ตอนที่ 1394
บทที่ 1394 เธอมาขอให้ผมช่วย
October 31, 2026
เธอกำลังจะตามไปดูว่าพวกเขาจะพูดอะไรกัน แต่ก็ได้ยินเสียงเรียกของปัญญ์เสียก่อน
“พี่นรมน มาแล้วเหรอ?”
“อ่า ใช่ มายด์เป็นยังไงบ้าง?”
นรมนหันหลังกลับมา ข่มกลั้นความรู้สึกอึดอัดเอาไว้ในใจ
“คุณชายจณัตว์บอกว่าการผ่าตัดประสบความสำเร็จมาก รอเธอฟื้นขึ้นมาสังเกตอาการอีกหนึ่งวัน ถ้าไม่มีอาการติดเชื้อก็สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์”
พูดถึงเรื่องนี้ ปัญญ์ก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
เมื่อนรมนได้ยินแบบนั้น ใจที่แขวนอยู่กับความพะว้าพะวังก็ผ่อนคลายลงในที่สุด
“มายด์เป็นคนน่าสงสาร ได้กลับมาเจอกันถือว่าเป็นโชคชะตา แกก็ทำตัวดีๆกับเธอล่ะ”
“ครับ”
ปัญญ์พยักหน้า มองมาที่นรมนอย่างขบคิดจากนั้นก็พูดว่า “พี่นรมน ถ้าพ้นช่วงสังเกตอาการแล้ว ผมว่าจะพาเธอหนี”
“หนี? ทำไมล่ะ?”
นรมนค่อนข้างแปลกใจ
การได้มาเจอปัญญ์ที่นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเธอมาก เธอมีเรื่องอยากคุยกับปัญญ์มากมาย อยากถามไถ่อาการของเขาว่าเป็นยังไงบ้าง? ตอนนี้ที่นั่งรถเข็นอยู่เพราะยังรักษาไม่หายหรือว่ายังไง?
เธอมีคำถามอีกเป็นชุดที่อยากถาม คำพูดอีกเป็นกองที่อยากพูดคุย แต่ตอนนี้ปัญญ์กลับมาบอกว่าจะไปอย่างนั้นน่ะเหรอ?
นรมนไม่เข้าใจ
ปัญญ์ไม่คิดปิดบังนรมน เขาพูดเสียงเบาขึ้นมาว่า “ช่วงเวลาที่มายด์หายตัวไปเธอต้องไปพบเจออะไรมาแน่ๆ ฝีมือของเธอถึงได้ดีขนาดนี้ ดีถึงขนาดที่สามารถเข้าไปที่วังของประเทศFอย่างสบายๆไม่มีใครจับได้ ผมเคยถามเธอแล้ว แต่เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย ผมกลัวว่าด้วยความที่เธออายุน้อยแล้วจะถูกหลอกใช้ให้ไปทำเรื่องอะไรที่กู่ไม่กลับ ดังนั้นผมเลยตั้งใจจะพาเธอหนี หนีไปใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเรา แบบนี้ก็จะสามารถตัดขาดการติดต่อของเธอกับกลุ่มอะไรนั่นได้ บางทีอาจจะยังดึงเธอกลับมาได้ทัน”
เมื่อนรมนได้ฟังก็เข้าใจในสิ่งที่ปัญญ์กำลังคิด
เขาไม่ใช่แค่อยากดึงมายด์กลับมา หลักๆคือกลัวว่าคนที่ควบคุมมายด์จะทำร้ายเธอและบุริศร์
ปัญญ์ยังคงเป็นคนดีเหมือนเมื่อก่อน ดีจนบางทีนรมนรู้สึกสงสาร
“แกคือน้องชายของฉันนะ ถ้าแกพาเธอไปทั้งอย่างนี้ เกิดคนกลุ่มนั้นตามหาพวกแกเจอ แกจะป้องกันยังไง? ปัญญ์ อย่าอยู่ห่างจากสายตาของฉัน ฉันไม่มีทางยอมให้แกเกิดเรื่องไม่ดีอีกเด็ดขาด เรื่องของมายด์ปล่อยให้พวกฉันจัดการเอง พวกฉันมีวิธีทำให้เธอไม่ถูกควบคุมก็แล้วกัน”
“พี่นรมน ผมเป็นผู้ชาย เรื่องพวกนี้ผมเอาอยู่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก อยู่ที่นี่ไปผมก็ช่วยอะไรพวกพี่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเป็นไอ้ลูกแหง่ ที่ยอมให้ใครมาบีบเล่นตามใจซะหน่อย พี่บอกเองนี่ ว่าผมคือน้องชายของพี่ น้องชายจะนำความเดือดร้อนมาให้พี่สาวได้ยังไงว่าไหม?”
“แกไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ฉัน ปัญญ์ ต่อไปห้ามพูดอย่างนี้อีกนะ แกคือน้องชายที่อบอุ่น พี่ทำใจตัดขาดจากแกไม่ได้หรอกนะ”
นรมนพูดพร้อมกับกอดปัญญ์เอาไว้
เธอติดค้างเขา ติดค้างตระกูลเจริญไชย และติดค้างคมทิพย์ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้ว่าจะชดใช้หมดหรือเปล่า
ปัญญ์ตบหลังของเธอเบาๆ พูดยิ้มๆว่า “พี่นรมน ผมก็ตัดขาดจากพี่ไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่าคนเราพอเติบโตขึ้น ยังมีเรื่องอีกมากมายให้ต้องทำ และสุดท้ายก็ต้องเผชิญกับการจากลา แต่ว่ามีคำพูดหนึ่งที่พูดเอาไว้ได้ดีเลยล่ะ นั่นก็คือเราจากกันในคราวนี้ก็เพื่อความปลื้มปีติในการพบกันในคราวหน้า เชื่อผมสิถ้าเราเจอกันอีกครั้งผมจะกลายเป็นคนที่เจ๋งกว่านี้ จะกลายเป็นความภาคภูมิใจของพวกพี่และก็ตัวผมเอง”
เมื่อนรมนได้ยินเขาพูดมาอย่างนี้ก็รู้ดีว่าเขาตัดสินใจมาดีแล้ว
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายอบอุ่น แต่เขาก็เป็นเด็กผู้ชายที่ยึดมั่นในการตัดสินใจมากๆ ถ้าได้ตัดสินใจเรื่องอะไรไปแล้วก็จะไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายๆ ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมาดีแล้ว
เมื่อคิดได้อย่างนี้ แม้นรมนจะทำใจไม่ได้สักแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถบังคับอีกฝ่ายได้ อีกอย่างอยู่ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยจริงๆ
เธอปล่อยปัญญ์ออก แล้วลูบผมบนหน้าผากของเขาเบาๆ จากนั้นถึงได้พูดขึ้นมาว่า “ต้องการอะไรบอกพี่ได้ตลอดเลยนะ แกเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆของฉัน ถ้าแกเห็นฉันเป็นคนอื่น ฉันจะโกรธแกจริงๆด้วย”
“ครับ”
นัยน์ตาของปัญญ์ทอแววอบอุ่น
เขารู้ดีว่านรมนคือเพื่อนสนิทของคมทิพย์พี่สาวเขา ตอนแรกแค่ชดใช้ให้เธอเพื่อตอบแทนบุญคุณที่เธอดูแลพี่สาวของเขา แต่คิดไม่ถึงเลยว่ายิ่งได้รู้จักก็ยิ่งรู้สึกคุ้มค่ากับสิ่งที่ตัวเองกับพี่สาวต้องเสียไป
ความจริงแล้วเรื่องของตระกูลเจริญไชยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนรมนเท่าไหร่นัก แต่เธอก็มักจะโยนให้เป็นความผิดตัวเองอยู่เสมอ
ปัญญ์รู้ว่าโชคชะตาระหว่างพวกเขาไม่มีทางตัดกันขาด ในเมื่อเป็นอย่างนี้ มีพี่สาวเพิ่มอีกสักหนึ่งคนก็ดีเหมือนกัน
“งั้นก็ดูแลมายด์ดีๆล่ะ หลังจากพวกแกปักหลักได้ และหลังจากที่สืบเรื่องของกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังเธอได้แล้ว ก็หาเวลาไปเจอพี่ของเธอด้วยล่ะ ฉันคิดว่าปวีราเองก็คิดถึงเธอเหมือนกัน”
“ครับ”
ปัญญ์พยักหน้า จากนั้นถึงได้เดินเข้าไปในห้อง
ทันใดนั้นก็มีมือคู่หนึ่งแตะบนหลังนรมน ชั่วพริบตาเดียวก็ดึงนรมนเข้าไปในอ้อมกอด กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้นรมนรู้ในทันทีว่าคนที่อยู่ข้างหลังคือใคร
“ทำอะไรเนี่ย?”
เธอดิ้นออกจากอ้อมกอดของบุริศร์ อย่างอารมณ์ไม่ดีนัก
สีหน้าของบุริศร์ทอแววย่ำแย่
“คุณกอดเขาสามสิบกว่าวินาที! นรมน ปัญญ์เป็นผู้ชายนะ!”
“แล้วยังไง?”
นรมนเอ่ยถามอย่างเรียบนิ่ง ดวงตาฉายแววไม่พอใจ
บุริศร์รู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันที
“แล้วยังไงงั้นเหรอ? คุณไม่เคยกอดผมอย่างนั้นบ้างเลย!”
“ใช่ไง ฉันไม่เคยกอดแขนคุณแล้วพาเดินออกไปข้างนอก ขนาดปัญญ์เป็นผู้ชายใครๆก็ดูออกว่าไม่มีอะไร แต่กับหงส์ที่เป็นผู้หญิงใครบางคนดันดูไม่ออกซะงั้น”
พูดจบนรมนก็ก้าวเดินออกไป
บุริศร์นิ่งไปเล็กน้อย ชั่ววินาทีก็เข้าใจอะไรบางอย่าง มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“คุณหึงเหรอ?”
“หึงกับผีน่ะสิ”