ตอนที่ 1726
บทที่ 1726 อยากใช้ชีวิตยังไงก็ตามใจ
October 31, 2026
“เพราะเรื่องของอาณาจักรรัตติกาลใช่ไหม? ฉันสาบานได้......”
“ไม่ต้อง!”
บุริศร์ตัดบทคำพูดของธเนศพล มองแววตาที่ซับซ้อนของเขา แต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไร
แม้จะเป็นเช่นนี้ ธเนศพลยังคงรู้สึกถึงความเหินห่างและเย็นชาที่บุริศร์มีต่อตนเอง
ในที่สุดก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว
แต่ก่อนได้ยินอยู่เสมอๆว่าถ้าจะอยู่บนตำแหน่งนั้นก็ต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยวเดียวดาย เขามักจะรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่ๆ ข้างกายมีมิตรสหายมากมายขนาดนั้นไม่ใช่เหรอ?
แต่ทำไมเดินไปพร้อมกันแต่ก็ต้องแยกย้ายไปล่ะ?
ผลลัพธ์อย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวัง แต่เขากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะปฏิเสธได้
บุริศร์เข้าใจความเสียใจของเขา แต่สิ่งที่คุณท่านขวัญชัยทำครั้งนี้ทำให้พวกเขาผิดหวังจริงๆ ถ้าเขาไม่เห็นแก่หน้าของธเนศพล ไม่เห็นแก่ประเทศนี้ที่ตนเองกล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเอาไว้ เขาคงไม่ปล่อยผ่านไปอย่างนี้เด็ดขาด แต่ตอนนี้กลับเหมือนไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
บางครั้งเรื่องที่ต้องปล่อยทิ้งไปก็เกิดขึ้นได้ในทันที
ยุคสมัยของสังคมที่มีวีรบุรุษ ไม่มีบุริศร์อีกแล้ว แต่ยังเหลือกานต์กับกิจจาอยู่ไม่ใช่เหรอ? แค่หวังว่าวันข้างหน้าพวกเขาจะไม่ผิดหวังจนเจ็บปวดก็พอ
เขาอยากดูแลเพียงแค่ชีวิตของนรมนเท่านั้น
นรมนทำอาหารให้กานต์นิดหน่อย ลูกชายที่กำลังกินอย่างสบายอกสบายใจ กลับทำให้นรมนอารมณ์ดีขึ้นมากเลย
เธอมองเห็นบุริศร์กับธเนศพลคุยกันจากทางหน้าต่างราวกับไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไหร่ ธเนศพลขมวดคิ้วอยู่ตลอด ส่วนบุริศร์กลับมีท่าทีห่างเหินเหมือนตอนที่เพิ่งรู้จักเขา
จู่ๆนรมนก็ถอนหายใจด้วยความหดหู่
หลังจากกานต์เห็นจึงพูดขึ้น: “หม่ามี้ ที่ผมกับพี่อยู่ในประเทศหม่ามี้กับแด๊ดดี้ไม่สบายใจใช่ไหมครับ?”
“ไม่หรอกลูก”
นรมนลูบหัวของลูกชาย พูดยิ้มๆ: “พวกลูกแต่ละคนต่างมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ต่างมีชีวิตของตัวเอง หม่ามี้กับแด๊ดดี้แค่ให้คำปรึกษาและเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเท่านั้น แต่จะไม่บงการชีวิตของพวกลูก แค่ลูกกับกิจจารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจริงๆก็พอ กานต์ ไม่ต้องสนใจเรื่องของผู้ใหญ่ว่าพวกเขาจะคิดยังไงจะทำยังไงจะอยู่ร่วมกันยังไงหรอกนะ ทำเรื่องของพวกลูกเองให้ดี รับมือกับแวดวงสังคมของลูกๆเองให้ดีก็พอแล้ว”
จู่ๆกานต์ก็รู้สึกดีใจที่หม่ามี้ของตนเองรับฟังความคิดเห็นเช่นนี้มาโดยตลอดเลย เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปโอบเอวของนรมนเอาไว้ แนบหน้าลงไปบนท้องของเธอ พูดขึ้น: “ขอบคุณนะครับหม่ามี้”
“เด็กโง่”
เธอสงสารลูกชายคนนี้ แต่ก็ยังยอมตามใจเขา แค่เป็นเส้นทางที่เขาอยากเดินไป เป็นชีวิตที่เขาต้องการเธอล้วนแต่สนับสนุนได้ทุกอย่าง ถึงยังไงลูกชายของตระกูลโตเล็กก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวเองลำบาก อยากใช้ชีวิตยังไงก็ตามใจ
บทสนทนาระหว่างธเนศพลกับบุริศร์สุดท้ายแล้วก็จบลงแบบค้างคา เขาเห็นความเจ็บปวดของคนเจ็บเหล่านั้น ทำให้ธเนศพลรู้สึกเหมือนตนเองได้รับความเจ็บปวดไปด้วย หลายวันนี้จึงอยู่กับพวกคนเจ็บตลอด
ส่วนกิจจาที่ด้านนี้ภายใต้การศึกษาวิจัยไปพร้อมๆกับหมอและจณัตว์ในที่สุดก็ทำการผลิตยาถอนพิษออกมาได้แล้ว ทั้งยังทำการทดสอบอย่างละเอียดรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ที่ได้รับการวินิจฉัยการันตีว่ามีความปลอดภัยสูงมากจึงเริ่มดำเนินการนำไปใช้
ตอนนี้สิ่งที่เรียกว่าโรคระบาดได้โจมตีประชาชนอย่างไม่ทันตั้งตัวราวกับพายุทอร์นาโด แต่ก็เพราะยาถอนพิษที่ผลิตออกมาอย่างประสบความสำเร็จและกำจัดเชื้อไวรัสให้หมดสิ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
สามเดือนผ่านไป โรคระบาดสิ้นสุดลงได้ด้วยน้ำมือมนุษย์ สนามรบต่างประเทศจึงกลับมาสงบสุขแล้ว
พฤกษ์ในฐานะที่เป็นผู้มีคุณงามความดีของสนามรบต่างประเทศครั้งนี้ ไม่มีใครเทียบได้ จึงได้รับการเลื่อนขั้นจากธเนศพลเป็นหัวหน้ากรม ส่วนเจตต์ปฏิเสธที่จะกลับไปอยู่ในเขตทหาร หลังจากสถานการณ์โรคระบาดสิ้นสุดลงจึงควบรวมกิจการของบริษัทตระกูลรัตติกรวรกุลกับตระกูลปวนะฤทธิ์เข้าด้วยกัน ก่อตั้งเป็นบริษัทใหม่ แต่กลับก่อตั้งสำนักงานใหญ่ไว้ที่ประเทศF เรื่องนี้ทำให้ธเนศพลค่อนข้างทุกข์ใจแต่ก็ไม่มีทางเลือก