ตอนที่ 1497
บทที่ 1497 เธออยู่ที่นี่ได้ยังไง?
October 31, 2026
คิมและบุริศร์ได้ยินเสียงหัวเราะของชินทรก็เดินออกมา เห็นใบหน้าประหลาดใจของนรมน ก็ถามอย่างอดไม่ได้ “พวกคุณสองพ่อลูกคุยอะไรกันน่ะ? คุยสนุกเชียว”
ชินทรถึงได้หยุดยิ้ม แค่ระหว่างคิ้วมีความอ่อนโยนเพิ่มขึ้น เขารีบลุกขึ้นหยิบผ้ากันเปื้อนจากมือคิมมา ยิ้มแล้วพูดขึ้น “นั่งพักผ่อนสักพักเถอะ ยังมีอะไรฉันจะไปจัดการเอง”
“ไม่เป็นไร บุริศร์ช่วยฉันทำแล้ว ฉันก็ทำไม่เยอะเท่าไร”
คิมชอบความเอาอกเอาใจของชินทรเป็นพิเศษ
เห็นความรักของพ่อแม่ ราวกับหลายปีที่พลาดไปนั้นไม่มีอยู่จริง ในใจนรมนก็รู้สึกสบายใจ
บุริศร์น้ำส้มคั้นสดในมือให้นรมน ยิ้มแล้วถามขึ้น “คุยอะไรน่ะ? สนุกเชียว”
“อย่าพูดเลย ขายหน้าแทบตาย”
นรมนพิงหน้าอกบุริศร์อย่างหมดคำจะพูด แนบข้างหูเขาแล้วพูดเสียงทุ้ม “ฉันถามพ่อว่าใช่หุ่นยนต์หรือเปล่าล่ะ”
บุริศร์ชะงักเล็กน้อย ยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เห็นแววตาอารมณ์เสียของภรรยา ก็รีบหุบยิ้ม แล้วถามขึ้น “แล้วใช่ไหมล่ะ?”
“ไม่รู้ พ่อบอกให้ฉันไปหาสวิตช์ว่ามันอยู่ตรงไหน ฉันไม่กล้า รู้สึกว่าไอคิวตัวเองอาจจะโดนหมากินไปแล้ว”
“ไม่เป็นไร ฉันจะเอาไอคิวคุณกลับมาจากท้องหมาเอง”
คำพูดบุริศร์ทำให้นรมนงอน เธอยกกำปั้นสีชมพูขึ้นมาต่อยเขาหนึ่งที
“คุณหุบปากเลย ไม่อนุญาตให้พูดแล้ว”
หน้าบุริศร์มีรอยยิ้ม รู้สึกวันแบบนี้มันไม่เลวจริงๆ ถ้าไม่มีอะไรมากมายให้ทำ เขาหวังจริงๆ ว่าใช้ชีวิตเกษียณกับนรมนที่นี่ก็ไม่เลว
คิมเห็นท่าทางดีใจมีความสุขของนรมนในตอนนี้ ในใจก็วางใจขึ้นมาก
“จริงสิ เมื่อกี้พวกคุณคุยอะไรกันเหรอ?”
คิมสงสัยมาก ชินทรและนรมนไม่เจอกันเลย ถึงจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่อย่างไรแล้วก็แปลกหน้ากัน แต่เมื่อกี้ไม่คิดว่าพวกเขาจะยิ้มพอใจกันขนาดนั้น เรื่องนี้ทำให้คิมสงสัยมากเลย
นรมนกลัวชินทรจะพูดเรื่องหุ่นยนต์ จึงรีบพูดขึ้น “เราคุยกันเรื่องแนวโน้มอนาคตของหุ่นยนต์กัน ใช่ไหม? พ่อ”
เธอกะพริบตาให้ชินทร ชินทรเห็นแล้วหัวใจแทบละลาย
ดูแล้วมีลูกสาวก็ไม่เลวนะ อ้อนทีใครจะรับไหวล่ะ
“อืม ใช่ คุยเรื่องหุ่นยนต์น่ะ”
ชินทรปฏิบัติตามคำพูดของนรมนอย่างช่วยไม่ได้
คิมก็ถือว่ามองออก สองพ่อลูกตอนนี้สวมกางเกงตัวเดียวกันแล้ว ตัวเองคงถามอะไรไม่ได้หรอก จึงรีบพูดขึ้น “ก็ได้ ระหว่างพวกคุณมีความลับ ฉันก็ไม่ถามแล้ว แต่เราเริ่มกินข้าวกันได้หรือยัง? กานต์ล่ะ?”
