ตอนที่ 1554
บทที่ 1554 คนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะไม่ใช่ขวัญชนก
October 31, 2026
ทันใดเบิร์ดก็รู้สึกขึ้นมาว่าจุดประสงค์ของการตรากตรำตลอดหลายปีที่ผ่านมาคืออะไรกันแน่?
ช่วงที่เพิ่งได้แต่งงานกับน้ำ น้ำปฏิบัติต่อเขาอย่างดีมาก ถึงแม้จะไม่มีความรัก แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของเธอในฐานะภรรยา คอยปฏิบัติดูแลเขาอย่างดี แต่พวกญาติพี่น้องเหล่านี้ ทำอะไรให้เขาบ้าง?
ว่ากันว่าเมื่อครอบครัวประสบกับความเปลี่ยนแปลงก็จะมองเห็นบางอย่างได้ชัดเจน และหลังจากที่เบิร์ดประสบกับการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่เห็นใบหน้าของคนเหล่านี้ชัด ตอนนี้ถึงค่อยมองเห็นได้อย่างชัดแจ้ง แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว
เบิร์ดหัวเราะเยาะตัวเองในทันใด หัวเราะเสียจนทำให้คนปวดใจ
เมื่อคุณนายสุนันท์เห็นลูกชายมีทีท่าผิดหวังเช่นนี้ นางก็ตะโกนใส่คนเหล่านั้นด้วยความโกรธ
“พวกแกหุบปากนะ! ถ้าไม่มีเบิร์ดของเราแล้ว หลายปีมานี้พวกแกอดตายไปนานแล้ว ใครกันที่พูดกดขี่ให้น้ำออกไปทำงานเก็บเงินหาเลี้ยงพวกแกละ?
ไม่ใช่พวกแกหรือไงกัน? ใครกันละที่บอกว่าเด็กชมพูนั่นอยู่เป็นกาฝากในบ้าน เลยขายให้ลุงของเธอไปเล่นกายกรรมแล้วยังต้องหารายได้ให้ครอบครัวอีก มันไม่ใช่พวกแกหรือไง?
ตอนนี้พวกหมาป่าขี้ขลาดตาขาวทุกคนต่างก็หวังให้ลูกชายของฉันตายใช่ไหม? จิตใจที่ดีงามของพวกแกถูกหมามันกินไปหมดแล้วหรือไง?”
คำถามของคุณนายสุนันท์ทำให้คนอื่นในตระกูลธีรกุลภักดีต่างก็พากันรีบก้มหัว เพราะกลัวว่าบุริศร์จะคิดว่าพวกเขาเกี่ยวข้องไปด้วย
นรมนรู้สึกว่าละครตลกเรื่องนี้เป็นเพียงประสบการณ์รูปแบบต่างๆ ของชีวิต แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขี้เกียจดู
“เอาละ อย่าวุ่นวาย จะเซ็นหรือไม่ก็รีบเข้า เราไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่ที่นี่”
เมื่อคิดถึงเจตต์ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าถูกพาไปที่ไหนแล้ว และไม่มีข่าวของขวัญตา นรมนก็รีบร้อนเล็กน้อย ดังนั้นคำพูดของเธอจึงเย็นชามาก
คุณนายสุนันท์อยากจะห้าม แต่เมื่อได้ยินเบิร์ดพูดว่า “แม่ อย่าห้ามผมเลย เดิมทีผมมีความทะนงตัว แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ผมเปลี่ยนไปไม่เหมือนตัวเอง แม่ให้ผมตัดสินใจเองเถอะ คนพวกนั้นภายหลังแม่ไม่ต้องสนใจแล้ว ท้ายที่สุดตระกูลธีรกุลภักดีก็พ่ายแพ้
คราวหลังผมไม่อยู่ข้างกายพ่อกับแม่ ใช้ชีวิตให้ดีนะครับ ชาติหน้าผมจะเกิดมาเป็นลูกของท่านอีก”
“ไม่นะ ลูกแม่ อย่าทำแบบนี้”
คุณนายสุนันท์ร้องให้โศกเศร้าราวกับจะขาดใจ
แต่เบิร์ดกลับยิ้มอย่างสบายใจ และพูดว่า “แม่ครับ แม่ให้ผมเป็นสมบัติล้ำค่าน้ำก็เคยเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของครอบครัวเช่นกัน ความเจ็บปวดที่ผมทำกับน้ำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีอยู่จริง แม่ว่าเรื่องที่ไม่ดีไม่ควรจ่ายค่าเสียหายเหรอครับ? ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนที่ผมทำไม่ดีกับน้ำผมก็น่าจะรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว ตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรที่ต้องโทษอีกต่อไป”
เมื่อกล่าวออกมาแล้ว คุณนายสุนันท์ก็เงียบสงัด
เธอก็เป็นผู้หญิง เธอรู้ดีถึงความเจ็บปวดของน้ำ แต่เบิร์ดก็เป็นลูกชายของเธอ และยังต้องแบกรับเรื่องอย่างนั้นอีก ต้นตอของเรื่องราวมาจากน้ำดังนั้นคุณนายสุนันท์จึงไม่ได้ห้ามทุกอย่างที่ลูกชายของเธอทำ แต่เมื่อละทิ้งสิ่งเหล่านี้ และพูดจากมุมของผู้หญิงแล้วนั้น เธอเองก็รู้ว่าน้ำน่าสงสารมากแค่ไหน
เมื่อเห็นคุณนายสุนันท์ไม่พูดอะไรแล้ว เบิร์ดก็ค่อยหันไปมองบุริศร์และนรมนก่อนจะพูดว่า “ฉันเซ็นได้ แล้วก็สามารถยอมรับผลอะไรก็แล้วแต่ที่จะตามมาทีหลัง แม้จะตายก็ไม่เป็นไร แต่พวกนายต้องจัดการพ่อแม่ของฉันอย่างเหมาะสม
พ่อของฉันเป็นโรคหลอดเลือดสมองและเป็นอัมพาตนอนติดเตียง พวกเขาต้องการเงิน คนอื่นในตระกูลธีรกุลภักดีจะเป็นยังไงฉันไม่สน แต่พ่อแม่ของฉันต้องใช้ชีวิตอย่างดี นี่คือสิ่งที่ตระกูลพรรณโรจน์เป็นหนี้เรา!
ในเมื่อพวกนายอยากให้น้ำหลุดพ้นจากสภาพเลวร้ายรับผิดชอบตัวเองได้ อยากให้ฉันชดใช้กับสิ่งที่ทำไป ก็ต้องตอบรับเงื่อนไขนี้ของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะพยายามหาความยุติธรรมให้กับตัวเองอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้อำนาจของพวกนายจะใหญ่คับฟ้า แต่ฉันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีลู่ทางเลยใช่ไหมละ?”
เมื่อสมาชิกในตระกูลธีรกุลภักดีได้ยินสิ่งที่เบิร์ดพูด ทันใดพวกเขาระเบิดขึ้นมาทันที
“เบิร์ด แกหมายความว่าอะไรวะ? พวกเราก็เป็นคนในตระกูลธีรกุลภักดี”
“หลายปีมานี้ฉันดูแลพวกแกมามากพอแล้วละ อย่าพูดว่าเพราะเรื่องเมื่อแปดปีที่แล้วของฉันเลยต้องมาเกี่ยวพันด้วย ถึงจะไม่มีเรื่องเมื่อแปดปีก่อน อย่างไรพวกแกก็เป็นเพียงแค่ข้ารับใช้ของฉัน คนที่หารายได้คือฉันไม่ใช่พวกแก! ตอนนี้ฉันไม่อยากดูแลแล้ว ใครก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น
ตระกูลธีรกุลภักดีแพ้ก็คือแพ้ ถึงแม้จะไม่มีเรื่องเมื่อแปดปีก่อน ถ้าฉันไม่ดูแลพวกแก พวกแกก็จะยังอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนนี้ ฉันก็แค่ให้พวกแกเห็นฐานะที่ตัวเองควรจะอยู่ให้ชัดขึ้นก็แค่นั้นแหละ ”
ใจของเบิร์ดเย็นชา
หลายปีมานี้ไม่ได้ทำให้ญาติพี่น้องเหล่านี้อบอุ่น ในภายภาคหน้าเขาไม่กล้าหวังมากเกินไปว่าคนเหล่านี้จะปฏิบัติกับพ่อแม่ของเขาอย่างดีต่อหน้าเขา ดังนั้นการตัดสายสัมพันธ์กับพวกเขาเป็นการปกป้องพ่อแม่อย่างดีที่สุดแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงน้ำ
ถึงแม้ว่าเขาจะปฏิบัติกับน้ำไม่ดี แต่เมื่อตอนที่พ่อของเขาเป็นอัมพาตนอนติดเตียง ก็เป็นน้ำที่คอยปรนนิบัติดูแลข้างกายมาโดยตลอด ถึงแม้จะนอนไม่พอ แต่เธอก็ทำทุกอย่างที่ลูกสะใภ้ควรทำทั้งหมดแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ควรเป็นญาติในครอบครัวของพวกเขาที่ต้องทำไหม?
แต่ละคนซ่อนตัวให้ไกลกว่าใคร กระทั่งรังเกียจชีวิตของพ่อที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ สมองเขานี่น้ำเข้าไปมากเท่าไหร่กัน ถึงให้ไอ้พวกจิ้งจอกขี้ขลาดตาขาวพวกนี้มากดขี่ภรรยาของตัวเอง?
แม้ว่าตัวเองจะไร้มนุษยธรรม แต่ว่าน้ำก็เป็นเมียแต่งของเจา แค่เพียงเขาปฏิบัติต่อน้ำและชมพูอย่างดี เขาก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขใช่ไหม?
ในที่สุดเบิร์ดก็คิดได้ แต่เขามาคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว
เขารีบหันกลับมา หยิบปากกาและเซ็นชื่อลงบนสัญญาหย่า
นรมนเห็นเบิร์ดที่สำนึกผิด บุริศร์เองก็เช่นกัน แต่แล้วอย่างไร? เดิมทีโลกนี้มันไม่มียารักษาความเสียใจอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นความเจ็บปวดที่โดนกระทำก็มีอยู่จริง ถึงแม้จะขอโทษหรือสำนึกผิดทีหลัง ก็ไม่สามารถชดเชยบาดแผลของน้ำและชมพูได้
ดังนั้นอารมณ์แม่พระก็ไม่จำเป็นต้องมี
หลังจากเซ็นสัญญาหย่าร้างเสร็จแล้วคุณนายสุนันท์ก็ได้เป็นลมล้มลงไปจากความเสียใจ คนอื่นในตระกูลธีรกุลภักดีก็ยังต้องการที่จะร้องโวยวาย บุริศร์ได้ออกคำสั่งโดยตรงให้โยนพวกเขาออกไป
เบิร์ดไม่มีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนที่พวกเขาพูดให้ตัวเขาเองไปตาย หัวใจของเบิร์ดก็ได้ปิดตัวลงไปแล้ว
เมื่อในห้องว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว นรมนถึงค่อยเห็นพ่อชยพลที่อยู่ตรงมุมห้อง
เพราะชีวิตที่ลำบากยากแค้น พ่อชยพลนั่งลงอยู่ที่พื้น อย่างสมบูรณ์ เขาถูกคนบดบังเอาไว้ทำให้มองเห็นไม่ชัด ตอนนี้ดูๆแล้วก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบากเล็กน้อย
เขาร้องฮือฮือราวกับอยากจะพูดอะไร ทำอย่างไรได้เขาออกเสียงไม่ชัด น้ำลายเปียกปอนเสื้อผ้า ถึงจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน แต่สายตาของเขามันบ่งบอกว่าไม่อยากจะแยกจากเบิร์ด
จมูกของเบิร์ดแสบร้อนเล็กน้อย
เขาหันกลับไปแสดงความเคารพต่อพ่อชยพลสามครั้ง จากนั้นจึงพูดว่า “พ่อครับ ลูกชายคนนี้ไม่ได้อกตัญญู ผมจะไม่ได้อยู่ปฏิบัติรับใช้พ่ออีกแล้ว รักษาตัวเองให้ดีนะครับ”