ตอนที่ 695
บทที่ 695 ฉันให้หน้านายแล้วนะ
October 31, 2026
บทที่ 695 ฉันให้หน้านายแล้วนะ
หลังจากที่นรมนวางสาย เธอก็เข้าสู่ห้วงความคิด
เธอคิดแต่จะจับให้นิตาและเจตต์อยู่ด้วยกัน แต่ไม่คิดถึงเรื่องความแตกต่างของพวกเขา หลังจากที่ฟังเจตต์พูดเธอก็เริ่มรู้สึกลังเล
ทำเช่นนี้คือการทำร้ายนิตารึเปล่านะ?
แต่ตอนนี้ทั้งสองยังไม่คิดแบบนั้น เธอจึงไม่กล้าพูดสิ่งที่เธอคิดออกไป
เธอมองบุริศร์ แล้วถามผ่านเครื่องแปลสาร “บุริศร์ คุณคิดว่าที่ฉันทำแบบนี้ถูกหรือผิด? เจตต์ตามติดฉันมานานมากแล้ว ฉันไม่อยากจะให้เขาโสดไปตลอดชีวิต ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ที่จะตามหาความสุขของตัวเอง ทั้งๆที่เขารู้ว่าฉันไม่ใช่คนนั้นในชีวิตของเขา ฉันก็ควรที่จะผลักเขาออกไปจากชีวิตใช่ไหม? ฉันก็รู้ว่านิตาไม่เหมาะสมกับเขา นับได้ว่าเป็นคนที่อยู่คนละสังคมกับพวกเรา แต่นิตาเธอเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ถ้าเธอได้รักใครซักคนขึ้นมา คงจะทุ่มเทให้อย่างสุดชีวิต ฉันก็อยากให้เจตต์ได้เจอความรักแบบนี้บ้าง ให้เขาได้มีความสุขของตัวเองบ้าง ที่ฉันทำแบบนี้มันผิดไหม?”
บุริศร์ยังคงนิ่งเฉยไม่ตอบกลับ
นรมนพบว่า บุริศร์เหมือนกับกำลังหลับลึก ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้
หรือเพราะเครื่องนั้นไม่ใช่เสียงจริงๆของเธอ จึงไม่สามารถทำให้บุริศร์ตื่นขึ้นมาได้?
นรมนคิดถึงความน่าจะเป็นนี้ ในใจพลันรู้สึกแย่ขึ้นมา
เสียงของเธอ…
เธออดที่จะนึกถึงคุณหมอมิลินไม่ได้ คิดถึงวิธีสำรองที่คุณหมอแนะนำ
ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เป็นวิธีที่ทำให้ตระกูลจันทรวงศ์ถึงกับยุ่งหัวหมุน ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน
นรมนก็เคยคิด ว่าเป็นไปได้ไหมที่จะให้คุณหมอมิลินมารักษาบุริศร์ อย่างไรซะเธอก็มีฉายา “ยมราช” แต่เพราะเรื่องของตระกูลจันทรวงศ์ ทำให้เธอยังไม่กล้าโทรไปรบกวน
ทุกวันนี้บุริศร์ผอมลงเรื่อยๆ มองดูเขาที่นอนอยู่บนเตียงทั้งเหมือนกับคนไม่มีชีวิต นรมนก็รู้สึกใจสลาย
เธอสามารถดูแลเขาได้ทั้งชีวิต ปรนนิบัติเขา แต่นี่ก็จะเป็นทางเรื่องสุดท้าย หลังจากที่หมดทางรักษาแล้วจริงๆ
ทุกวันนี้บุริศร์ยังพอมีความหวัง เพียงแต่…
นรมนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“บุริศร์ คุณว่าฉันควรทำยังไงดี? ฉันควรจะลองไปหาคุณหมอมิลินดีไหม? เธอน่าจะมีความหวังในการรักษาคุณ ฉันก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว ลูกๆจะไม่มีพ่ออีกไม่ได้ ฉันก็ขาดคุณไม่ได้ บุริศร์ ฉันตกลงกับคุณนะ ขอแค่คุณหายดี ฉันไม่สนอะไรแล้วทั้งนั้น ไม่คิดอะไรแล้วทั้งนั้น ใช้ชีวิตกับคุณอย่างมีความสุขดีไหมคะ?”
