ตอนที่ 729
บทที่ 729 ตกลงอุดมเป็นผีหรือเป็นคน
October 31, 2026
บทที่ 729 ตกลงอุดมเป็นผีหรือเป็นคน
“แน่ใจเหรอว่าตายแล้ว?”
“ใช่ครับ ตอนนั้นคนในหมู่บ้านยังตั้งป้ายหลุมศพขึ้นมาให้อุดมด้วย พ่อของผมบอกว่าเพราะว่าเขาไม่ใช่คนของหมู่บ้านเรา เพราะฉะนั้นป้ายหลุมศพของเขาจึงไม่อยู่ในสุสานของหมู่บ้านเรา แต่ว่าก็อยู่ห่างไปไม่มากนัก น่าจะอยู่ท้าย ๆ พื้นที่สุสาน”
คำพูดของโสธรทำให้นรมนเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างหนัก
“ตอนนี้ยังสามารถตามหาป้ายหลุมศพนั้นเจอได้หรือเปล่า?”
“ไม่แน่ใจ น่าจะสามารถหาได้นะ แต่ว่าผ่านมาหลายปีขนาดนี้ หมู่บ้านก็ไม่มีแล้ว ไม่รู้ว่าป้ายหลุมศพจะโดนหญ้ารกร้างปกคลุมไปแล้วหรือเปล่า”
ถึงแม้ว่าโสธรจะพูดไปแบบนี้ แต่ว่านรมนก็ตัดสินใจว่าจะไปดูสักหน่อยดีกว่า
“ขอบคุณมาก โสธร เดี๋ยวฉันจะไปดูก่อนนะ”
นรมนพูดแล้วก็จะเดินไปเลย แต่กลับได้ยินเสียงของกานต์ดังขึ้นมา
“หม่ามี้ ผมก็จะไปด้วยครับ”
เขาขยี้ตาที่ยังงัวเงียอยู่และจ้องมองมาที่นรมน เหมือนกับว่าเพิ่งจะตื่นขึ้นมาไม่นาน
“กานต์ หนูอย่าไปเลยนะ ที่นั่นไม่ใช่ที่ที่เด็กจะสามารถไปได้”
“ผมจะปกป้องหม่ามี้”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“วางใจเถอะ หม่ามี้ไม่เป็นอะไรหรอกนะ”
“ผมไม่สน ผมจะไปด้วย”
กานต์เดินเข้ามากอดขาของนรมนเอาไว้แน่น พูดยังไงก็ไม่ยอมปล่อย
โสธรเห็นท่าทางแบบนี้ของเขา ก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “คุณนายบุริศร์ คุณให้เขาตามไปด้วยเถอะ ไม่เป็นไรหรอก ผมรับผิดชอบดูแลเขาเอง”
“นายก็จะไปด้วยเหรอ?”
นรมนรู้สึกตกใจเล็กน้อย
โสธรพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ผมไปดูหน่อยดีกว่า อย่างน้อยผมก็เป็นลูกหลานของหมู่บ้านนี้ ไม่ว่ายังไงก็จะต้องไปดูสักหน่อยว่าที่พ่อแม่ผมพูดมันคือความจริงหรือเปล่า แล้วอีกอย่าง ผมน่าจะคุ้นเคยกับพื้นที่ของที่นี่มากกว่าพวกคุณ ในเมื่อตอนผมเด็ก ๆ เคยฟังพ่อแม่ผมพูดถึงมาก่อน”
พอได้ยินโสธรพูดแบบนี้แล้ว นรมนก็ครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า
พอกานต์ได้ยินว่าตัวเองสามารถไปด้วยได้แล้ว ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างดีอกดีใจ
หัวคิ้วของนรมนยังคงขมวดเข้าหากันแน่นอยู่
อุดมไม่มีทางคือคนตายได้
ถึงแม้ว่าเมื่อกี้ฟังไปแล้วจะตกใจเป็นอย่างมาก แต่พอตอนนี้มาคิด ๆ ดูแล้ว บนโลกใบนี้จะไปมีผีที่ไหนกัน?
ป้องเห็นว่าเป็นเวลานานมากแล้วแต่นรมนยังไม่ออกไป จึงเดินเข้ามาดู แล้วก็มาเห็นนรมนกำลังนั่งเหม่ออยู่ในศาลาพอดี
“คิดอะไรอยู่? ยังไม่ไปอีกเหรอ?”
“รอกานต์กับโสธรก่อน”
นรมนเอาคำพูดของโสธรเล่าให้ป้องฟัง
หลังจากที่ป้องฟังจบแล้วก็มีความคิดเหมือนกันกับนรมนเลย
“บนโลกใบนี้ไม่มีผีสักหน่อย อุดมคนนั้นตั้งแต่แรกก็คงจะไม่ได้ตายหรอก”
“แต่ว่าโสธรก็บอกแล้วว่า คนทั้งหมู่บ้านต่างก็ช่วยกันตั้งป้ายหลุมศพให้เขา ถ้าหากว่าไม่ตายแล้วละก็ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?”
พอเจอเข้ากับความสงสัยของนรมน ป้องเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
“ไม่ว่าจะเป็นเพราะสามเหตุอะไร ไปดูหลุมศพของอุดมก่อนค่อยว่ากัน ไม่แน่อาจจะหาบุริศร์เจอด้วยก็ได้”
“อืม!”
ระหว่างที่นรมนและป้องพูดคุยกันนั้น โสธรและกานต์ก็จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว
กานต์เหมือนกับว่าจะไปสืบค้นยังไงอย่างงั้น แต่งตัวอย่างเป็นทางการมาก ดูแล้วนรมนก็ไม่รู้จะขำดีหรือว่าร้องไห้ดี
“หนูไม่ร้อนเหรอ?”
“ไม่ร้อนครับ”
กานต์พัดไปด้วยและพูดไปด้วย
นรมนหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ป้องยื่นมือออกไปให้กานต์
“ไป เดี๋ยวอาป้องพานายไปผจญภัยช่วยชีวิตคนเอง”
“ช่วยใคร?”
“นายบุริศร์ไง!”
“แย่จริง ๆ”
กานต์เบ้ปากเล็กน้อย ไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของบุริศร์เลยแม้แต่น้อย
นรมนรู้สึกสงสัยจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กตัวเหม็นนี่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของบุริศร์จริง ๆ เหรอ?
โสธรจ้องมองท่าทีของพวกเขา แล้วอดไม่ได้ที่จะอิจฉาขึ้นมา
“ความสัมพันธ์ของพวกคุณดีกันมากจริง ๆ ไม่เหมือนผมกับพี่สาว ถึงแม้ว่าจะเป็นญาติสนิทกัน แต่ว่าก็ห่างกันอยู่พอสมควร ได้แต่ติดต่อกันแบบโทรวิดีโอคอลหรือโทรคุยกันเท่านั้น”
“จะต้องได้อยู่ด้วยกันแน่นอน”
นรมนตบบ่าปลอบใจโสธรเล็กน้อย
“ไปกันเถอะ”
ป้องออกคำสั่งขึ้นคำหนึ่ง คนทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางกัน
หลังจากที่โสธรออกมาจากที่พักของบ้านไร่แล้ว ในสมองก็คิดเส้นทางที่พ่อแม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พาพวกนรมนและป้องออกเดินทางจากหลังเขา
“พวกเราไม่เคยมาทางนี้มาก่อน และอีกอย่างสุสานที่พวกเราเดินผ่านก็ไม่ได้อยู่ทางด้านนี้ด้วย”
นรมนจ้องมองเส้นทางที่แปลกใหม่ทั้งหมด แล้วก็ถามขึ้นอย่างระแวดระวัง
โสธรยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “พวกคุณเป็นคนนอกแน่นอนว่าจะต้องเข้าสุสานมาจากด้านนอก ผมเคยได้ยินพ่อแม่ผมพูดว่า ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางของหมู่บ้านเรา ได้ปลูกยาสมุนไพรไว้เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นจึงมีแต่คนในหมู่บ้านของเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าจะเข้าจากทางด้านหลังเขายังไง พวกคุณเดินตามผมก็พอแล้ว อ๋อใช่แล้ว พวกคุณพกของอันนี้ติดตัวไว้นะ”
ระหว่างที่พูด โสธรก็แจกเม็ดยาเล็ก ๆ ให้ทุกคนคนละหนึ่งเม็ด
เม็ดยามีกลิ่นยาสมุนไพรแรงที่ค่อนข้างฉุนจมูก
นรมนถามขึ้นว่า “นี่เอาไว้ใช้ทำอะไร?”
“ใช้ขับไล่แมลง ที่ที่เรานี้สภาพอากาศค่อนข้างเปียกชื้น แมลงมีพิษก็ค่อนข้างเยอะ อันนั้นเอาไว้ไล่แมลง พอพวกมันได้กลิ่นอันนี้ก็จะอยู่ห่าง ๆ เราแล้ว พวกเราก็จะสามารถปลอดภัยมากขึ้นมาหน่อย”
พอได้ยินโสธรอธิบาย นรมนก็ถามขึ้นว่า “อันนี่ก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่นายบอกนายด้วยเหรอ?”
“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ หลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ผมหาสูตรยานี้เจอจากสมุดบันทึกของพวกเขา แล้วตัวผมก็ปรุงขึ้นมาเอง ในเมื่อกะว่าจะมาดูสักหน่อยแล้ว ผมก็จะต้องให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัยซิ เขตพื้นที่ที่พ่อแม่ผมไปทำงานก็เป็นเขตร้อนชื้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องเตรียมของแบบนี้ไว้ตลอดอยู่แล้ว”
ตอนที่พูดถึงพ่อแม่นั้น ปฏิกิริยาของโสธรดูเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง