ตอนที่ 1481
บทที่ 1481 เธอลำพองใจเกินไป
October 31, 2026
ใบหน้าของหญิงสาวปรากฏขึ้นในสมองของกานต์
โดยไม่พูดอะไร เขารีบหาเบอร์ของอีกฝ่าย ก่อนจะพิมพ์สองคำแสนเย่อหยิ่งและกดส่งไปหา
“ไสหัวออกไป!”
หลังจากทำเรื่องนี้เสร็จ กานต์ก็นอนพักผ่อน
ตั้งแต่กลับมาเขาไม่เคยได้พักผ่อนดีๆ เลย ดูสภาพของคุณบุริศร์ ต่อไปคงจะลำบากมาก ดังนั้นเขาควรนอนเอาแรงเสียก่อน
บุริศร์ส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าลูกชายของเขาหายไป มุมปากของยกขึ้นเล็กน้อย
หลังจากที่เขาบล็อกสัญญาณโดยรอบตามหมายเลขโทรศัพท์ที่เจตต์ส่งมาให้แล้วนั้น จึงโทรหาอีกฝ่ายทันที
“ผมคือคนที่เจตต์แนะนำ ถ้ามีเรื่องอะไรเขาให้โทรหาคุณ”
บุริศร์ใช้โปรแกรมแปลงเสียง
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นมิตรหรือว่าศัตรู เขาจะไม่เปิดเผยตัวเองอย่างรวดเร็ว
อักฝ่ายเป็นผู้หญิง เมื่อได้ยินเสียงของบุริศร์ เธอจึงรีบพูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณต้องการถามอะไร ทุกอย่างที่นี่ยังเหมือนเดิม ผู้อำนวยการออกไปดูงานเมื่อไม่นานมานี้ แต่ออฟฟิศของผู้อำนวยการดูเหมือนจะมีคนอยู่ ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปค่ะ”
“โอเค ขอบคุณมาก เรื่องในวันนี้หวังว่าคุณจะทำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
บุริศร์วางสาย จากนั้นจึงหาตำแหน่งออฟฟิศของผู้อำนวยการผ่านทางคอมพิวเตอร์ ส่งไปให้ชัยยศ
“ไปตรวจสอบดูว่ามีอะไรที่ไม่เข้าท่าในออฟฟิศนี้”
“ครับ”
ชัยยศวางงานในมือลง ก่อนจะติดอาวุธเข้าสนามรบ
ไม่นานนักบุริศร์ก็ได้รับข้อความตอบกลับจากชัยยศ ว่าในออฟฟิศของผู้อำนวยการไม่มีอะไร ไม่มีเบาะแสใดหลงเหลือเลย เขาเก็บลายนิ้วมือมาตรวจ และนอกจากลายนิ้วมือของผู้อำนวยการก็ไม่มีของใครอื่นอีก
ตรงจุดนี้ทำให้บุริศร์สงสัย
หรือว่าสายลับจะโกหกเขา หรือไม่ก็ฝั่งตรงข้ามจะระวังตัวแจและเปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เงื่อนงำนี้ก็ถูกตัดขาดไปแล้ว นภดลตอนนี้อยู่ที่ไหน ก็มีเพียงฟ้าที่รู้ ได้แต่สืบหาไปตามเบาะแส
บุริศร์ตรวจสอบตำแหน่งของจุดสีแดง ตอนนี้ได้เข้ามายังชายแดนของประเทศF แล้ว แต่กลับหยุดอยู่ที่ไหนสักแห่ง
เมื่อเขารีบขยายดูระยะทางเพื่อสังเกต ก็พบว่าเป็นจวนของพระอนุชาฉัตรพล
ถ้าอย่างนั้นดร.ฐานทัตก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่เบื้องหลังเขาและฉัตรพลเหรอ?