นรมนมองดูบุริศร์ แต่ละคำที่เธอพูดถูกเปลี่ยนเป็นสาร แต่บุริศร์ยังคงนอนนิ่ง ไม่รู้ว่าจะได้ยินซักเท่าไหร่
ในขณะที่นรมนยังไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกคิดผิด เจตต์ก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
ยัยโง่นิตาคงไม่ใช่ยังนั่งรอประธานชนกอะไรนั่นที่ล็อบบี้หรอกใช่ไหม?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจตต์จึงลุกขึ้น เปลี่ยนใส่ชุดลำลอง แล้วเดินออกจากห้องไปทางลิฟต์
ถ้าหากนิตายังรอยู่ เขาคิดว่าจะพาเธอไปหาอะไรทานเสียก่อน
ที่หน้าประตูลิฟต์ จังหวะที่เจตต์กดปิดลิฟต์ ก็มีมือเรียวยื่นเข้ามา
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”
ขณะที่เธอพูด ก็มีกลิ่นหอมโชยเข้ามา หญิงสาวร่างระหงเดินเบียดเข้ามาในลิฟต์
“ขอโทษด้วยค่ะ”
หญิงสาวมองเห็นเจตต์ ก็ตกตะลึงไปชั่วครู่
ว้าว ผู้ชายคนนี้ก็ดูดีอยู่นะ
ผู้ชายแถวนี้มีแต่ผิวคล้ำๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับอากาศของที่นี่ โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาหุ่นไม่ถึง 180 ซม. กันทั้งนั้น ยากมากที่จะเจอซักคนที่สูงถึง 185 ซม. หน้าตาสะอาดสะอ้าน ท่าทาวเหมือนเป็นคนมีสกุลรุนชาติ คิดเช่นนี้เธอก็ยิ้มขึ้นมา
“คุณคะ คุณไม่ใช่คนที่นี่ใช่ไหมคะ?”
เจตต์เห็นวิธีเข้าหาของผู้หญิงมานักต่อนักแล้ว เขาก็ไม่ได้มองอะไรหญิงสาว ทำเป็นไม่ได้ยินด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นเจตต์เป็นเช่นนี้ หญิงสาวจึงยืนชิดเจตต์เข้าไปอีก
“คุณคะ ฉันเป็นคนมาเที่ยวที่นี่เหมือนกัน คุณก็น่าจะมาเที่ยวใช่ไหมคะ? หรือเราจะลองคบเป็นเพื่อนกันดูไหมคะ? ขอแลกวีแชทหน่อยได้ไหมคะ?”
“ผมน้าเหมือนคิวอาร์โค้ดเหรอ?”
เจตต์พูดขึ้นมาได้ซักที แต่สิ่งที่เขาพูดทำให้อีกฝ่ายอึ้งไป
หญิงสาวถูกปฏิเสธ จึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วลงลิฟต์กับเจตต์ไป จนมาถึงล็อบบี้
เจตต์พบว่านิตายังรออยู่ที่เดิม จึงส่ายหน้า จากนั้นไล่เดินไปลากแขนนิตา ไม่พูดไม่จา
“นี่ๆๆ ทำอะไร? พวกเราจะไปไหนไม่ได้! เดี๋ยวประธานชนกออกมาไม่เจอฉันจะทำอย่างไร เขาจะคิดว่าพวกเราไม่มีความจริงใจ”
นิตาไม่ยอม แต่เธอรู้ว่าเจตต์แรวเยอะมาก
“ถ้าจะเจอเธอก็เจอตั้งนานแล้วสิ ฉันสามารถฟันธงได้เลยนะ ว่าประธานชนกอะไรนั่นไม่อยู่ในโรงแรมหรอกตอนนี้ ถ้าเธอจะนั่งรอที่นี่โง่ๆ ก็ไปหาไรกินให้ท้องอิ่มก่อนดีกว่า กลับมาค่อยหาวิธีจะเจอเขา”
เจตต์รับปากนรมนแล้วว่าจะสอนงานนิตา จึงจะปล่อยปะละเลยไม่ได้
แต่นิตากลับไม่เข้าใจ
“ถ้าหากตอนนี้ยังไม่เจอ แล้วพวกเราจะเจอได้ตอนไหน?”
“ฟังฉันนะ ฉันมีวิธีของฉัน แต่ว่าตอนนี้มีข้อแม้คือต้องกินข้าวก่อน ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว ขับรถมาตั้งนาน เธอไม่สงสารกระเพาะฉันเหรอ”
ระหว่างพูด เจตต์ก็ลากนิตามาถึงที่นั่งทานอาหารพอดี
นิตาทำตัวไม่ถูก จึงพูดขึ้นมา “ที่นี่แพงไป เราออกไปหาไรกินด้านนอกดีกว่าไหม? ฉันเลี้ยงเอง”
“ช่างเถอะ ฉันเลี้ยงเธอเอง ในเมื่อมาแล้ว ก็เรียนรู้เสียหน่อย อย่าไปกลัวเรื่องใช้เงินอะไร ประธานนรมนของพวกเธอมีเงิน ไม่ต้องกลัวว่าจะเปลือง”
“เงินจะเท่าไหนก็เป็นเงินของประธานนรมนอยู่ดี ไม่ใช่ของฉัน จะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”
สิ่งที่นิตาพูดออกมา ทำให้เจตต์อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเธอทีหนึ่ง
เดิมทีคิดว่านิตาไม่มีจุดเด่นอะไร แต่การที่เธอคิดแทนนรมนแบบนี้ ทำให้เจตต์มองเธอดีขึ้นมานิดนึง
“ทำไมฉันเริ่มรู้สึกว่าเธอสวยดีนะ แค่ดำไปหน่อย”
นิตาเริ่มปากคว่ำ