ตอนที่ 1669
บทที่ 1669 ฉันก็แค่พูดเผื่อไว้
October 31, 2026
“เชร้ด นั่นคนหรือเปล่า?”
กิจจาหลุดสบถออกมา ตั้งแต่เติบโตเขาก็มักจะวางตัวสุขรุมเหมือนเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างสม่ำเสมอ แต่ว่าครั้งนี้เขาเซอร์ไพรส์มากจริงๆ
แม้ว่ากานต์ออกจะสบถออกมาบ้ง แต่พอได้ยินที่กิจจาพูด เขาก็ปิดปากลง แต่ในใจก็คิดเหมือนกันกับกิจจา
ไม่ว่าทั้งสองจะซ่อนตัวมิดชิดขนาดไหน แต่คนคนนั้นก็ยังวิ่งพรวดเข้ามากำคอเสื้อของพวกเขายกขึ้นสูงด้วยมืออย่างะข้าง
“แว๊กๆๆ!”
กิจจาร้องออกมาอย่างตกใจ จากนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาว่า “หุบปาก!”
เขาจำเสียงนี้ได้
“คุณตา?”
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะล่อคุณตาออกมาได้จริงๆ แต่ว่าเงาคนเมื่อกี้คือคุณตาเหรอ?
กิจจาอึ้งกิมกี่
แม้ว่ากานต์จะได้ยินเรื่องที่ชินทรกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ แต่พอได้มาเห็นและได้ยินเองกับหูกับตามันแตกต่างกับที่จินตนาการไว้มากๆ
กานต์ใจเย็นพอสมควร ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ปล่อยให้ชินทรยกลอยอยู่อย่างนั้น รู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดโชยข้างหู เย็นสบายเป็นไหนๆ
เขามาเร็วแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ชินทรไม่รู้เลยว่าตัวเองสร้างความช็อกให้เด็กทั้งสองคนขนาดไหน เขามองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว คนตระกลูสิทธิรัตน์สุนทรใกล้จะมาแล้ว เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย เขาจึงต้องพาเด็กทั้งสองคนออกไปก่อน
กิจจาและกานต์ถูกชินทรพามายังเรือนสี่ประสาน ที่นี่มิดชิดเป็นอย่างมาก แต่ดูจากที่ทางแล้วเป็นสถานที่ที่คนปกติไม่น่าจะอยู่ได้
กานต์มองประเมินรอบๆ แม้ว่าระหว่างชินทรจะไหวตัวรวดเร็วเป็นอย่างมาก แต่กานต์ก็ยังสังเกตเห็นสภาพและสิ่งแวดล้อมรอบด้าน
ที่นี่น่าจะเป็นบ้านพักส่วนตัว
แปลว่าที่นี่คือบ้านของคุณตาเหรอ?
ในระหว่างที่กานต์ครุ่นคิดในใจ ชินทรก็พาเขาเข้ามาข้างใน พร้อมกับวางลงบนพื้น
นัยน์ตาของกิจจาวิบวับไปด้วยเปลวไฟลุกโชน
“คุณตา ผมขอเจาะตัวอย่างเลือดของคุณตานิดหนึ่งได้ไหม?”
ชินทรไม่ได้เหนือความคาดหมายเลยสักนิด เขาสังเกตกิจจาไม่ใช่แค่วันสองวัน จึงรู้ว่ากิจจาหลงใหลการแพทย์มากแค่ไหน ถึงตอนแรกจะเป็นเพราะถูกมิลินบังคับก็เถอะ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กคนนี้คืออัจฉริยะทางด้านการแพทย์จริงๆ
“ได้ แต่สายเลือดของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาค่อนข้างซับซ้อน อีกอย่างในร่างกายของฉันยังมียีนกลายพันธุ์อยู่ด้วย อาจจะแยกสายเลือดดั้งเดิมยากหน่อยนะ ฉันกลัวว่าจะแกจะใช้เวลาเยอะ ก็เลยให้คนเจาะออกมาไปเก็บไว้แล้ว เผื่อไว้ให้แกใช้ในการทดลอง ต่อให้ฉันเป็นอะไรไป ก็ไม่กลัวว่าหัวข้อวิจัยของแกจะไปต่อไม่ได้ กิจจา โชคชะตาและอนาคตของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาต่อจากนี้ ฉันขอฝากแกด้วยนะ”
ชินทรพูดออกมาอย่างเรียบๆ แต่กิจจากลับรู้สึกเศร้าและกดดัน
“คุณตา คุณตาจะทำอะไร? คิดจะดับเครื่องชนเหรอ?”
ถ้าเขาไม่สังเกตเห็นอะไรในประโยคคำพูดของชินทรเมื่อสักครู่ แบบนั้นเขาก็ไม่สมควรถูกเรียกว่าอัจฉริยะแล้วล่ะ
หัวคิ้วของกานต์ขมวดแน่น แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่มีแววตาก็ไม่ต่างกันกับกิจจา
ชินทรรู้สึกทึ่งกับความรู้สึกไหวของทั้งสองเล็กน้อย กระนั้นก็ยังรู้สึกอุ่นใจ
“ฉันก็แค่พูดเผื่อไว้”
“มีผมกับกานต์อยู่ทั้งคน คุณตาไม่ต้องเผื่ออะไรทั้งนั้น!กว่าหม่ามี๊จะกลับมารวมตัวกับครอบครัวได้ คุณตาอย่าเห็นแก่ตัวอย่างนี้สิ ถ้าคุณตาเป็นอะไรไป คุณยายจะทำยังไง? หม่ามี๊จะทำยังไง? คุณตาอยากเห็นหม่ามี๊กับคุณยายเสียใจเหรอ?”
กานต์ไม่คิดเลยว่ากิจจาจะเก่งเรื่องการพูดจาขนาดนี้ ถ้าไม่เป็นหมอก็คงเป็นทนายความได้สบายๆ
ด้านชินทรก็นิ่งไปกับคำถามของกิจจา
แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากทำอย่างนั้น แต่ว่าบางเรื่องเขาก็เตรียมใจเอาไว้ตั้งนานแล้ว
“พวกแกมาหาฉันทำไม?”
“ลืมแล้ว”