ตอนที่ 1463
บทที่ 1463 ฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเองนะ
October 31, 2026
พอนภดลได้ยินเสียงปาณีวางสายไปแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในหัวสมองคิดอยู่แต่เรื่องปาณีอยากจะดูหนังสยองขวัญ
เธอบอกว่าหนังสยองขวัญสามารถเพิ่มความสนิทสนมให้คนสองคนได้ เป็นเรื่องจริงเหรอ?
พอคิดแบบนี้แล้วก็เหมือนกับว่าจะไม่เลวเลยนะ
นภดลมองดูเล็กน้อย แล้วก็เลือกหนังสยองขวัญมาเรื่องหนึ่ง และยังจองที่นั่งและซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าด้วย
ตอนเที่ยงยังต้องกินข้าวอีก และก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ปาณีนัดกับผู้ชายคนนั้นไว้ที่ไหน แต่ว่าปาณีเหมือนจะชอบกินอาหารเสฉวนนะ
นภดลค้นหาไปครู่หนึ่ง แล้วก็เห็นร้านร้านอาหารสะพานหันที่ทั้งรีวิวและคอมเมนต์ล้วนติดอันดับหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่เลว จึงจองที่ไว้เอาไว้
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นภดลก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
อ๋อ ใช่แล้ว จะต้องซื้อดอกไม้สักช่อไหมนะ?
ได้ยินมาว่าผู้หญิงชอบดอกไม้กันทั้งนั้น ปาณีเองก็น่าจะชอบเหมือนกันมั้ง
เขาจำได้ว่าปาณีชอบดอกไวโอเล็ตสีม่วงใช่ไหม?
แล้วนภดลก็สั่งจองดอกไม้ช่อหนึ่งจากแอปพลิเคชัน จากนั้นถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ควรจะต้องแต่งตัวสักหน่อยไหม?
แต่ว่าในตู้เสื้อผ้าก็ไม่ได้มีเสื้อผ้าพิเศษอะไร ชุดที่ใหม่ที่สุดก็ยังเป็นชุดที่ปาณีช่วยซื้อให้เขา
พอคิดถึงเรื่องนี้แล้ว มุมปากของนภดลก็คลี่ขึ้นเล็กน้อย
อืม งั้นก็ใส่ที่เธอซื้อดีกว่า
นภดลใส่ชุดลำลองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็หาแฮกเกอร์คนหนึ่งมาแฮกเข้าเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้ชายคนนั้น แล้วก็ใช้เบอร์มือถือนั้นส่งข้อความที่อยู่ร้านอาหารและเรื่องนัดดูตัวไปให้ปาณี เอาเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงให้หลังดีกว่า
เวลาหนึ่งชั่วโมงปาณีน่าจะแต่งตัวเสร็จแล้วมั้ง
หลังจากที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว นภดลก็ได้จัดแจงงานของช่วงบ่ายออกไป แล้วก็กะว่าจะตั้งใจไปนัดเดทกับปาณีสักหน่อย
ทางด้านปาณีทุกข์ใจจะแย่อยู่แล้ว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
เธอมองดูทีหนึ่ง เป็นเบอร์แปลก ๆ เบอร์หนึ่ง
อีกฝ่ายส่งตำแหน่งร้านอาหารและเวลานัดหมายมา
ปาณีอึ้งไปครู่หนึ่ง
ส่งผิดแล้วมั้ง?
เธอลองเช็กดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เบอร์นี้เป็นเบอร์ที่เพิ่งเห็นครั้งแรก ไม่รู้จักเลย
น่าจะส่งมาผิดแล้ว
เธอรีบส่งข้อความตอบกลับไป
“ส่งผิดหรือเปล่าคะ?”
พอนภดลเห็นก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
พอนึกขึ้นได้ว่าสถานที่ที่ปาณีกับผู้ชายคนนั้นนัดหมายกันไม่ได้อยู่ที่สะพานหัน จึงอดไม่ได้ที่จะตอบกลับไปว่า “ตำแหน่งนี้แหละ มาตามที่อยู่นี้เลย ผมจะรอคุณ”
หัวคิ้วของปาณีแทบจะขมวดเข้าด้วยกันอยู่แล้ว
นี่มันคนอะไรกัน?
ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีเอามาก ๆ นภดลมีผู้หญิงที่ชอบแล้ว และความจริงที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอได้กระทบกระเทือนโดนเธอจนทำอะไรก็ไม่มีเรี่ยวแรง มาตอนนี้เธอได้เตือนอีกฝ่ายว่าส่งข้อความผิดแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้ตัวอีก เธอเองก็ขี้เกียจที่จะพูดแล้ว
ปาณีได้ปิดเครื่องไปโดยตรงเลย จากนั้นก็ดูชุดกระโปรงที่อยู่ข้าง ๆ ทีหนึ่ง แล้วก็เอามันยัดใส่ในตู้ แล้วเอาชุดออกกำลังกายออกมาชุดหนึ่ง และรวบผมยาวมัดให้กลายเป็นหางม้า จากนั้นก็สวมใส่รองเท้าพื้นเรียบอย่างคล่องแคล่วแล้วก็เปิดประตูห้องเดินออกไป
“เปลี่ยนใจแล้ว ออกไปกินข้างนอกกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงพวกเธอเอง”
ตอนนี้ในใจปาณีรู้สึกเป็นทุกข์มาก แต่เธอรู้ว่าภารกิจในตอนบ่ายของเธอนั้นสำคัญมาก มักจะพูดกันว่าตอนที่อารมณ์ไม่ดีจะต้องไปซื้อ ซื้อ ซื้อ จะต้องกิน กิน กิน เธออยากจะลองดูว่าไปกินสักมื้อจะสามารถทำให้ความทุกข์ของตัวเองสลายไปได้หรือเปล่า
พอลูกน้องได้ยินว่าปาณีจะเลี้ยงข้าว แน่นอนว่าก็ต้องดีใจอยู่แล้ว มีแต่พัณณิตาที่ไม่รู้สึกดีใจอะไร แต่จะพูดว่าไม่ไปก็ไม่ได้
พวกคนทั้งหลายออกจากบ้านใหญ่ตระกูลโตเล็กไป
ปาณีพกโทรศัพท์ปฏิบัติงานออกมา แล้วก็ได้ทิ้งโทรศัพท์ของตัวเองไว้ในห้องเลย แถมยังทำให้อยู่ในสภาพปิดเครื่องด้วย
เธอส่งข้อความไปให้คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ข้อความหนึ่ง
“ความลับที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของนภดลคืออะไร?”
ข้อความของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์นั้นส่งออกไปตั้งนานแล้ว แต่ปาณีก็ไม่มีการตอบกลับมา เธอเลยเป็นกังวลมาตลอดว่าปาณีจะไม่ได้เป็นห่วงนภดลมากขนาดนั้น พอมาตอนนี้เห็นปาณีตอบข้อความกลับมาแล้ว คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ก็ยิ้มขึ้นมาทันที
“ฉันยังนึกว่าเธอจะอดทนได้ดีขนาดนั้นจริง ๆ ที่แท้มันก็แค่นั้น”
พูดจบเธอก็โทรศัพท์หาปาณีเลย
ชั่ววินาทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปาณีก็รับสายเลย
“เบอร์โทรของเธอเบอร์นี้แปลกดีนี่”
คำพูดของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ทำให้ดวงตาของปาณีเย็นลงเล็กน้อย
“สังคมสมัยนี้ คนคนหนึ่งจะมีเบอร์โทรศัพท์สองอันมันแปลกมากเหรอ?”
“มันก็ไม่ใช่ เพียงแต่ว่าฉันอยากจะเจอกับเธอเป็นการส่วนตัวสักหน่อย แค่เธอคนเดียว ห้ามบอกกับนภดล และให้เขารู้ไม่ได้ ถ้าหากเธอทำไม่ได้ละก็ พวกเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอหน้ากันแล้ว”
น้ำเสียงของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์ยังคงทำให้คนรู้สึกรังเกียจอยู่
ปาณีพูดอย่างเย็นชาขึ้นว่า “ได้ ฉันรับปากคุณ พอดีเลยตอนบ่ายนภดลมีธุระได้ออกไปแล้ว ไม่ได้อยู่ข้างกายฉัน เพราะฉะนั้นตกลงคุณจะให้ฉันไปไหนถึงจะยอมบอกความลับนี้กับฉัน? ฉันขอเตือนคุณนะ ทางที่ดีอย่ามาคิดตุกติก ไม่งั้นต่อไปนภดลจะต้องไม่มีทางปล่อยคุณไว้แน่”
ปาณีรู้ว่าตัวเองมีตัวตนอยู่ในสายตาคุณนายตระกูลจันทรวงศ์อย่างไร เพราะฉะนั้นตอนนี้จึงพูดได้แค่แบบนี้
ครั้งนี้คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ที่โดนข่มขู่กลับไม่โกรธ เธอยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “ฉันจะไปตุกติกอะไรได้? ตอนนี้ใจทั้งดวงของนภดลอยู่บนตัวเธอทั้งนั้น เพื่อเธอแล้วสามารถที่จะไม่สนใจความเป็นความตายของฉันได้เลย ฉันยังจะกล้าทำอะไรกับเธอได้? แต่ว่าฉันเองก็จะบอกความลับนี้กับเธอฟรี ๆ ไม่ได้ เธอจะต้องให้เงินฉันสักหน่อย”
“ฉันไม่มีเงินแล้ว”
ปาณีไม่ชอบความโลภของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์มากจริง ๆ
ผู้หญิงคนนี้นี่มันคือปลิงดูเลือดดี ๆ นี่เอง ถ้าไม่บีบคนให้ถึงตายก็จะไม่หยุดแบบนั้น
คุณนายตระกูลจันทรวงศ์กลับยิ้มเย็นแล้วพูดขึ้นว่า “เธอไม่มีเงิน แต่นรมนมี ตระกูลโตเล็กมี เธอสามารถที่จะไปยืมกับพวกเขาได้นี่”
“คุณไม่รู้สึกว่าคุณไร้ยางอายมากเหรอคะ? พวกเขาไม่ได้ติดค้างฉันไว้สักหน่อย!”
“นั่นเป็นเรื่องของเธอ ในเมื่อถ้าเธอไม่เอาเงินมาให้ฉัน ฉันก็ไม่มีทางบอกความลับนี้กับเธอแน่ ต่อไปถ้านภดลตายขึ้นมาจริง ๆ เธอยากจะมาถามฉันอีกมันก็สายไปแล้ว ทางที่ดีเธอคิดให้ดี ๆ นะ”
คำพูดของคุณนายตระกูลจันทรวงศ์เป็นเหมือนกับมีดเล่มหนึ่งทิ่มเข้าไปในใจของปาณี
ถึงแม้เรื่องที่นภดลไม่ชอบเธอจะทำให้เธอเสียใจมาก แต่ว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อนภดลนั้นไม่ใช่จะมาพูดว่าเก็บก็สามารถเก็บกลับมาได้ และที่สำคัญตอนนี้ร่างกายของนภดลก็ได้เกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ปาณีไม่รู้ว่าคุณนายตระกูลจันทรวงศ์จับจุดนี้ได้แล้วถึงมาข่มขู่เช่นนี้หรือเปล่า และตอนนี้ก็เหมือนกับว่าไม่วิธีดี ๆ อย่างอื่นแล้วด้วย
“คุณต้องการเท่าไหร่?”