ตอนที่ 1786
บทที่ 1786 มีบางคนที่ควบคุมเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
October 31, 2026
“ระวัง!”
กิจจาปกป้องณิตาเป็นอันดับแรก ถึงขนาดที่แขนของตนเองกระแทกไปที่กระจกหน้ารถ
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ทว่าณิตากลับรีบม้วนแขนเสื้อเขาขึ้น เห็นตำแหน่งข้อมือมีรอยฟกช้ำ จึงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
“ทำไมถึงเข้ามาปกป้องฉันล่ะ?”
“ไม่เป็นไร พี่เป็นผู้ชาย แล้วมันก็อยู่ในเสื้อผ้าด้วย มองไม่เห็นอยู่แล้ว”
“มองไม่เห็นก็ไม่เจ็บแล้วงั้นเหรอ?”
ณิตารู้สึกว่าสมองของผู้ชายคนนี้มีปัญหานิดหน่อย
กิจจารู้สึกถึงมือเล็กๆของเธอที่กำลังทัศนาจรอยู่บนร่างกายของตนเอง ท่าทางลนลานเป็นกังวลนั้นกลับทำให้เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ แล้วความอบอุ่นก็ทะลักขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หัวใจอ่อนยวบจนยุ่งเหยิงไปหมด
คนที่เกือบจะโดนชนเห็นว่าตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครลงมาสนใจตนเองสักที จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาตบๆกระจกรถ นี่ถึงเรียกร้องความสนใจจากกิจจาได้
อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่ตัวค่อนข้างเล็ก ดูๆแล้วใบหน้าซีดขาว จัดอยู่ในประเภทที่ไม่แข็งแรง
กิจจาขมวดคิ้วเล็กน้อย หมุนกระจกรถลงเบาๆ
“ฉันไม่ได้ชนเธอ เธอต่างหากที่พุ่งเข้ามาเอง อย่าคิดจะพุ่งเข้ามาชนแล้วเรียกร้องค่าเสียหายนะ ที่ฉันมีกล้องติดรถอยู่”
ก่อนที่หญิงสาวจะได้เอ่ยปากกิจจาก็พูดขึ้นมาก่อน ทั้งยังท่าทีเย็นชา เทียบกับเมื่อกี้ที่เผชิญหน้ากับณิตาแล้วก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวชะงักเล็กน้อย แล้วน้ำตาเม็ดใหญ่ก็ร่วงลงมา ดูน่าสงสาร
“ฉันรู้ เป็นฉันเองที่พุ่งเข้ามา ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก ฉันแค่อยากถามว่าคุณคือกิจจาใช่ไหม? ที่เป็นพี่ใหญ่ของกานต์?”
แค่พูดออกไป กิจจาก็ตะลึงงัน
หากานต์งั้นเหรอ?
ตอนนี้ความรักของกานต์กับไอรามีความสุขดี แต่จู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็โผล่ออกมามันเกิดอะไรขึ้น?
“เธอเป็นใคร?”
เสียงของกิจจาเย็นยะเยือก ก็ไม่มีความหมายว่าจะลงจากรถเลย
ณิตามองผู้หญิงตรงหน้า ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมถึงเอาแต่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูร้ายๆอยู่ตลอดเลยล่ะ?
หญิงสาวเหมือนคิดไม่ถึงว่ากิจจาจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชะงักเล็กน้อย แล้วพูดขึ้น: “ฉันชื่อพริมรตา มาตามหากานต์ หลังจากเขาปลดประจำการแล้วก็โทรหาไม่ติดเลย ฉันรู้แค่ว่าเขาอยู่ที่เมืองชลธี คุณเป็นพี่ใหญ่ของเขา ขอร้องคุณล่ะพาฉันไปหาเขาหน่อยเถอะ”
คำพูดของพริมรตาทำให้กิจจาขมวดคิ้วแน่น
ไม่รู้เบอร์ส่วนตัวของกานต์ แสดงว่าเธอกับกานต์ไม่ได้สนิทกัน แต่กลับรู้ว่าตนเองเป็นพี่ใหญ่ของกานต์ ทั้งยังสามารถขวางอยู่ที่หน้ารถของเขาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ถ้าบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีความสามารถเลย กิจจาก็ไม่เชื่อหรอก
“ได้สิ”
กิจจาเอ่ยปากขึ้นทันที
พริมรตาเหมือนคิดไม่ถึงว่ากิจจาจะตอบตกลงอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ แสดงความดีอกดีใจออกมาทันที
“ขึ้นรถ!”
กิจจาพยักหน้า
พริมรตารีบปล่อยกระจกรถออก แล้วเดินไปข้างหลังไม่กี่ก้าว ตอนที่คิดจะเปิดประตูรถด้านหลัง รถก็ค่อยๆพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่พุ่งออกไปจากคันธนู ทิ้งควันท้ายรถเอาไว้ให้เธอเท่านั้น พริมรตาถึงขั้นสำลักจนไอออกมาไม่หยุด
“พี่กิจ พี่นี่ไม่น่าเชื่อถือเลยนะ!”
“ผู้หญิงคนนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่ามีแผนการในใจ ถ้าพี่พาเธอกลับบ้านจริงๆ ตระกูลโตเล็กของพี่ต้องเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตแน่ๆ”
ความเร็วของรถกิจจาไม่ลดลงเลยสักนิด
ณิตากำลังมองพริมรตาที่ตัวเล็กลงเรื่อยๆจากหลังรถ พูดขึ้นราวกับคิดอะไรอยู่: “ในเมื่อเธอตามมาถึงเมืองชลธีได้ ก็ต้องตามไปที่บ้านของตระกูลโตเล็กได้ ถึงตอนนั้นคงจะมีเรื่องวุ่นวายแน่ๆ ไอราควรจะได้รู้การมีตัวตนของผู้หญิงคนนี้นะ เราบอกกานต์กับไอราคงดีกว่า”
“เธอกับไอราสนิทกันมากเลยใช่ไหม?”
กิจจานึกถึงไอรา จึงอดไม่ได้ที่จะถาม
ณิตาพยักหน้า แล้วก็ไม่คิดจะพูดอะไรเพิ่มเติม ถึงยังไงมิตรภาพของผู้หญิงบางครั้งผู้ชายก็ไม่เข้าใจหรอก
กิจจาขับรถมาถึงร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆแห่งหนึ่ง ลงจากรถไปกับณิตาเขาสั่งกับข้าวจานเล็กๆหลายอย่าง ล้วนแต่ให้ความรู้สึกสดชื่นอร่อยถูกปาก ต่างเป็นอาหารที่ณิตาชอบกินทั้งนั้น
มองกับข้าวที่อยู่เต็มโต๊ะ ในใจของณิตาก็เบิกบานมาก แต่ตอนที่นึกถึงการตัดสินใจของกิจจากลับค่อนข้างเสียใจ
“กินเยอะๆหน่อย ดูเธอสิไปอยู่ต่างประเทศไม่กี่ปีทำไมถึงผอมนักล่ะ”
กิจจาบ่นๆ
ณิตากินอยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก