ตอนที่ 1416
บทที่ 1416 นรมนอารมณ์ไม่ดี
October 31, 2026
“พี่เขาไม่ได้กำลังผ่าตัดให้ราเชนอยู่บนเครื่องบินเหรอ?”
นรมนยังจำข่าวที่ตนเองได้รับก่อนออกมาได้ แต่ตอนนี้เห็นธรรศตึงเครียดเช่นนี้ จึงอดตกใจไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เพิ่งมีข่าวกลับมาว่า เครื่องบินที่จณัตว์โดยสารถูกจู่โจม ตอนนี้เครื่องบินตก พวกเขาสาบสูญไร้ร่องรอย”
ธรรศกังวลมาก
จณัตว์คือลูกชายคนเดียวของพี่รอง หลายปีที่ผ่านมาพี่รองยังไม่เคยเจอลูกชายตนเองเลย หากเกิดอะไรขึ้นจริง เขาไม่กล้าจินตนาการ
“ฉันจะส่งคนไปตามหา”
นรมนรู้สึกว่าเลือดในร่างกายแข็งตัวขึ้น
ใครจู่โจมจณัตว์?
ไม่มีทางเป็นสมชัย พรินทร์ตอนนี้ก็ไม่มีโอกาสแล้ว งั้นจะเป็นใคร? หรือจะเป็นฉัตรพล?
ถ้าฉัตรพลต้องการนั่งบนตำแหน่งพระราชาของประเทศ F คงจะไม่ลงมือกับจณัตว์ หรือจะเป็นกองกำลังที่ไม่รู้จักที่ลงมือกับเธอและบุริศร์ที่บ่อน้ำพุร้อน
เป็นใครกันแน่?
นรมนหันตัวไปจะสั่งคนอาณาจักรรัตติกาลกลับไปตามหา กลับถูกธรรศขวาง
“ฉันจะจัดการเรื่องของจณัตว์เอง เธอพาบุริศร์กลับเมืองชลธีไปก่อน ที่ฉันถามไม่ใช่เพราะต้องการให้เธอทำอะไร แค่คิดว่าเธออาจจะรู้อะไรบ้าง ฉันจะได้เปิดทางให้ฉันลงมือตรวจสอบ”
ธรรศขวางนรมนไว้
ถึงแม้จณัตว์จะมีความสำคัญมาก แต่นรมนก็เช่นกันไม่อาจปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นได้
นรมนนึกถึงอาการบาดเจ็บของบุริศร์ และรู้ว่าตอนนี้ตนเองเอาแต่ใจไม่ได้ จึงกระซิบเรื่องที่เกิดขึ้นกับบ้านตระกูลแหลมวิไลให้เขาฟัง
สีหน้าของธรรศเคร่งขรึมทันที
“พวกเธอต่างไม่รู้ว่าใครต้องการฆ่าพวกเธอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน อีกฝ่ายเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว และคนที่ส่งมาต่างเป็นพวกพลีชีพ พวกเราจึงสืบอะไรไม่ได้เลย”
“มีปัจจัยที่ไม่สงบสุขแบบนี้ทำไมยังมุทะลุอีก? ทำไมบุริศร์ทำซี้ซั่วแบบนี้?”
ธรรศปวดหัวแทบระเบิด
เจตต์ทนเห็นธรรศพูดแบบนี้กับนรมนไม่ได้ แต่ธรรศก็เป็นคุณอาธรรศของนรมน เขาจึงต้องก้าวขึ้นไปพูดว่า “คุณอาธรรศ เรื่องนี้ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์ เดาว่าก็คงจะทำแบบนี้ ไม่มีเวลาวางแผน และในประเทศ F พวกเขาหัวเดียวกระเทียมลีบ คุณกับกองกำลังป้องกันประเทศต่างถอนกำลังกลับมาแล้ว พวกเขาสามารถกลับมาครบสามสิบสองก็ไม่เลวแล้ว ส่วนณัตว์ผมคิดว่าเขาน่าจะมีวิธีหลบหลีกเหตุการณ์เลวร้าย ตอนนี้อาจไม่สะดวกติดต่อพวกเราแค่นั้นเอง”
“ขอให้เป็นแบบนั้น พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ ผมจะไปดูอีกครั้ง”
ธรรศพูดจบก็หันตัวเดินจากไป
จณัตว์เป็นลูกชายคนโตของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา และเป็นลูกชายของพี่รอง เขาไม่หวังให้เกิดเรื่องขึ้นกับเขาจริงๆ
เจตต์ตบไหล่ของนรมนเบาๆ กล่าวปลอบโยน “อย่าถือสาเลย คุณอาธรรศแค่เป็นห่วงจณัตว์มากเกินไป”
“ฉันไม่ได้อิจฉา อย่าคิดมากเลย”
นรมนหัวเราะออกมาเบาๆ เห็นเจตต์แล้วอบอุ่นเป็นพิเศษ
“ร่างกายของพี่เป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก เธอไม่ได้รู้ทุกอย่างที่ควรรู้หมดแล้วเหรอ? อย่าถามเรื่องพวกนี้เลย ว่าแต่เธอ ครั้งนี้เก่งมากเลย เปลี่ยนมุมมองของพี่ใหม่ไปเลย คิดไม่ถึงว่าน้องสาวตัวเล็กๆ ของพี่จะกล้าหาญแบบนี้ หื้อ?”
เจตต์พูดแล้วก็ยื่นมือมาบีบจมูกนรมน นรมนขมวดคิ้วอย่างกลุ้มใจ
“ดั้งจมูกฉันเบี้ยวหมดแล้วเนี่ย”
“ทำเป็นพูด เธอไม่ได้ทำจมูกซะหน่อย ไปเถอะ พี่จะพาเธอไปหาเมียของพี่ หล่อนคิดถึงเธอน่าดู”
“อืม ฉันก็คิดถึงพี่สะใภ้”
นรมนตามเจตต์ขึ้นเครื่องบินไป
เมื่อถึงสถานที่ที่นัดกับบุริศร์ นรมนก็มองเห็นขวัญตา
“พี่สะใภ้ ตอนนี้พี่ดูหน้าตาอิ่มเอิบจังเลยค่ะ”
หลังคลอดหนึ่งเดือน ขวัญตาอ้วนไปห้ากิโลกรัม แต่ฟื้นตัวดีมาก
ขวัญตาถลึงตาใส่เจตต์อย่างคับแค้นใจ จากนั้นโอบไหล่นรมน ฟ้องว่า “เธอไม่รู้หรอกว่าพี่ชายของเธอเกินไปมาก ให้ฉันดื่มซุปให้หมดในคราวเดียว และไม่ให้ใส่เกลือ ฉันไม่รู้ว่าจะดื่มน้ำมันทั้งชามลงไปยังไง พอฉันไม่ดื่มเขาก็เอาแต่จ้องฉัน น่ากลัวจริงๆ”
นรมนหลุดขำออกมา
“ฉันกลับคิดว่าพี่เขาห่วงใยพี่นะคะ”
“พอกันที ครั้งต่อไปฉันจะไม่ให้เขามาดูแลหลังคลอดแล้ว”
ท่าทางไม่ยินยอมของขวัญตาทำให้นรมนหัวเราะ แต่กลับทำให้เจตต์เซ็ง
“ผมมันชอบรังแกขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ตัวเองน่าเอือมระอายังไงไม่รู้เลยเหรอ? ฉันไม่พูดกับคุณแล้ว ฉันจะคุยกับนรมน”