ตอนที่ 1419
บทที่ 1419 ฉันยังเป็นคนป่วยอยู่นะ
October 31, 2026
ตอนเข้ามาคนส่งดอกไม้ตื่นเต้นมาก ส่วนตอนนี้หวาดกลัวมาก เคยแต่ได้ยินข่าวลือว่าประธานบุริศร์เย็นชาเข้าถึงไม่ได้ง่ายๆ ตอนนี้ดูแล้วน่ากลัวเกินไป
เธอวางดอกไม้ลงรีบวิ่งหนีออกไป
บุริศร์มองดอกกุหลาบสีแดงสดนั้น รู้สึกไม่เข้าตาไปพักหนึ่ง น่าเสียดายที่คนส่งดอกไม้วางเอาไว้ค่อนข้างไกล ตนเองไม่สามารถโยนทิ้งได้ กลับทำให้เขาใจคอเหี่ยวแห้งยิ่งกว่าเดิม
ทำการผ่าตัดใหญ่มา ทำลายพลังชีวิตไปเยอะ บุริศร์พลิกไปพลิกมาไม่นานก็รู้สึกเหนื่อย หลับไปพร้อมกับความห่อเหี่ยวและจนปัญญา
รอห้องนอนหลักเงียบเสียงลง นรมนถึงจะลุกจากเตียง
เปรียบเทียบกันแล้วร่างกายของเธอยังถือว่าโอเค
มิลินได้ยินเสียงข้างห้อง จึงรีบเดินมา
“คุณนาย คุณต้องการทำอะไรคะ? ฉันจะช่วยคุณ”
“ไม่เป็นไร เด็กๆ ไม่รู้เรื่องที่พวกเราบาดเจ็บใช่ไหม?”
นรมนค่อนข้างกังวล
มิลินส่ายหน้า “ไม่รู้ค่ะ คุณชายเจตต์ให้พวกเราเก็บเป็นความลับ”
“ทางฝั่งประเทศ F มีข่าวอะไรส่งมาไหม? หาพี่ชายของฉันเจอหรือยัง?”
“ไม่แน่ใจค่ะ”
คำตอบของมิลินทำให้นรมนกลุ้มใจ
ไม่รู้ไม่แน่ใจไม่ใช่คำตอบที่เธอต้องการ พวกเขาตกอยู่ในที่นั่งลำบากเกินไป จนมีความเป็นไปได้ที่จะพัวพันไปถึงคนที่พวกเขาห่วงใยด้วยซ้ำไป อย่างเช่นจณัตว์ หงส์ ปัญญ์กับมายด์ออกมาทำให้เธอโล่งอกอยู่บ้าง และไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของราเชนเป็นอย่างไรบ้าง
“เตรียมรถ ฉันจะกลับบ้านของฉัน”
คำพูดของนรมนทำให้มิลินลังเล
“คุณนาย ตอนนี้คุณยังบาดเจ็บอยู่ ควรจะพักเยอะๆ”
“ฉันไม่เป็นไร หารถเข็นให้ฉันก็พอ ยิ่งไม่รู้ข่าวของพวกเขา นอนไปก็ไม่ใช่เรื่อง”
นรมนพูดแล้วก็จะลุกขึ้น มิลินรีบประคอง
เธอครุ่นคิดสักพักจึงกล่าวว่า “ถ้าคุณนายอยากทราบข่าวของพวกเขา ทำไมถึงไม่ถามผู้ใหญ่บ้านล่ะคะ? ในเมื่อเขาก็ติดตามทางนั้นอยู่”
นรมนนิ่งไปสักพัก มองมิลินอย่างเงียบๆ
ทุกคนต่างมองออกว่าเธอทำสงครามเย็นกับบุริศร์ เพียงแค่มิลินอยากให้พวกเขาทั้งสองปรับความเข้าใจและคืนดีกัน
สำหรับบุริศร์เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงประเด็นที่ผิด เธอโกรธเพราะบุริศร์ไม่เห็นคุณค่าชีวิตของตนเอง บุริศร์มีความสำคัญต่อเธอมาก หรือในใจของบุริศร์ เธอไม่สำคัญต่อเขาแล้วเหรอ?
พวกเขาเป็นสามีภรรยา ประคับประคองกันและกันก็สามารถเป็นคู่สามีภรรยาที่เดินหน้าและถอยหลังไปด้วยกันได้ อุปสรรคหนักหนามากแค่ไหนผ่านเข้ามา แต่เขายังตัดสินใจจัดการให้เธอไปก่อน ทำให้ตนเองตกอยู่ท่ามกลางอันตรายเช่นนี้ จนเธอไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าถ้าตนเองไปช้า บุริศร์จะกลายเป็นศพไปหรือเปล่า
ถ้าครั้งนี้เธอให้อภัยบุริศร์ง่ายๆ ครั้งต่อไปบุริศร์ก็จะยังคงเป็นแบบนี้
เพียงแค่เรื่องนี้นรมนไม่คิดจะพูดกับคนนอก
“ฉันคิดถึงคุณอาธรรศและอาธรณีของฉัน”
คำพูดเหล่านี้ปิดกั้นมิลินที่จะร้องขอความเมตตาให้บุริศร์ต่อ
เธอจัดแจงรถเข็นและบอดี้การ์ด คุ้มกันนรมนออกไป
นรมนพูดไม่มีผิด อาการบาดเจ็บของเธอน้อยกว่าบุริศร์มาก และเธอคือนายหญิงของบ้านหลังนี้ มิลินต้องเชื่อฟังโดยปริยาย เธอยังมีอาณาจักรรัตติกาล อยากรู้อะไรสามารถรู้ผ่านอาณาจักรรัตติกาลได้ การไปตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ก็แค่อยากออกไปสูดอากาศเท่านั้นเอง
เมื่อรถมาถึงตระกูลทวีทรัพย์ธาดา คุณอาธรรศไม่อยู่ ธรณีได้ยินว่านรมนกลับมา ก็รีบออกมาจากด้านใน เมื่อเขาเห็นนรมนนั่งบนรถเข็น ก็อดแปลกใจไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้น? ไหนคุณอาธรรศของเธอบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร?”
ธรณีไม่ได้ร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย แค่ฟังคุณอาธรรศพูดตอนกลับมา บอกเขาว่านรมนกับบุริศร์กลับมาแล้ว ช่วงนี้เขาไม่ต้องไปหา บอกว่าพวกเขามีธุระเล็กน้อย ไม่สะดวกให้คนไปเจอ เขาจึงอดทน
แต่สภาพในตอนนี้ของนรมน ธรณีเข้าใจทันทีว่าธรรศหลอกตนเอง รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย
“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้?”
เรื่องประเทศ F เป็นความลับทางทหาร ตอนนี้ธรณีปลดเกษียณแล้ว ครั้งนี้จึงไม่ได้เข้าร่วม เธอจึงไม่อยากเล่าให้ธรณีฟังมากเกินไปโดยปริยาย แต่คิดถึงตัวตนของจณัตว์ นรมนค่อนข้างลังเลใจ
“อาธรณี อาอย่าโทษคุณอาธรรศเลย เขาก็ไม่มีทางเลือก”
ประโยคเดียวของนรมนก็เข้าใจอะไรขึ้นมา
“เธอเข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย?”
“อาเองก็รู้สถานะของบุริศร์ และมีบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเราอย่างซับซ้อน ถึงฉันจะไม่อยากเข้าร่วมก็ทำอะไรไม่ได้”
นรมนรู้สึกจำใจอยู่บ้าง
แต่ไหนแต่ไรปัญหามักจะมาหาเธอ ไม่ใช่เธอเป็นคนสร้างปัญหาเสียเอง
ธรณีถอนหายใจ ไม่ได้ถามรายละเอียดปลีกย่อยมากเกินไป แค่สงสารนรมน
“ไม่กี่วันก่อนนี้จู่ๆ คุณอาธรรศของเธอก็ให้คนตระกูลทวีทรัพย์ธาดาไปปฏิบัติการที่น่านน้ำสากล เพื่อเธอกับบุริศร์หรอกเหรอ?”
ถึงแม้นรมนจะไม่พูดอะไร แต่วันนี้ธรณีเห็นนรมน นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้อีกครั้ง จึงเดาได้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
นรมนพยักหน้า
“ใช่ บุริศร์บาดเจ็บหนักมาก ข้างหลังพวกเรายังมีกองกำลังของสมชัยไล่ตาม ตอนที่หมดหนทาง ฉันทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากคุณอาธรรศและพี่ชาย”
“ดังนั้นตอนนี้อาธรณีของเธอก็เป็นคนไร้น้ำยา เธอก็คิดดูถูกใช่ไหม?”
ถ้านรมนใช้แค่กำลังของธรรศ ธรณีก็จะไม่โกรธอะไร วันนี้ได้ยินว่ามีเจตต์เข้าร่วมด้วย จึงอดหดหู่ไม่ได้
นรมนรู้ว่าธรณีเข้าใจผิดทันที รีบกล่าว “อาธรณี อย่าพูดแบบนี้สิ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น แค่ตอนนั้นเหตุการณ์คับขัน ฉันกลัวอารู้แล้วจะเป็นห่วงเลยไม่ได้บอกอา อาดูสิฉันเพิ่งจะกลับมา ก็มาหาอาโดยไม่สนร่างกายของตนเอง นี่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าฉันแคร์อาหรือคะ? ฉันยังไม่ได้ไปหาคุณตาเลยด้วยซ้ำ”
นรมนพูดอย่างน่าสงสาร อีกทั้งร่างกายที่บาดเจ็บ ธรณีจึงไม่พูดอะไรอีก