“กานต์ขึ้นข้างบนไปแล้ว คงเล่นโทรศัพท์ไม่ก็คอมพิวเตอร์ ฉันจะไปเรียกเขาค่ะ”
ขณะที่พูดนรมนก็จะขึ้นข้างบน แต่บุริศร์หยุดเอาไว้
“ฉันไปดีกว่า ร่างกายคุณไม่สะดวก”
“โอเค”
นรมนก็ไม่ได้ฝืน
เมื่อบุริศร์มาถึงหน้าประตูกานต์ก็เคาะประตู ได้ยินลูกชายพูดว่าเข้ามาก็เปิดประตูเข้าไป เห็นเขากำลังเขียนบทคำสั่ง ก็มองอย่างอดไม่ได้ แล้วถามขึ้น “วิจัยอะไรอยู่?”
“ในทีมเล็กมีขั้นตอนที่ต้องพัฒนา ถึงผมจะไม่ได้อยู่ในเขตทหารแล้ว แต่ยังไงก็ต้องทำขั้นตอนนี้ให้เสร็จ”
หลังจากกานต์เขียนบทคำสั่งสุดท้ายเสร็จก็บันทึกแล้วส่ง จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์
บุริศร์มีท่าทีชื่นชมเขาตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นก็ลงข้างล่างกับเขาเพื่อไปทานอาหาร
นรมนยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่ เธอไม่คิดว่าจะได้นั่งทานอาหารด้วยกันกับพ่อแม่ ความรู้สึกนี้มันงดงามเกินไป
ชินทรเห็นท่าทางนรมนเป็นแบบนี้ ก็ปวดใจอย่างช่วยไม่ได้
“แม่ของลูกทำอาหารอร่อยมาก ลูกกินเยอะๆ นะ”
“ค่ะ”
เห็นชินทรตักอาหารให้ตน ก็ไม่สนว่าตนจะชอบทานหรือไม่ชอบทาน นรมนกินมันหมดเลย
กานต์เงียบอยู่ตลอด แต่สังเกตคิมและชินทรเงียบๆ แววตาสงสัยตรวจสอบนั้นทำให้คิมชอบมาก
“กานต์ มาหายายมา”
คิมกวักมือเรียกกานต์
เดิมทีแล้วกานต์ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เห็นแววตาโหยหาของคิม ก็ออกจากโต๊ะมาตรงหน้าคิม ถูกคิมกอดไว้ในอ้อมแขน
อ้อมกอดของคุณยายไม่ค่อยเหมือนกับอ้อมกอดของหม่ามี้นัก แต่ยังคงรู้สึกน่าอบอุ่นมาก
เขานั่งในอ้อมแขนคิมอย่างเชื่อฟัง มองคิมตักอาหารมากมายให้ตน ขมวดคิ้วขึ้นมา แต่ก็ทานเข้าไปโดยที่ไม่พูดอะไร
บรรยากาศกลมกลืนอย่างมาก
หลังอาหารบุริศร์เตรียมผลไม้ ครอบครัวนั่งโซฟาทานผลไม้ขณะพูดคุยกัน
“แม่ แม่กับพ่อตั้งใจจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยไหม? ไม่คิดจะกลับไปเหรอ? ถ้าคุณตารู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ น่าจะดีใจมากนะคะ คุณอารองก็กลับบ้านแล้ว พ่อคะ คุณกลับไปเยี่ยมคุณอารองได้นะคะ ตอนนี้คุณป้าก็หลุดพ้นจากการควบคุมของสมชัยแล้ว อยู่กับคุณอารองแล้วค่ะ”
นรมนอยากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้กับคิมและชินทร
เมื่อชินทรได้ยินข้อมูลของบุญทิวาก็ชะงักเล็กน้อย ในดวงตามีความปวดใจเคลื่อนผ่านไป
“การรักษาของคุณอารองของลูกน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก รอเขาพักฟื้นหายดีแล้วเราค่อยเจอกันก็ไม่สาย อีกอย่างตอนนี้ไม่เหมาะที่เราจะเผยใบหน้าด้วย”
ได้ยินชินทรพูดแบบนี้ นรมนก็ตกตะลึง
คิมพูดต่อ “ใช่ เรื่องที่เกิดขึ้นด้านนอกเรารู้หมด แต่ตอนนี้ไม่เหมาะนักที่จะออกไป”
“ทำไมล่ะคะ?”
นรมนค่อนข้างสงสัย บุริศร์ก็มองไปทางพวกเขาเช่นกัน