ตอนที่ 1737
บทที่ 1737 ลูกสาวฉันต่างหากคือผู้เสียหาย
October 31, 2026
“กรี๊ด!”
หลังจากที่พริมรตาถูกลักพาตัวก็รู้สึกหวาดกลัวเลือด โดยเฉพาะเลือดสดๆที่ยังอุ่นร้อน
เธอหวีดร้องออกมาหลังจากนั้นก็สลบไป
เมื่อกันติมาเห็นลูกสาวตัวเองสลบ ก็รีบเดินเข้าไปหา พร้อมผลักกานต์ออก ไม่ได้สนเลยว่ากานต์มีแผล ตรงกันข้ามกลับกอดพริมรตาเอาไว้แล้วร้องโวยวายออกมา
“รีบไปเรียกหมอมาสิ!ตาบอดหรือไง? ไม่เห็นเหรอว่าลูกสาวฉันเป็นลมไปแล้ว? แกไม่ใช่แค่ทำให้เธอเป็นแม่คนไม่ได้ แต่ยังคิดจะฆ่าเธอให้ตายอีกใช่ไหม? ถ้าเธอตายแล้วแกก็จะได้ไปใช้ชีวิตของแกอย่างสบายใจล่ะสิ? ฉันจะบอกแกให้นะ เรื่องที่ลูกสาวฉันต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ฉันไม่มีทางปล่อยให้มันจบง่ายๆแน่!”
กานต์ถือมีดอยู่ในมือ เลือดสดๆบนแขนยังคงไหลพุ่งออกมา เขามองปากที่หุบๆอ้าๆของกันติมา แม้ว่าจะไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด แต่ก็พอจะรู้ว่าต้องไม่ใช่คำพูดดีๆแน่นอน
เขาเคยถูกปฏิบัติอย่างนี้ที่ไหน?
แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวราวกระดาษของพริมรตา เมื่อนึกถึงชีวิตหลังจากนี้ของเธอ กานต์จึงเลือกที่จะกดปุ่มเรียกพยาบาลอย่างเงียบๆแทน
ไม่นานหมอก็มาถึง
พวกเขาทำการตรวจให้พริมรตา จึงพบว่าเธอแค่ตื่นตัวมากเกินไปจึงสลบไป ไม่ได้เป็นอะไรมาก เมื่อพยาบาลคนหนึ่งเห็นแขนของกานต์ยังมีเลือดไหลออกมา พลันอุทานออกมาอย่างตกใจ
“คุณชายกานต์ แขนได้รับบาดเจ็บเหรอคะ? มานี่ นั่งนี่เลยค่ะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้”
เมื่อหมอได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีด
“คุณชายกานต์ ได้แผลแล้วทำไมไม่บอกล่ะ? ขอดูหน่อยว่าติดเชื้อหรือเปล่า”
กันติมาได้ยินว่าลูกตัวเองไม่เป็นอะไร แต่พอเห็นหมอและพยาบาลต่างเข้าไปรุมล้อมกานต์ ก็อดที่จะรู้สึกโมโหไม่ได้
“เขาเป็นตั้งทหารพวกคุณจะไปห่วงอะไรเขานักหนา? ลูกสาวฉันต่างหากคือผู้เสียหาย!”
“เงียบไปเลยคุณน่ะ!คุณชายกานต์ไม่ได้เป็นคนลักพาตัวลูกสาวคุณซะหน่อย!เขาเป็นคนไปช่วยลูกสาวคุณแท้ๆ ถ้าคุณจะโทษก็โทษโจรลักพาตัวโน่น เอาแต่พูดจาถากถางคนช่วยชีวิตลูกตัวเองอยู่ได้ คุณคิดว่าคุณเป็นใครกันแน่?”
พยาบาลทนฟังไม่ได้อีกต่อไป เธอล่ะรู้สึกโชคดีจริงๆที่ตอนนี้กานต์สูญเสียการได้ยิน จะได้ไม่ต้องมาฟังคำพูดกระแนะกระแหนพวกนี้
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ทหารต้องช่วยเหลือคนอื่นกลายเป็นเรื่องปกติที่สมควรทำ?
คนพวกนี้ไม่รู้สึกขอบคุณพวกเขาหน่อยเหรอ?
กันติมาเดือดดาลเมื่อถูกพยาบาลพูดใส่ ในตอนที่กำลังจะโต้กลับ ก็เห็นกองสัญญาณคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นกานต์นั่งอยู่ตรงนั้น ก็เดินเข้าไปโค้งคำนับทำความเคารพ จากนั้นก็พูดว่า “หัวหน้า เบื้องบนอยากพบคุณ ผมเลยมารับคุณไปครับ!”สรรพนามที่กองสัญญาณใช้ ทำให้กันติมานิ่งอึ้งไปทันที
แม้ว่ากานต์จะยังอยากอยู่ดูว่าพริมรตาเป็นยังไงบ้าง แต่ทว่าในบรรยากาศอย่างนี้เขาอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว อีกอย่างการที่เจ้านายเรียกหาเขามันต้องเกี่ยวกับเรื่องคดีแน่ๆ
เขาหันไปพูดกับหมอว่า “ใช้ยาที่ดีที่สุดรักษาเธอให้หาย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตัดผ่านบัญชีฉันได้เลย”
“ครับ คุณชายกานต์!”
กันติมากลับพูดออกมาอย่างเสียงแข็งว่า “จะโอ้อวดอะไรนักหนา ตัดผ่านบัญชีของเขาได้เลยงั้นเหรอ แค่ทหารจนๆคนหนึ่งจะมีเงินสักเท่าไหร่กันเชียว?”
“พูดเพ้อเจ้ออะไร? คุณชายกานต์เป็นถึงลูกชายของหนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองชลธีเลยนะ เขาคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต่อให้ไม่เกณฑ์ทหารก็เป็นหนึ่งในมังกรท่ามกลางหมู่คน หลายปีที่ผ่านมาทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจเขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง เขาคือวีรบุรุษแห่งสงคราม ถ้าคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างคุณยังไม่หยุดกล่าวหาคุณชายกานต์อีกล่ะก็ ฉันจะ……”
“เพียง!”
เมื่อคุณหมอเห็นพยาบาลผู้มีนามว่าเพียงอารมณ์ขึ้น จึงรีบเอ่ยห้ามไม่ให้เธอพูดถ้อยคำที่เหลือ
กันติมากลับนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง
ลูกชายของหนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองชลธี?
เป็นลูกเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด?