ตอนที่ 1519
บทที่ 1519 มีกฎระเบียบหน่อยได้ไหม
October 31, 2026
บุริศร์จัดเตรียมให้ลูกทั้งสามแล้วกลับมา อย่างไรแล้วนรมนก็กำลังอยู่เดือน ถึงจะมีพี่เลี้ยงเด็กแรกเกิด แต่เขาก็ยังไม่วางใจนัก
หงส์เห็นความประหม่าของบุริศร์ ก็นึกถึงจณัตว์อย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ในเวลานี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง
คิดถึงตรงนี้ หัวใจหงส์ก็เจ็บปวดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อโพนี่เดินเข้ามาพวกเขาทั้งสามคนก็อยู่พอดี ร่างนรมนและบุริศร์แข็งทื่อทันที
“เป็นยังไงบ้าง?”
เสียงนรมนมีความสั่นเล็กน้อย
โพนี่เอาข้อมูลให้พวกเขา ยิ้มแล้วพูดขึ้น “เลือดพวกเขาสองคนไม่มีปัญหา ปกติมากๆ การตรวจร่างกายก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน”
บุริศร์และนรมนดูข้อมูล ก็โล่งใจอย่างช่วยไม่ได้
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ เด็กจะมีตาสีฟ้าได้ยังไง?”
นรมนถามอย่างสงสัย
โพนี่ส่ายหน้าพูดขึ้น “เลือดนภดลให้เธอแค่หนึ่งหยด และยีนรุนแรงในร่างกายนภดลในตอนนั้นไม่ได้โดดเด่นออกมา เลือดเขาทำหน้าที่ยาเป็นหลัก จึงน่าจะมีบทบาทบำรุงเด็กเท่านั้น ไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงมากนัก นอกจากนี้ข้อมูลนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเด็กๆ ไม่มีปัญหาอะไร สำหรับสีตานี้ บรรพบุรุษของพวกคุณมีใครมีตาสีฟ้าไหม? ไม่แน่อาจจะเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์”
ได้ยินโพนี่พูดแบบนี้ บุริศร์ก็ส่ายหน้าพูดขึ้น “ไม่มี ตระกูลโตเล็กของเราไม่มีเชื้อสายจากต่างประเทศเลย”
นรมนก็ส่ายหน้าเช่นกัน
“ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาและตระกูลพรโสภณของเราก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครมีเชื้อสายต่างประเทศนะ”
ในเมื่อไม่ใช่ความสัมพันธ์กับเลือดนภดล และไม่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงมีดวงตาสีฟ้าล่ะ?
โพนี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
หงส์เห็นพวกเขาค่อนข้างกดดัน ก็รีบลุกขึ้นพูด “ฉันกลับโรงแรมก่อนนะ ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนภดล คาดว่าเบื้องบนก็คงไม่ให้พวกคุณอยู่ต่อ พรุ่งนี้ฉันจะมาเก็บของให้พวกคุณ เพื่อเตรียมกลับบ้าน ด้านนอกจะดีแค่ไหน แต่ในบ้านก็สบายกว่าจริงไหม?”
“อืม โอเค”
นรมนยิ้ม หงส์ก็ออกไปแล้ว
หลังจากหงส์ออกไปโพนี่ก็พูดเกี่ยวกับการกระทำของคนจากเบื้องบนให้พวกบุริศร์ฟัง
นรมนก็ค่อนข้างโกรธ บุริศร์ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์
“เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”
ขณะที่บุริศร์พูดก็เดินออกไปจากห้องผู้ป่วย
นรมนไม่ได้ห้าม เดาได้ไม่มากก็น้อยว่าบุริศร์ต้องการทำอะไร
บุริศร์หยิบโทรศัพท์ไปยังสถานที่เงียบสงบ โทรหาธเนศพลโดยตรง
“บุริศร์? ยังไม่ได้ยินดีที่คุณมีลูกเลย ยินดีด้วยนะครับ”
“ขอบคุณครับคุณชายธเนศพล”
เสียงบุริศร์ค่อนข้างอึมครึม ทำให้ธเนศพลตกตะลึงเล็กน้อยทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันอยากปลดประจำการ”
ประโยคนี้ของบุริศร์ทำให้ธเนศพลตกใจ
“คุณว่าไงนะ?”
