ตอนที่ 693
บทที่ 693 เป็นผู้ชายขี้งกจริงๆ
October 31, 2026
บทที่ 693 เป็นผู้ชายขี้งกจริงๆ
“ด้านหน้ามารถมา เธอจะขับไปไหนน่ะ?”
เจตต์รีบประคองพวงมาลัย
นิตาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไร ครั้งแรกขับได้ขนาดนี้ก็ไม่เลวแล้ว”
“เธอว่าอะไรนะ? ขับรถครั้งแรก? เธอไม่มีใบขับขี่เหรอ?”
“ยังไม่ได้ไปสอบหนิ แพงเกินไป รอให้ถูกลงหน่อยค่อยไปสอบ”
นิตาพูดอย่างไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจของเจตต์นั้นแทบคลั่ง
“จอดรถ! จอดรถ!”
เจตต์ไม่เคยรู้สึกกลัวเท่าวันนี้มาก่อน!
เขาวางชีวิตไว้ในกำมือของผู้หญิงที่ขับรถไม่เป็น แล้วยังเหยียบคันเร่งถึง 160กว่า
เขาคิดว่าเขาคงบ้าไปแล้ว
นิตาไม่รู้สึกตื่นเต้นซักนิด แล้วถามขึ้น “อันไหนคือเบรค?”
เจตต์ไม่อยากจะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว
เขารีบขยับไปเหยียบเบรค
รถพลันหยุดลงทันที ด้วยแรงนั้น ทำให้เจตต์ชนกับกระจกกันลม และนิตาชนเข้ากับตัวของเจตต์
เจตต์ถูกนิตาชน กระดูกของเขากระแทกเข้ากับพวงมาลัย เขาคิดว่าถ้ากระดูกไม่หักก็คงเกือบหัก
เขาไม่เคยย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน เจ็บเสียจนอธิบายไม่ถูก จนรู้สึกโมโห
“เธอไม่มีสมองรึยังไง? ไม่มีใบขับขี่ยังกล้าขับรถอีก? แล้วยังกล้าขับถึง160? แล้วยังมาท้าทายฉัน? ในสมองเธอมีอะไรบ้าง? ต่อให้เธออยากตาย ฉันก็ยังไม่อยากตายกับเธอซักหน่อย”
เจตต์ตะคอกใส่นิตา เสียจนเธอหูชา
เธอมองหน้าเจตต์ แล้วพูดด้วยความไม่ใยดี “แล้วจะทำไม? ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยขับ แค่เคยขับรถแบบนี้แค่นั้น! ที่บ้านฉันมีรถสามล้อไฟฟ้า ฉันเคยขี่แล้ว มันจะต่างกันตรงไหน?”
เจตต์ไม่อยากจะคุยกับเธอแล้วจริงๆ
รถสามล้อไฟฟ้ากับรถยนต์เหมือนกันเหรอ?
นี่มันทฤษฎีตรรกะอะไรกัน?
“ลงรถ!”
เจตต์รู้สึกว่าถ้าเขายังอยู่กับนิตาต่อไป คงจะโมโหขึ้นเรื่อยๆ
นิตาคิดว่าเจตต์จะขอเปลี่ยนที่นั่ง จึงลงจากรถอย่างเชื่อฟัง แต่เมื่อเจตต์นั่งบนที่คนขับปุ๊บ เขาก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที
“นี่!”
นิตาตะโกนตามด้านหลัง เจตต์ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เขาขับย้อนกลับทางเดิม
เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว
เขาจะไปหานรมน ให้เธอเอายัยแปลกนี่กลับไป
งานนี้เจตต์คงช่วยเธอไม่ได้จริงๆ
นิตามองเจตต์ที่ไม่มีทางย้อนกลับมา ก็รู้ว่าตัวเองได้ทำให้เขาโกรธจริงๆแล้ว
แต่เธอไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆ ทำไมเขาต้องมีปฏิกิริยาขนาดนั้นด้วย?
นิตานั่งลงข้างทางด้วยความสับสน มองดูเส้นทางที่ยาวไกล เธอควรจะไปสิบสองปันนา หรือกลับไปดี?