บุริศร์ไม่เข้าใจ เขาส่งข้อความหงส์และจณัตว์โดยตรง
คืนเดียวกันในวันนั้น ในจวนของพระอนุชาฉัตรพลกำลังเกิดไฟไหม้ ความรุนแรงของไฟแผดเผาท้องฟ้าไปเสียครึ่งหนึ่ง และในขณะเดียวกัน การสู้รบของสมชัยและฉัตรพลก็เข้าขั้นดุเดือน
ฉัตรพลรู้สึกว่านี่เป็นตัวสมชัยเองที่ลงมือกับตัวเอง
ในช่วงที่กำจัดไฟคณะรัฐมนตรีก็ได้เริ่มช่วยกันก่อกบฏกับสมชัย และในขณะเดียวกันหงส์และจณัตว์ก็ได้แอบเข้าไปในซากปรักหักพังของจวนพระอนุชาฉัตรพล
จณัตว์มองไปยังหงส์ที่ตามหลังเขามา ก่อนจะพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ไม่ใช่ว่าผมให้คุณคอยสนับสนุนข้างนอกเหรอ?”
“คุณคิดว่าฉันจะฟังหรือไงคะ? ช่วงนี้คุณชักจะสั่งฉันเยอะไปหน่อยแล้วนะ”
หงส์กรอกตาอย่างล้อเลียน ท่าทางนั้นช่างน่ารักเหลือทน
จณัตว์ลูบหัวเธออย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะพูดเสียงต่ำว่า “อีกเดี๋ยวก็อย่าพุ่งไปข้างหน้า มีอันตรายอะไรก็บอกผมก่อนค่อยลงมือ รู้ไหม?”
“โอย รู้แล้วน่า คุณนี่น่ารำคาญจริงเลย”
พูดจบหงส์ก็ก้าวไปข้างหน้า แต่กลับถูกจณัตว์ดึงคอเสื้อเสียก่อน และลากไปทางอื่นเหมือนไก่
“มาทางนี้ แค่ทิศทางยังไม่ถูก แล้วยังจะทำเป็นทหารแนวหน้า”
จณัตว์ยิ้มขำ คำดูถูกทำให้หงส์หงุดหงิด
“อย่าลำพองใจไปหน่อยเลยค่ะ รอกลับก่อนเถอะ คอยดูแล้วกันว่าฉันจะจัดการคุณยังไง”
หงส์ขู่ฟ่อ ยังไม่ทันได้พูดจบ จณัตว์ก็เอามือปิดปากเธอ ก่อนหิ้วเธอหลบซ่อนตัว
ฝีเท้าหลายคู่ที่ดังมา ทำให้หงส์ละทิ้งความขี้เล่น เธอยืนข้างจณัตว์อย่างระวังตัว
เธอพยายามชะโงกไปดูหลายรอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทว่าถูกจณัตว์กดศีรษะลงไป ทำให้มองอะไรไม่เห็น
ไอ้นี่
ครั้งหน้าจะไม่ออกมากับเขาละ
หงส์พึมพำในใจ
เสียงฝีเท้าที่แน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คิ้วของจณัตว์ขมวดมุ่น
เสื้อผ้าของอีกฝ่ายเป็นเสื้อกาวน์แล็บสีขาวล้วน เห็นได้ชัดว่ามาจากห้องวิจัย แต่ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของห้องวิจัยนี้
สถาบันวิจัยทางทหารที่ดำเนินการโดยสมชัย อาจถูกฉัตรพลเข้ายึดหรือเปล่า?
จณัตว์ไม่ค่อยแน่ชัด
หงส์มองเห็นคนเหล่านั้นเดินไปอีกทางหนึ่งจากช่องว่างผ่านแขนของจณัตว์ และอดไม่ได้ที่จะกระซิบว่า “เหมือนฉันจะรู้จักคนนั้นนะ”
“คนไหน?”
“คนที่นำหน้า ดูเหมือนเป็นคนจากสถาบันวิจัยของสมชัย”
คำพูดของหงส์ยืนยันการคาดเดาของจณัตว์
แน่นอนแล้วว่า คนของสมชัยถูกควบคุมโดยฉัตรพล
หรืออีกอย่างก็คือฉัตรพลรู้เรื่องภายในของสมชัยมากเกินไป ดังนั้นตอนนี้ฉัตรพลคงได้เปรียบในการดวลกันครั้งนี้
“จณัตว์ คุณว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือจะเป็นอย่างที่เฮียบุริศร์พูดจริงๆ ว่านภดลถูกจับมาที่นี่”
“ไม่แน่ใจ อีกสักพักค่อยลองเข้าไปดู ที่นี่ถูกเผาราบอย่างนี้ คิดไม่ถึงเลยว่ายังมีคนของสถาบันวิจัยอยู่ที่นี่ สถาบันวิจัยอยู่ที่นี่แต่น่าจะอยู่ใต้ดิน”
จณัตว์กระซิบ
หงส์คิดตาม
ใต้ดิน?