บุริศร์พูดเน้นทีละคำ “ฉันอยากปลดประจำการ ถ้าเป็นไปได้ อีกสักพักฉันจะไปดำเนินพิธีการ”
“คุณพาลหาเรื่อง!”
ธเนศโกรธทันที
“คุณมีสถานะอะไรฮะ? คุณเดินมาถึงวันนี้ได้ทุ่มเทเลือดเนื้อไปเท่าไรตัวคุณไม่รู้อยู่แก่ใจเหรอ? ตอนนี้จะมาโวยวายอะไรกับฉันอีก?”
สำหรับความไม่พอใจของธเนศพล บุริศร์ไม่ได้มีการตอบสนองมากนัก พูดขึ้นเรียบๆ “ฉันตัดสินใจแล้ว”
“มันเพราะอะไรกันแน่ฮะ?”
ธเนศพลไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าบุริศร์ต้องการปลดประจำการจริงๆ คงไม่พูดตอนนี้หรอก ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างประหลาดใจ
บุริศร์ก็ไม่ได้พูดเรื่องอื่น แค่พูดว่า “มันหลายปีแล้วฉันเหนื่อย อยากพักผ่อนแล้ว ผู้พิทักษ์และคนของอาณาจักรรัตติกาลทั้งหมดในตระกูลโตเล็กฉันจะส่งต่อ ตั้งแต่นี้ไปฉันแค่อยากเป็นคนธรรมดา”
“คนธรรมดา? คุณล้มลุกคลุกคลานเดินมาถึงตำแหน่งนี้ คุณอยากเป็นคนธรรมดาจริงๆ เหรอ? บุริศร์ เพราะเรื่องการกักตัวเพื่อตรวจสอบใช่ไหมคุณถึงมีความคิดนี้ในใจ? เรื่องนี้เป็นความต้องการของคุณท่าน ฉันพยายามผ่อนผันเต็มที่แล้ว ฉัน……”
“คุณชายธเนศพล ทุกอย่างที่คุณทำเพื่อฉัน ฉันรู้สึกซาบซึ้งกับคุณ แต่ฉันไม่อยากอยู่เขตทหารแล้วจริงๆ ฉันอยากใช้ชีวิตสงบสุข”
การยืนหยัดของบุริศร์ทำให้ธเนศพลไม่พูดอะไรอีก เขาวางสายทันที บุริศร์รู้ว่าเขาโกรธแล้ว
เป็นพวกพ้องกันมาหลายปีบุริศร์ก็เข้าใจธเนศพล แต่เขาตัดสินใจไปแล้ว
ไม่ว่าลูกชายคนเล็กทั้งสองจะมีสถานการณ์เช่นไร เขาแค่หวังว่าพวกเขาจะเติบโตได้อย่างมีความสุข ที่เขตทหารยังมีคนโดดเด่นมากมายที่บุกตะลุยโจมตีข้าศึกเพื่อประเทศชาติ และตอนนี้เขาแค่อยากเป็นท้องฟ้าให้นรมนและลูกๆ ส่วนเรื่องอื่นๆ เขาไม่อยากไปสนใจจริงๆ
หลังจากธเนศพลวางสายไป ก็ตะโกนออกไปข้างนอกทันที ก็มีทหารฝ่ายธุรการคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา
“คุณชายธเนศพล คุณมีอะไรรับสั่งครับ?”
“ไปสืบมาหน่อยว่าบุริศร์เจอเรื่องอะไรมาที่โรงพยาบาลทหาร”
ธเนศพลนวดขมับ
ตำแหน่งและสถานะนี้ของตัวเอง ทำให้พวกพ้องข้างกายเขาน้อยลงเรื่อยๆ เดิมทีแล้วคิดว่าบุริศร์จะอยู่กับตนได้ไปจนถึงตอนสุดท้าย แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยากจากไปเหมือนกัน