ตอนที่ 691
บทที่ 691 แค่สอนเด็กใหม่เอง
October 31, 2026
บทที่ 691 แค่สอนเด็กใหม่เอง
คือนิตา!
ตอนนี้เจตต์เห็นนิตาจึงรีบเดินหนีแทบไม่ทัน
เมื่อฉุกคิดได้ เขาก็ทำเช่นนั้น เขากำลังจะเดินหันตัวจากไป แต่กลับถูกนรมนรั้งเอาไว้ก่อน
“ที่ฉันพูดคุณได้ยินไหม?”
นรมนพูดด้วยท่าทางประกอบ
“อืม ได้ยินแล้ว ผู้หญิงดุดันคนนั้นของพวกคุณมาแล้ว ผมไม่สู้ผู้หญิงหรอก ไม่อยากจะสนใจหล่อน ค่อยคุยกับคุณต่อวันหลังแล้วกัน”
เจตต์รีบวิ่งหนี
นิตาเห็นแผ่นหลังของเจตต์ จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “ประธานนรมน เขามาตามตื๊อคุณอีกแล้วเหรอ? ทำไมเขานี่หน้าด้านหน้าทนจริงๆ”
นรมนเบ้ปาก
ดูท่าคำว่าเจตต์หน้าด้านหน้าทนนี้ยากที่จะหายไปจากปากของนิตา
“เธอมีเรื่องอะไร?”
นรมนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อเธอพูดมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ว่าไม่ให้เรียกประธานนรมน หล่อนก็ยังเรียกอยู่อย่างนั้น บอกว่าต้องทำตามกฎของบริษัท
นิตาหยิบเอกสารขึ้นมาด้วยความจริงจัง ยิ้มแล้วพูดขึ้น “ประธานนรมน ดูนี่สิ นี่เป็นแปลนภาพคร่าวๆของแผนการลงทุน”
นรมนสัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นจากสีหน้าของนิตา
“ฉันไม่มีเวลามาสนเรื่องพวกนี้มากนัก เอาแบบนี้ เดี๋ยวฉันหาคนมาช่วยคิด เขาเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านนี้ เธอสามารถไปถามเขาได้”
คำพูดของนรมนทำให้นิตาดีใจขึ้นชั่วขณะ
“จริงเหรอคะ? เขาเป็นใครกัน? แบบนี้ดีไปเลยประธานนรมน คุณวางใจได้ ฉันจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด”
“อืม เดี๋ยวฉันให้เขาไปหาเธอเอง เธอกลับก่อนเถอะ”
นิตาเดินจากไปด้วยความดีใจ
นรมนกลับมายังห้องผู้ป่วย คุยกับบุริศร์ต่อซักพัก ป้องก็แจ้งข่าว ว่าโพนี่อาจจะมาที่นี่ในเร็วๆนี้ อาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับการผ่าตัดของบุริศร์ที่ต้องคุย
เธอตื่นเต้นและรอคอยเป็นอย่างมาก
แต่ว่าก่อนหน้านี้ นรมนรู้สึกว่าตัวเองควรจัดการเรื่องของนิตาเสียก่อน
เธอนัดเจตต์ออกมาทานข้าว ซึ่งทำให้เจตต์รู้สึกแปลกใจมาก
“ผมไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม? คุณจะเลี้ยงข้าวผม? วันนี้ลมเพลมพัดอะไรกัน?”
เจตต์ตื่นเต้นมาก แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยอกนรมน
“พอได้แล้ว ทำอย่างกับฉันทำอย่างกับคุณเป็นลูกน้องอย่างนั้น ในเมื่อเป็นแบบนี้ ยังจะตามฉันอยู่ทำไมล่ะ?”
ภายใต้การควบคุมจองนรมน เจตต์จึงได้แต่หัวเราะ “ผมเต็มใจ! ผมชอบถูกบังคับ ไม่ได้เหรอ?”
“ได้! แต่ว่าที่วันนี้ฉันเลี้ยงข้าวคุณ ก็เพราะมีเรื่องรบกวนนิดหน่อย”
“ดูสิ ผมก็รู้ ว่าคุณไม่มีทางที่อยู่ดีๆจะมาเลี้ยงข้าวผมแน่นอน คุณไม่เคยเลี้ยงข้าวผมเฉยๆหรอก จะต้องมีธุระทุกครั้ง คุณจะทำให้ผมประทับใจซักครั้งไม่ได้เลยหรือไง?”
เจตต์บ่นอุบ นรมนกลับยกมุมปากขึ้นยิ้ม จากนั้นทำท่าทาง “ฉันไม่สามารถทำให้คุณประทับใจหรอก แค่นี้คุณก็ตามฉันจะแย่แล้ว ถ้าคุณยิ่งประทับใจอีก ฉันก็คงต้องเดินหลบคุณแล้วแหละ”
“ได้! ผมไม่ทานแล้วข้าวมื้อนี้ ธุระของคุณผมก็จะไม่ช่วย จะได้ไม่ต้องทำให้คุณหนูนรมนรู้สึกกลัว”
เจตต์พูดจบกำลังจะลุก แต่พบว่าชายเสื้อของตัวเองถูกจับเอาไว้อยู่
เขาหันหัวกลับมามอง พบว่านรมนมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน แล้วจากนั้นก็ยิ้มแฉ่งขึ้นมา
“ทำไม? ไม่อยากให้ผมไปแล้วเหรอ? คุณฟังผมพูดนะ ตอนนี้บุริศร์ไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ แบบนี้แหละดีแล้ว คุณทิ้งเขาไปก่อนชั่วคราว ไปทานข้าวกับผมซักมื้อ จากนั้นผมจะรับปากคุณไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม”
สิ่งที่เจตต์พูดทำให้นรมนหงุดหงิด แต่เมื่อนึกถึงแผนการตัวเอง จึงพยักหน้าตอบรับ “ได้สิ ฉันตกลง คุณเลือกสถานที่เลย”
“ต้องแบบนี้สิ!”
เจตต์ดีใจมาก เทเรื่องทั้งหมดทิ้ง แล้วพานรมนขับรถไปบนเขา
ที่นี่เป็นร้านอาหารแบบพื้นบ้าน
เจตต์ก็ไม่รู้ว่าค้นพบที่นี่ได้อย่างไร แต่นรมนรู้สึกว่าวิวดีมากเลยแหละ
หลังจากที่เธอมาถึง ก็สูดลมหายใจเข้าลึก
อื้ม!
สดชื่นจริงๆ
“เป็นยังไง? ไม่เลวเลยใช่ไหม?”
เจตต์พยายามถามด้วยความเอาใจ
นรมนยิ้ม แล้วตอบด้วยท่าทาง “วิวดีมากเลยแหละ แต่ว่ารสชาติอาหารจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”
“ไปชิมก็จะได้รู้แล้วไหม? ไปเถอะ!”
เจตต์เดินจูงมือนรมนเข้าไป
ที่นี่มีแขกไม่มากนัก แต่กลับรู้สึกอบอุ่นมากเป็นพิเศษ
เจตต์พานรมนมายังที่นั่งริมหน้าต่าง ด้านหลังเป็นภูเขา ดูมีอรรถรสมาก
พนักงานรีบเข้ามาต้อนรับ ให้พวกเขาสั่งอาหาร
นรมนให้เจตต์เป็นคนสั่งอาหาร
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ แต่ละเมนูมีความพิเศษมาก
นรมนเห็นอาหารบนโต๊ะก็เริ่มรู้สึกหิว
“รีบชิมดูสิ”
เจตต์เร่งให้เธอทานเหมือนกับเด็ก
นรมนหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารชิม
อืม รสชาติดีเลยแหละ