ตอนที่ 689
บทที่ 689 เป็นคนขี้ขลาดจริงๆ
October 31, 2026
บทที่ 689 เป็นคนขี้ขลาดจริงๆ
“นรมน เปิดประตูให้ผม! ให้ผู้หญิงคนเมื่อกี้ออกมา! ผู้หญิงบ้าคนนั้น ผมอยากให้เธอรู้ว่าพ่อผมเป็นใคร!”
เจตต์ไม่ได้โกรธมากมานานแล้ว
นี่ไม่ใช่เรื่องของความโกรธ แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี
ผู้หญิงร่างเล็กสูงร้อยห้าสิบกว่ากล้าที่จะยกมือวาดเท้ากับผู้ชายร้อยแปดสิบห้าอย่างเขา แล้วหันหลังกลับ
วันนี้เขาจะแสดงให้เธอเห็นอิทธิฤทธิ์
นรมนมองไปที่นิตาด้วยความสงสัย ก่อนใช้ภาษามือถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
“โอ้ ไม่มีอะไรค่ะ ก็แค่เด็กหนุ่มหน้าขาวคนหนึ่ง ประธานนรมนอย่าได้เป็นกังวล ฉันสามารถเหวี่ยงเขาลงได้ด้วยมือเดียว จริงนะคะ ฉันยังคิดอยู่เลยเป็นคนตัวโตภาษาอะไรนี่”
นิตาพูดอย่างสงบ แต่นรมนตกใจ
เหวี่ยงเจตต์ลงด้วยมือข้างเดียว?
นี่เธอเข้าใจอะไรผิดอยู่หรือไม่?
อย่างไรเจตต์ก็เป็นศิลปะการต่อสู้!
“คุณทำอะไรกับเขา?”
นรมนอยากรู้อยากเห็นมาก
เธอไม่ได้เห็นเจตต์ให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว แต่สนใจแบบนี้เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดี
นิตาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนี่คะ? ฉันก็ผลักเขาออกไป คือเขาจัดการปัญหาตัวเองไม่ได้ ไปนั่งแหมะอยู่บนพื้น ไม่ใช่ความผิดของฉันนะคะ ใครใช้ให้เขาไม่มีแรงกัน? ถ้าอยู่ในหมู่บ้านของเรา ผู้ชายประเภทนี้ต้องถูกคนทุบตีแน่ ดูร่างกายก็ไม่มีเนื้อหนัง จะไปทำอะไรได้กันนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของนิตา นรมนก็ตกใจอีกครั้ง
ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่า เธอและนิตาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกัน
“ไม่ใช่นะ นิตา เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขาไม่จำเป็นต้องทำงานแบกหาม เขาคือ… …”
“ฉันไม่สนหรอกค่ะ ว่าเขาจะเป็นใคร ขอเพียงแต่มาอยู่ในเส้นทางของประธานนรมน ฉันก็โยนเขาออกไปเหมือนขยะ”
นิตาไม่รอให้นรมนทำภาษามือเสร็จ ก็พูดสวน
เจตต์ได้ยินทุกอย่างชัดเจนจากข้างนอก โกรธจนปอดแทบจะระเบิด
ทิ้งเขาไปเหมือนขยะ?
ผู้หญิงคนนี้อยากตายหรือ?
นรมนมองไปทางด้านนอกประตู ก่อนหันกลับมามองนิตาที่ทำท่าไม่แยแส อดไม่ได้ที่จะกังวล
“นิตา คนนั้น ไม่สนใจหรือว่าใครจะอยู่ข้างนอก”
“ทำไมคะ? เขาข่มขู่ประธานนรมนเหรอคะ? ไม่ต้องกลัวไปค่ะ มีฉัน พวกเราหญิงสาวที่อยู่ที่นี่ สามารถยืนหยัดบนผืนแผ่นฟ้าได้!”
นิตาคิดว่านรมนกลัว เธอตบเข้าไปที่หน้าอกตัวเองพลางรับประกัน
แม้ว่าตัวเธอจะเล็กตัว แต่เธอก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่นรมน
นรมนยิ้มขำ ก่อนจะทำภาษามือไป “ไม่เป็นไร เขาเป็นเพื่อนฉัน”
“เพื่อน? นี่คุณมีเพื่อนที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้อย่างนั้นกันหรือคะ? มิน่าละประธานนรมนถึงให้ฉันจัดการบริษัท ที่แท้ข้างหายมีแต่พวกใช้การไม่ได้”
คำพูดของนิตาทำให้เจตต์แทบคลั่ง
“เธอ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ถ้าออกมาแล้วฉันตีเธอไม่ตาย ฉันก็ไม่ใช่คนในตระกูลรัตติกรวรกุล ”
เป็นครั้งแรกที่นรมนเห็นเจตต์ถูกผู้หญิงทำให้โกรธจนเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ อดไม่ได้ที่จะขำนิดหน่อย อารมณ์โกรธไม่กี่วันก่อนหายเป็นปลิดทิ้ง
“เรียกอะไร? ที่พวกเราอยู่ตรงนี้ เรียกเฉพาะผู้ชายที่ไม่มีความสามารถเท่านั้น นายก็ดูไม่เหมือนผู้ชายเช่นกัน”
นิตาทำเสียงจุ๊ๆ สองคราแต่กลับทำให้เจตต์โกรธจนเกือบขาดสติ
เขาอยู่กับผู้หญิงสวยๆมาอย่างเต็มที่ตลอดหลายปี ใครก็ชมว่าเทคนิคเขาจัดจ้าน ทนทาน? กล้ามาพูดได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย?
ผู้หญิงคนนี้โผล่มาจากไหนวะ?
นรมนเม้มริมฝีปากของเขา ดูสองคนทะเลาะกัน
นิตาขี้เกียจที่จะคุยกับเจตต์ เขาหันไปพูดกับนรมน “ประธานนรมน นี่เป็นรายการเดินบัญชีของรอบฤดูกาลนี้ ฉันจัดเป็นระเบียบออกมาแล้ว แต่มีรายการที่บันทึกในบัญชีอีกมากที่ซ้อนกันไม่ได้ คุณดูสักหน่อย”
นรมนรับรายการเดินบัญชีที่ นิตาส่งมา
ไม่ต้องพูดถึง ถึงแม้รูปร่างของนิตาจะเล็ก แต่รายการเดินบัญชีนี้ชัดเจนมาก
“คุณทำเหรอ?”
“ใช่ค่ะ นักบัญชีเป็นคนของชยนต์ ได้ยินว่าชยนต์หนีไปแล้ว ตัวเองก็พิมพ์เอกสารชี้แจงลาออก ตอนนี้ยังหาฝ่ายการเงินที่เหมาะสมไม่ได้ ฉันทำได้แค่มาด้วยตัวเอง”
นิตาเป็นคนที่ตรงไปตรงมา มีอะไรก็พูด
“ประธานนรมน ฉันรู้สึกว่าภายในบริษัทมีคนที่ไม่ยอมทำงานเยอะเกินไป ญาติของชยนต์ จนไปถึงญาติห่างๆล้วนแล้วอยู่ในบริษัท เงินเดือนทุกเดือนก้อนใหญ่ที่จ่ายออกไป ในความเป็นจริง เราไม่ต้องการคนมากขนาดนี้ เพียงกำหนดจำนวนไกด์นำเที่ยวของเรา พนักงานฝ่ายธุรการแนวหลังไม่กี่คน หลังจากนั้นร่วมมือกับขบวนฝั่งนั้น ฉันไปเจรจาก็สำเร็จได้ เมื่อคิดแบบนี้แล้ว คนจำนวนสองในสามของบริษัทต้องออก”
เมื่อนิตาพูดสิ่งนี้นรมนก็ตะลึง
“เอาออกสองในสามส่วนเลยหรือ? ถ้าหากพวกเขาโวยวายขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
นรมนถามอย่างเป็นกังวลใจ
นิตาส่ายหัวและพูดว่า “เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้ประธานเองค่ะ คุณไม่ต้องออกหน้า จิตสำนึกต่อวงศ์ตระกูลของพวกเราที่นี่มันเข้มข้นมาก กีดกันคนภายนอกมาก ถึงแม้คุณจะมารับช่วงบริษัทท่องเที่ยวต่อ แต่ไม่เห็นว่าคนอื่นจะฟังคุณ ตอนนี้คุณนำบริษัทมาให้ฉันแล้ว ขอเพียงคุณวางใจให้ฉันจัดการ ฉันรับปากว่าจะทำให้มันดีที่สุด ประหยัดค่าใช้จ่ายของบุคลากรลงไป พวกเราสามารถไปลุงทุนอื่นๆได้ ว่ากันว่ามีพื้นที่ท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาได้บนเส้นทางสิบสองปันนาเมื่อถึงเวลานั้นเราสามารถขยายการลงทุนไปที่นั่นได้”
เมื่อได้ฟังนิตาพูดอย่างฉะฉาน นรมนก็รู้สึกว่าตัวเองพบสมบัติเข้าให้แล้ว
เธอมองไปที่นิตา ยิ้มและพยักหน้า
“โอเค รบกวนคุณแล้ว คุณคิดเสียว่าบริษัทเป็นเหมือนความสำเร็จของคุณเอง ฉันจะไม่จ่ายเงินเดือนให้คุณอีกต่อไปฉันจะซื้อหุ้นให้คุณเองโดยตรง และจะปันผลให้คุณในช่วงสิ้นปี”
ความหมายของนรมนทำให้นิตาดีใจมาก
“ประธานนรมน พูดจริงหรือคะ?แต่ฉันไม่มีเงินทุน”
“ไม่ต้องใช้เงินทุนของคุณ ตัวคุณก็เป็นเหมือนทุนแล้ว ฉันจะให้คุณ 30% ของหุ้นบริษัท ทุกเดือนคุณจะได้รับ 30% ของกำไรและจะมีเงินปันผลทุกสิ้นปี”