ตอนที่ 1393
บทที่ 1393 มันดีถึงขนาดนี้เลย
October 31, 2026
“ไปเถอะไปเลย ไปกันให้หมด”
หงส์หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ธีรตานิ่งอึ้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นนัยน์ตาของหงส์ทอแววว่างเปล่าและโดดเดี่ยว เธอจึงอดเศร้าขึ้นมาไม่ได้
จริงๆแล้วพอมาลองคิดดูดีๆ หงส์ดีกับเธอมาก เพียงแค่หงส์เก็บซ่อนอารมณ์มาตลอด ทั้งยังพูดน้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีแค่ผู้หญิงคนนี้กรีดตาอยู่คนเดียวในวัง และเรื่องทั้งหมดที่อีกฝ่ายทำมันชวนให้ธีรตารู้สึกหวาดกลัวก็เท่านั้น
จริงๆแล้วเธอดีกับธีรตามาก
ตอนที่ธีรตาป่วย หงส์ไม่ให้เธอมาตามรับใช้ และยังหาหมอมารักษาให้เธออีกด้วย
อย่างที่รู้กันดีถ้าในวังมีสาวใช้ป่วย จะไม่สามารถไปหาหมอได้ในขณะทำงาน ทำได้แค่รอจนกว่าจะเลิกงานถึงจะสามารถออกนอกวังไปหาหมอได้ แต่สาวรับใช้อย่างพวกเธอไม่มีเวลาเลิกงานจริงๆจังๆ จึงไม่สามารถออกไปนอกวังได้ ดังนั้นทุกครั้งเลยต้องมีการเตรียมยาที่จำเป็นเผื่อกันเอาไว้ แต่เมื่อมารับใช้หงส์ เธอไม่เคยต้องมากังวลเรื่องพวกนี้เลย
ยังมีน้องชายของเธอ เดิมทีพวกเขาเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน แต่เพราะได้มาเป็นสาวใช้ของหงส์ น้องชายของเธอเลยได้มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนของผู้ดี อีกอย่างหลายปีมานี้หงส์ก็ยังช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด ทั้งยังเอาใส่ใจการเรียนของน้องชายเธอเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าบางครั้งหงส์จะดูร้ายกาจไปบ้าง แต่ตอนนี้พอมาคิดดู ธีรตากลับพบว่าจิตใจของหงส์ดีมากๆ
เพียงแค่เธอคือองค์หญิง เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ก็จำเป็นต้องทำตัวเยือกเย็นกับทุกๆสิ่ง
เมื่อคิดข้อนี้ได้ ธีรตาก็รีบพูดขึ้นมาว่า “ฉันไม่ไป ฉันเป็นสาวใช้ขององค์หญิง และจะเป็นตลอดไป องค์หญิงอย่าไล่ฉันไปเลยนะ ถ้าต้องไปจากองค์หญิง ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปที่ไหน และต้องทำอะไร”
ทว่าหงส์กลับเข้าใจผิด คิดว่าอีกฝ่ายยังอยากพึ่งพาตัวเองเพื่ออนาคตของน้องชาย จึงอดพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า “ถ้าให้น้องเธออยู่ที่วังต่อคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ตอนนี้เธอเองก็เห็น ว่าในวังวุ่นวายแค่ไหน หลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่มีใครรู้ แต่ฉันสามารถบอกเธอได้ว่า ในวังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และอาจจะมีคนตายมากมาย แต่ไหนแต่ไรตัวแทนที่ถือครองอำนาจการปกครองล้วนแล้วแต่ต้องชดใช้ด้วยเลือดเนื้อ ถ้าน้องชายของเธอเลือกยืนผิดฝั่ง ฉันก็อาจจะช่วยเขาเอาไว้ไม่ได้ ดังนั้นเธอควรให้เขาออกมาจากวังก่อน ส่วนหลังจากนี้ รอให้มีการปกครองใหม่ที่มั่นคง แล้วค่อยกลับไปก็ยังไม่สาย อีกอย่างฉันก็เริ่มรู้สึกไม่อะไรกับตำแหน่งองค์หญิงนี้แล้ว เธอตามรับใช้ฉันก็คงไม่ก้าวหน้า ตอนนี้ควรไปจากฉันจะดีกว่า ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งไปตั้งตัว จากความสามารถของเธอ ยังไงก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว”
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับธีรตาเท่าที่หงส์จะคิดได้
ถึงยังไง ธีรตาก็ติดตามเธอมาตลอดหลายปี เธอยังคงหวังว่าอีกฝ่ายจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย
เมื่อธีรตาได้ยินหงส์พูดมาแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเนื้อแท้ของหงส์เป็นคนจิตใจดี
เธอรีบคุกเข่าลง แล้วพูดว่า “องค์หญิง ธีรตาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะมีชีวิตอยู่เป็นคนขององค์หญิง ตายไปก็ขอเป็นผีขององค์หญิง ถ้าน้องชายของฉันปลอดภัย ธีรตาคนนี้ก็ขอมอบทั้งชีวิตนี้ให้องค์หญิงตลอดไป”
หงส์รู้สึกเกินคาด
เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกว่าธีรตาจะภักดีขนาดนี้ ตอนนี้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มมีความรู้สึกให้กันแล้ว แต่การใช้ชีวิตอยู่ในวังหลายปีทำให้เธอไม่กล้าเชื่อธีรตาในทันที
“เอาล่ะ ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ดีเหมือนกันตระกูลแหลมวิไลจะได้ไม่ขาดคนช่วยกินข้าว”
แค่คิดว่าตัวเองถูกควบคุมโดยใครบางคน หงส์ก็ค่อนข้างอารมณ์เสีย
“องค์หญิง.....”
“เอาล่ะ ฉันอยากอยู่เงียบๆคนเดียว ว่าแต่เฮียบุริศร์กับนรมนอยู่ห้องไหน?”
หงส์รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ห้องแรกทางฝั่งซ้าย แต่เหมือนพวกเขาจะยังไม่ตื่น ส่วนคนที่ชื่อปัญญ์เฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอด หลังจากที่คุณชายจณัตว์กลับไปที่ห้อง เขาก็ยังอยู่กับเด็กผู้หญิงคนนั้น”
คำพูดของธีรตาทำให้หงส์นิ่งไปเล็กน้อย
เธอค่อนข้างสนใจเด็กผู้หญิงที่อยู่กับปัญญ์
ได้ยินมาว่าเพิ่งจะสิบสามเองนี่?
เด็กอายุสิบสามสามารถลักลอบเข้ามาในวังได้อย่างเงียบเชียบ มันเป็นอะไรที่เกินคาดจริงๆ แม้แต่คนของเธอก็ยังไม่สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าฝีมือของเด็กคนนี้ดีขนาดไหน
เพิ่งจะสิบสามเองนะ!
ในอนาคตเด็กนั่นอาจจะทำได้อีกหลายอย่าง แต่เอาแค่ตอนนี้ก็เก่งกล้าถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าจะบอกว่าเบื้องหลังของเด็กนั่นไม่มีกลุ่มแก็งอะไร ต่อให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อหรอก
ส่วนกลุ่มที่ว่าจะเป็นภัยต่อบุริศร์และนรมนหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นความอันตรายที่แอบซ่อนไว้
หน้าที่ของเธอคือดูแลไม่ให้บุริศร์ได้รับอันตราย เพราะฉะนั้นถ้าจะสำรวจคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปชัดเจนอย่างมายด์เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆก็ไม่ถือว่าเสียหายอะไร
“ฉันจะไปดู”
พูดจบหงส์ก็เดินตรงไปทางห้องของมายด์
และปัญญ์ก็ไม่ได้ปิดประตูเอาไว้ หลังจากที่มายด์ผ่าตัดเสร็จก็ยังคงหลับสนิท เมื่อมองมายด์ที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา สายตาปัญญ์ก็ทอแววอ่อนโยน
เขาจับมือของมายด์เอาไว้เบาๆ ถึงจะไม่ได้นอนมาทั้งคืนกระนั้นก็ยังไม่ง่วง
ช่วงที่ผ่านมามายด์พบเจออะไรบ้างนะ? อันที่จริงแล้วปัญญ์อยากรู้มาก แต่มายด์ก็ไม่ยอมพูดมันออกมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอจงใจปิดบัง หรือเป็นเพราะไม่รู้อะไรจริงๆ
ปัญญ์ไม่คิดว่าจะมีใครทุ่มแรงเลี้ยงดูคนกลุ่มหนึ่ง แล้วจะปล่อยไปเฉยๆโดยไม่ใช้ประโยชน์
อีกฝ่ายอาจจะยังไม่สั่งการพวกเขา หรือไม่ก็อาจจะมีเป้าหมายอื่น
เขาคือคนใกล้ตัวของนรมน ถึงปัญญ์จะดีใจที่จู่ๆมายด์ก็ปรากฏตัวมาแบบนี้ แต่พอนึกถึงอันตรายและภัยแฝงที่ซุกซ่อนเอาไว้ เขาก็อดขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ถ้ามายด์ฟื้นขึ้นมาหลังจากผ่าตัดสำเร็จ เขาอาจจะพาเธอหนีไป
อยู่ที่นี่เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรบุริศร์กับนรมนได้ กลับกันถ้าพามายด์มาอยู่ด้วยอาจจะเป็นการนำพาอันตรายมาให้พวกเขา ในเมื่อเป็นอย่างนี้หนีไปยังจะดีกว่า
เขาไม่อยากให้คนที่ตัวเองชอบทำร้ายนรมน
คิดมาถึงตรงนี้ ปัญญ์ก็ตัดสินใจได้ ในตอนนี้เองหงส์ก็เดินเข้ามา
“เธอเป็นใครกันแน่?”
หงส์รู้ว่าปัญญ์เป็นคนของนรมน จึงไม่พูดอะไรอ้อมค้อม
ปัญญ์ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อหันไปมองก็พบว่าหงส์ยืนอยู่ตรงประตู ท่วงท่าสบายๆพกพาความเฉยชาและถือตน ปัญญ์หยุดนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูดว่า “เธอคือคนของผม”
“คนของนาย? ฝีมือของเธอนายเป็นคนสอนมางั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่”
เขารู้ว่าหงส์เป็นคนของบุริศร์ และตอนนี้ก็คงกำลังสงสัยในตัวมายด์ เพราะฉะนั้นถึงได้มาถาม