่าวไว้ว่าวิธีจับผู้ชายที่ดีที่สุดคือจับกระเพาะของเขา คุณให้เฮียบุริศร์ทำให้ทุกอย่างแบบนี้ได้ที่ไหนกัน? อย่างไรเสียใบหน้าก็แก่ง่าย หลายปีต่อจากนี้ก็ไม่แน่ว่าจะสวยงามแบบนี้เสมอไป”
ในคำพูดของหงส์มีการดูถูก
ราวกับนรมนฟังคำพูดของเธอไม่ออก รีบมองไปทางบุริศร์ และเอ่ยถามอย่างกังวล “คุณสามี ฉันแก่แล้วเหรอ? คุณรังเกียจที่ฉันไม่สวยหรือเปล่า?”
“ไม่เลย ในสายตาผมคุณสวยที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นผมจับกระเพาะคุณได้ก็พอ คุณจะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นแย่งไป”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนรู้สึกมั่นคงอย่างยิ่ง แต่สีหน้าของหงส์กลับดูไม่ได้
บุริศร์เคยพูดคำหวานแบบนี้เมื่อไหร่กัน? และความหมายในคำพูดของเขาคาดไม่ถึงว่าจะกลัวนรมนถูกชายอื่นแย่งไป?
ผู้หญิงที่ปีนขึ้นเตียง แท้จริงมีอะไรคู่ควรให้เฮียบุริศร์ปฏิบัติเช่นนี้?
หงส์กัดฟันจนแทบแหลกละเอียด
นรมนไม่สนใจเธอ โมโหตายไปเลยยิ่งดี จะได้ไม่ต้องโหยหาผู้ชายของเธอทุกวัน
บุริศร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าภรรยาตัวน้อยของตนเองจะมีด้านมืดแบบนี้ อดขำไม่ได้ เแต่รสชาติที่ถูกคนหวงแหนค่อนข้างใช้ได้
“คุณสามีฉันอิ่มแล้ว พวกเรากลับห้องไปออกกำลังกายกันดีกว่า”
นรมนพูดออกมาอย่างน่าตกใจ ชัญญาสำลักซุบทันที รีบไอออกมา ส่วนหงส์หน้าดำเหมือนก้นหม้อ
นังผู้หญิงหน้าไม่อาย!
ในที่สาธารณะเธอยังกล้าพูดเรื่องแบบนี้?