ตอนที่ 1793
บทที่ 1793 รักษามารยาทหน่อย
October 31, 2026
นรมนกำลังมองท่าทางของลูกชายที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นด้วยความประหลาดใจอยู่ที่ด้านนอก อดไม่ได้ที่จะตะลึงงัน
แต่ไอรากลับไม่ตกใจเลย ถึงยังไงก็ไม่ได้กินอาหารที่กานต์ทำมาแค่ครั้งสองครั้งอยู่แล้ว
เธอกอดแขนของนรมนยิ้มพูดขึ้น: “คุณป้าคะ เราไปนั่งในห้องรับแขกกันเถอะค่ะ คุณป้าสบายใจได้ กานต์ทำอาหารอร่อยมากๆเลยค่ะ”
“เราเคยกินเหรอ?”
“ใช่ค่ะ”
ในใจของนรมนเจ็บปวดนิดๆ
ถึงเธอจะปลื้มใจที่ลูกสะใภ้นิสัยดี แต่ในฐานะแม่ที่เลี้ยงลูกชายให้เติบโตขึ้นมาด้วยความยากลำบากนั้น เรื่องที่ลูกชายทำอาหารเป็นเธอเพิ่งรู้เป็นครั้งแรก แล้วยังไม่เคยกินมาก่อนด้วย ยังไงในใจก็รู้สึกทนไม่ได้
“วันข้างหน้าเรากับกานต์มีลูกสาวเถอะ ลูกชายนี่ใช้ไม่ได้เลย พอโตขึ้นในใจก็ไม่มีแม่แล้วเนี่ย” คำพูดของนรมนทำให้ไอราทั้งเขินอาย ทั้งมีความสุข
“คุณป้า ในใจของกานต์มีพวกคุณอยู่เสมอนะคะ ฉันแค่ชิมอาหารให้เขาเท่านั้นเอง”
ไอราพูดขนาดนี้ อารมณ์ของนรมนจึงดีขึ้นไม่น้อยเลย
“เรานี่ พูดเก่งนักนะ ก็ปกป้องเขาไปเถอะ วันหน้าถ้าเจ้าตัวแสบนั่นรังแกเราขึ้นมา ป้าจะดูสิว่าเราจะร้องไห้ไหม”
“ไม่ร้องหรอกค่ะ มีคุณป้าที่ใส่ใจฉันอยู่ทั้งคนนี่คะ”
ไอราโน้มตัวไปบนร่างของนรมน สีหน้าท่าทางนั้นไม่แตกต่างจากแม่ลูกแท้ๆเลยจริงๆ
ในใจของนรมนก็เบิกบานตามไปด้วย
ไม่นานกานต์ก็ทำอาหารเสร็จแล้ว กำลังยกออกมา
เห็นกับข้าวที่กลิ่นหอมหน้าตาดูดี บุริศร์กับนรมนไม่ได้พูดอะไร ไอราจึงไปเรียกกมลกับกิจจาลงมากินข้าว
ตอนที่กานต์เห็นสายตาที่ลึกซึ้งของพ่อแม่ตนเอง จึงอดไม่ได้ที่จะพูด: “ก็ได้ครับ ผมขอสารภาพ ผมทำอาหารเป็นตั้งนานแล้ว เพียงแต่การทำอาหารของครอบครัวเราแม่ผูกขาดไว้แล้วไม่ใช่เหรอครับ? ผมกลับมาแค่ครั้งสองครั้ง จะแย่งงานอดิเรกของแม่คงดูไม่ดีใช่ไหมล่ะครับ?”
“อื้อหือ!”
นรมนถลึงตาใส่เขา แล้วพูดขึ้น: “เราวางแผนจะแต่งงานกับไอราเมื่อไหร่? แต่ก่อนเราตาบอด ไม่ยอมรับไอรา ล่าช้ามาพอแล้วนะ ตอนนี้เราสองคนก็ยี่สิบกว่าๆแล้ว แน่ใจในความรู้สึกกันแล้ว ยังจะอืดอาดไปจนถึงเมื่อไหร่อีก? แม่กับพ่อใจร้อนอยากอุ้มหลานแล้วนะ”
ครั้งนี้กานต์ไม่ได้ปฏิเสธ ยิ้มพูดขึ้น: “อีกเดี๋ยวแม่เอาสมุดทะเบียนบ้านมาให้ผมด้วยนะครับ”
“เอาสมุดทะเบียนบ้านให้แกทำไม? ทะเบียนบ้านแกไม่ได้อยู่ในสมุดทะเบียนบ้านของพ่อกับแม่นะ”
บุริศร์รู้สึกว่าลูกชายของตนเองโง่อยู่หน่อยๆ
ทะเบียนบ้านของเจ้านี่อยู่ในเขตทหารที่เมืองหลวงมาโดยตลอด ตอนนี้ถึงจะปลดประจำการแล้ว แต่ทะเบียนบ้านยังไม่ได้ยื่นหนังสือย้ายกลับมาที่ภูมิลำเนาเดิม ดังนั้นตามหลักการแล้วตอนนี้ยังไม่ถือเป็นผู้ที่มีอิสรภาพ
กานต์จึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะกลุ้มใจ
“งั้นผมต้องบินไปที่เมืองหลวงสักรอบ”
“ไปหาน้าพลก็พูดจาดีๆ เอาของขวัญไปด้วย ถึงยังไงตอนนี้ความสัมพันธ์กับน้าพลก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว รักษามารยาทหน่อย”
บุริศร์พูดขึ้นด้วยเสียงทุ้ม กานต์พยักหน้าฟัง ไม่ได้พูดอะไร
ไอรากับกมลลงมาแล้ว ทุกคนจึงเริ่มกินข้าวกัน
หลังจากกินข้าวเสร็จกิจจาวางตะเกียบลง แล้วพูดกับทุกคน: “พ่อแม่ครับ ผมอยากจะพูดเรื่องหนึ่ง”
“อื้ม?”
สายตาของทุกคนมองไปทางกิจจา ถึงได้เห็นรอยคล้ำเข้มที่ใต้ตาของกิจจา ดูแล้วเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“กิจจา เมื่อคืนเรานอนไม่หลับเหรอ?”
นรมนค่อนข้างเป็นห่วง
กิจจาพยักหน้าพูดขึ้น: “เรื่องหมั้นของผมอยากให้ค่อยเป็นค่อยไปครับ”
ได้ยินกิจจาพูดอย่างนี้ ไอรากับกมลก็คลายกังวลลงทันที
“พี่ใหญ่ ฉันรู้สึกว่าการตัดสินใจนี้ของพี่มันถูกต้องสุดๆเลย”
“กินข้าวของเราไปเลย”
นรมนถลึงตาใส่กมล แล้วมองไปทางกิจจา