ไม่ว่าจะไปทางไหน คิดว่าต้องรออีกนานกว่าจะมีรถผ่านมา
เธอพลันรู้สึกหิวขึ้นมา
ผู้ชายคนนี้ขี้งกจริงๆเลย!
แค่ขับรถเอง ทำไมต้องเอาเธอมาทิ้งไว้ตรงนี้ด้วย?
นิตาเบ้ปาก จากนั้นดูแผนที่ในโทรศัพท์ ดูเหมือนตรงนี้จะห่างจากป้ายรถประจำทางประมาณ 10 กม.
เธอดูอากาศ อากาศดีอยู่
นิตาลุกขึ้นมา ปัดก้น แล้วเดินไปทางป้ายรถประจำทาง
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องไปดูที่นั่น ไม่อย่างนั้นงานจะไม่เดินหน้า
เดิมเธอเป็นเพียงพนักงานตำแหน่งเล็กๆคนหนึ่ง ที่ถูกนรมนดึงมาเป็นผู้จัดการ เธอดีใจมาก และคิดว่าไม่ว่าอย่างไรจะต้องตอบแทนที่นรมนดีกับเธอขนาดนี้
นิตารวบรวมสติ แล้วเดินฮัมเพลงไปข้างหน้า
เจตต์ขับรถออกมาได้ 5-6 กม.แล้ว จากนั้นจอดรถลงที่ข้างทาง
ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบนิตา และโมโหเธอจนแทบจะเผาให้เป็นจุลได้ แต่เธอก็ยังเป็นลูกน้องของนรมน เป็นคนที่นรมนให้ความสำคัญ ถึงว่าเขาจะมองไม่เห็นว่าเธอควรค่าแก่ที่นรมนให้ความสำคัญตรงไหนก็ตาม
นิตาหลังจากที่จบมอปลาย เธอก็เลิกเรียนแล้วออกมาทำงาน ทำเป็นพนักงานเล็กที่บริษัทท่องเที่ยวมาตลอด เขาไม่เห็นว่านิตาจะมีความสามารถพิเศษตรงไหน ทำไมนรมนถึงดึงให้เธอขึ้นมาเป็นถึงผู้จัดการ?
และสิ่งที่พิเศษในตัวของผู้หญิงคนนี้ คือถ้าหากตัวเธอตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จ
เมื่อเจตต์ไม่รู้ว่าเธอนั้นควรจะอยู่ในจุดไหน ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
“ช่างเถอะ ฉันจะไม่เอาเรื่องเธอแล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริง วันหลังก็ไม่ให้เธอแตะรถอีก อย่างไรซะนรมนก็ฝากฝังมาแล้ว”
เจตต์พูดกับตัวเอง เขารู้ว่าตัวเองเสียเปรียบมาก
ต้องกลับไปเล่าให้นรมนฟัง
เจตต์คิดเช่นนั้น แล้วจึงกลับหัวรถ ขับไปยังที่ที่จากมา แต่พบว่านิตาหายไปแล้ว
“คงไม่ใช่หมาป่าคาบไปไปแล้วนะ?”
เจตต์มองดูทางที่เป็นพูเขารอบๆ แล้วพูดกับตัวเองอีกครั้ง “ไม่มีทาง ผู้หญิงแกร่งแบบนั้น หมาป่าเจอก็ต้องกลัว แล้วเธอไปไหนกันนะ?”
ในทางที่เขาขับย้อนกลับมาไม่เจอนิตา คงมีเหลือทางเดียวคือเธอเดินต่อไปด้านหน้า
แล้วเธอเดินไปอย่างไรกันนะ?
เดินเหรอ?
เจตต์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ จึงค่อยๆขับรถไปด้านหน้า
ขับไปสิบกว่านาที เจตต์ก็เจอนิตากำลังเดินร้องเพลง
ผู้หญิงคนนี้เดินเท้าจริงๆด้วย?
เธอคงไม่คิดจะเดินไปถึงสิบสองปันนาหรอกใช่ไหม?