ถ้าอยู่ข้างล่างจริงเหมือนว่าเธอจะรู้ช่องทางอื่นนะ
“ตามฉันมา”
เธอตบบ่าของจณัตว์
“ไปทำไม?”
จณัตว์อดจะถามไม่ได้เมื่อเห็นหงส์เดินออกไป
“เดินไปกับฉันก็พอแล้วค่ะ นี่คืออาณาเขตของฉัน ฉันรู้จักมันดีกว่าคุณ”
ท่าทางอวดเก่งของหงส์ ทำให้จณัตว์ยิ้มบางๆ ขึ้นมา
“โอเค นี่อาณาจักรคุณนี่”
ท่าทางขี้เล่นตอนนี้ของเขาทำให้หงส์รู้สึกไม่จริง
จณัตว์คนก่อนอยู่ไหน?
หงส์สลัดความคิดบ้าๆบอ ๆ ในใจออกอย่างรวดเร็ว และดึงจณัตว์ออกจากจวนของพระอนุชาฉัตรพล
ตรงทางเดินข้างนอกเต็มไปด้วยทหาร สภาพนี้คงอยู่มาช้านาน และกระทบกับชีวิตปกติของประชาชนอย่างสาหัส
หงส์กระซิบ “เรื่องนี้จะจบลงเมื่อไหร่นะ? สงครามกลางเมืองมันรุกรานประชาชน ใครที่กุมอำนาจไม่สำคัญสำหรับพวกเขาหรอก คนที่ทำให้พวกเขาอยู่อย่างสงบสุขต่างหากที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ประเทศF จะเป็นประเทศเล็กๆ ทว่าคนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนสันติภาพและประชาธิปไตย”
จณัตว์รู้ดีว่าสงครามกลางเมืองได้นำพาประชาชนไปสู่ความร้ายแรงเพียงใด แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน สงครามกลางเมืองนี้น่าจะจบลงในไม่ช้า
“คาดว่าคงจะใกล้สิ้นสุดแล้วละ”
“อะไรทำไมให้พูดอย่างนี้ได้คะ?”
หงส์แปลกใจ
ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมและถามได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อจณัตว์พูดขึ้นมา มันทำให้หงส์ประหลาดใจเล็กน้อย
จณัตว์พูดเสียงต่ำ “ถ้าหากคนที่จับนภดลไปมีความสัมพันธ์กับผู้สั่งการเบื้องหลังและฉัตรพลละก็ เท่ากับว่าฉัตรพลได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นพิเศษ และตัวของสมชัยเองกับเขาก็ถูกจับคู่อย่างเท่าเทียม ตอนนี้ก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว ถ้าผมเดาไม่ผิดนะ ไม่กี่วันนี้ก็รู้ผลแล้วละ”
หงส์เพิ่มความสงสัย
“ไม่ใช่ว่าคนเบื้องหลังที่จับตัวนภดลไปคือฉัตรพลเหรอ?”
“ถ้าหากฉัตรพลคือคนเบื้องหลังที่จับนภดลไป ถ้าอย่างนั้นในหลายปีมานี้ฉัตรพลคงไม่สามารถนอนจำศีลอยู่เฉยๆ อย่างนี้แน่ และถ้าเป็นเขาตั้งแต่ทีแรก ตอนกล้าณรงค์ตายเขาก็คงฆ่าสมชัยโดยตรง แทนที่จะปล่อยเวลาให้ยาวนานอย่างนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าฉัตรพลเพิ่งจะติดต่อกับคนเบื้องหลังคนนั้นเมื่อไม่นานมานี้”
เมื่อได้ยินจณัตว์พูดอย่างนี้ หงส์ก็รู้สึกไม่เข้าท่า
“คนที่อยู่เบื้องหลังนี่เป็นใครกันแน่?”
“เดี๋ยวก็รู้ ตอนนี้คุณกำลังผมไปที่สถาบันวิจัยใต้ดินใช่ไหม?”
“อืม คุณก็เคยไปมาแล้ว”
คำพูดของหงส์ทำให้จณัตว์นิ่งงัน ก่อนจะเข้าใจว่าคืออะไร
“คุณหมายถึงสถาบันวิจัยการทหารที่สมชัยดูแลอยู่? สามารถทะลุไปบ้านของฉัตรพลได้?”
“ฉันเดาค่ะ ดังนั้นก็เลยต้องพิสูจน์ ถึงแม้ประเทศFจะเล็กแต่ที่หลบภัยใต้ดินเชื่อมต่อกันทั้งหมด เดิมทีแล้วได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้คนบุกรุกมาจากภายนอก โดยปกติแล้วผู้คนยังมีที่ว่างอยู่ใต้บ้านอีกด้วย ดังนั้นถ้าเป็นสถาบันวิจัยใต้ดินละก็ ไม่จำเป็นต้องเข้าทางด้านบน”
หงส์ได้ศึกษาประเทศ F อย่างถี่ถ้วนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้มันช่วยเธอได้มาก
จณัตว์มองไปทางภรรยาตัวน้อย และยิ้มพลางพูดไปด้วยว่า “คุณว่าสมชัยจะรู้สึกยังไงถ้าเห็นคุณทำแบบนี้กับเขา?”
“เขาคงเกลียดฉันมาก แล้วก็คงไม่พิจารณาถึงเรื่องที่ตัวเองทำผิดหรอก และเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับฉันด้วย”
มีร่องรอยความเกลียดชังพาดผ่านในแววตาของหงส์
สำหรับสมชัย เธอไม่มีความรู้สึกรักใคร่แบบพ่อกับลูกสาวเลยสักนิด มีบางครั้งเธอรู้สึกว่าตัวเองเลือดเย็น ไม่มีความรู้สึกรักเทิดทูนกับผู้เป็นพ่อ ทว่าด้วยสิ่งที่เขาทำทั้งหมดมันทำให้เธอไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ด้วย
จณัตว์มองหงส์ ราวกับมีอะไรจะพูด แต่ก็ลังเลอยู่นาน สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“ไปหาคนก่อนเถอะ”
“โอเค”’
ทั้งสองคนตรงไปยังสถาบันวิจัยการทหาร
ประตูของที่นี่ถูกล็อคไว้แล้ว ดูเหมือนว่าสมชัยจะปิดที่นี่ไว้ เนื่องจากมีภาวะสงครามกลางเมืองกับฉัตรพล แต่ยังไงหงส์ก็เข้าไปได้
เธอหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
จณัตว์กระซิบ “คุณมีกุญแจของสถาบันวิจัยการทหารได้ยังไง? มีที่ไหนในประเทศFบ้างที่คุณเข้าไปไม่ได้?”
“มีสิ ห้องน้ำผู้ชายไง”
คำพูดของหงส์ทำให้หน้าของจณัตว์มืดมน
“นี่คุณคิดอยากเข้าห้องน้ำผู้ชาย? ญาณิน คุณหมายความว่าอะไร? มีผมมันยังไม่พอเหรอ? ผู้ชายพวกนั้นมีคนดูดีกว่าผม?”
เมื่อได้ฟังคำพูดหน้าไม่อายของเขา มุมปากของหงส์ก็กระตุก เธอไม่สนใจเขาอีกต่อไป
เมื่อทั้งสองเข้าไปในสถาบันวิจัยการทหารแล้ว จณัตว์ก็พบเห็นบางอย่างผิดปกติ
พูดตามหลักคือที่นี่ถูกปิด ของทุกอย่างในนั้นควรถูกกำจัดทิ้งไป แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นห้องปฏิบัติการที่ยังคงทำงานอยู่ และแม้แต่ร่องรอยของตัวอย่างการวิจัยทุกชิ้นที่ถูกเคยพลิกไปมา จณัตว์ก็เข้าใจในทันใดว่าหงส์กำลังพูดอะไร