ตอนที่ 731
บทที่ 731อุดมผู้เหี้ยมโหด
October 31, 2026
บทที่ 731อุดมผู้เหี้ยมโหด
“แกจะไปรู้ได้ไงล่ะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน จะมารู้เรื่องในค่ายของพวกเราได้ไง”
อุดมได้ยินโสธรกล่าวดังนั้น จึงตื่นตระหนกขึ้น
โสธรตกใจ ถอยหลังไปสองก้าว พูดขึ้น“ฉันก็เป็นคนของค่ายนี้เหมือนกันนี่ พ่อแม่ฉันไปเป็นทหารนานแล้ว”
“ว่าไงนะ แกเป็นลูกของพวกเขาเองเหรอ”
อุดมชะงัก จากนั้นจึงกระเสือกกระสนลุกขึ้น
“แกห้ามบอกพวกเขานะ ห้ามบอกพวกเขา!”
เขาราวกับปิศาจร้ายกระโจนเข้าหาโสธร
โสธรไม่เคยเจออะไรแบบนี้ จึงตกใจจนผงะ
นรมนคว้าคอเสื้ออุดมไว้ แล้วกระชาก จากนั้นจึงถีบลงหลุม
“ถ้านายอยากจะถูกฝังทั้งเป็น ก็พล่ามต่อไปสิ ฉันไม่กลัวว่าจะต้องทำซ้ำแบบเมื่อกี้”
นรมนไม่มีทีท่าล้อเล่น ขู่จนอุดมตกใจ
“ฆ่าคนผิดกฎหมายนะ”
“ยังดีที่นายรู้ว่าฆ่าคนผิดกฎหมาย ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาพูดมากกับนาย ให้ฉันหาบุริศร์ให้เจอก่อน มีหลายเรื่องที่ต้องคุย”
นรมนพูดจบ จึงให้ป้องจับตาดูเขา จากนั้นจึงตามโสธรไปสืบข่าวบุริศร์
ป้องให้กานต์อยู่ต่อ แล้วเรียกให้นรมนไปอีกข้าง
“นี่เป็นยาขับพิษที่ฉันเตรียมไว้หลังจากมาที่นี่ ฤทธิ์ของป้าโอพวกเราก็ได้เห็นกันหมดแล้ว ฉันกับกานต์ได้วิเคราะห์พิษชนิดนี้แล้ว นี่คือผลที่พวกเราวิจัยออกมา ตอนที่เจอบุริศร์ ไม่ว่าจะใช้ได้ผลหรือไม่ ก็ให้กินไปก่อน รักษาชีวิตไว้ก่อนค่อยว่ากัน”
“ตกลง”
นรมนเชื่อใจป้อง
เธอเก็บยาขับพิษที่ป้องให้ไว้ แล้วออกไปจากที่นี่กับโสธร
โสธรพานรมนเดินไปทางถ้ำ
“หญ้าดาวสีฟ้าจริงๆอยู่ใกล้ที่นี่มากเลย อยู่ตรงสุสานข้างหน้านี่เอง แต่คนที่ไม่รู้จักจะหาไม่เจอ”
คำพูดของโสธรทำให้นรมนปวดใจแปล๊บขึ้น
บุริศร์เพิ่งตื่นขึ้น เพราะเสียงร้องของเธอเขาจึงมาที่นี่ ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
เมื่อเห็นนรมนมีสีหน้าตึงเครียด โสธรจึงพูดเสียงค่อย“คุณนายบุริศร์ไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่ห่างจากที่ๆอุดมถูกฝังทั้งเป็นไม่ไกลนัก ประธานบุริศร์ไม่เป็นอะไรหรอก”
“หวังว่านะ”
ทั้งคู่มาถึงสุสานอย่างเร็วไว
นรมนถึงได้รู้ว่าห่างจากถ้ำที่พวกเขาตกลงไปไม่ไกลเท่าไหร่ หากแต่หล่อนไม่รู้ว่าสุสานแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอก ทำให้หล่อนหาทิศทางที่ชัดเจนไม่พบ
“ที่นี่ทำไมถึงมีสุสานล่ะ ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ”
“ที่นี่เป็นค่ายที่คนมีฐานะเขาฝังกัน ส่วนด้านหน้าไปสุสานของคนธรรมดา หญ้าดาวสีฟ้าเป็นที่ที่พวกเราปลูกขึ้นทางนี้ ต่อมาก็กลายเป็นของขึ้นชื่อของสุสานแห่งนี้ สุสานสองแห่งมีไอหมอกกั้นอยู่ ถ้าไม่ใช่คนในค่าย น้อยคนนักจะรู้จักที่นี่”
โสธรพูดพลาง พานรมนเดินขึ้นหน้า
ทันใดนั้น นรมนเห็นคนสองคนนอนราบอยู่ที่สุสาน ในมือกำหญ้าสีฟ้า แสงสาดส่องอยู่ใต้แสงจันทร์
“บุริศร์?”
เธอรีบวิ่งขึ้นหน้า
โสธรพูดอย่างตื่นเต้น“คุณนายบุริศร์ อย่าไปโดนหญ้าดาวสีฟ้าในมือเขา หญ้าดาวสีฟ้าต้องจัดการแบบพิเศษ ตัวเขามีพิษทั้งตัว”
พอคำพูดนี้ออกจากปาก นรมนจึงตกตะลึง
“หมายความว่าบุริศร์โดนพิษเหรอ”
“คงใช่”
นรมนเข้าใจฉับพลัน
บุริศร์ร้อนรนหาหญ้าดาวสีฟ้าจนเจอ อุดมจึงให้โอกาสนี้บอกว่าบุริศร์โดนพิษ
อุดมช่างโหดเหี้ยมเสียจริง!
“แล้วไงต่อ”
“ฉันเอง”
โสธรรีบเดินรุดหน้า หยิบอุปกรณ์พิเศษออกมาจากตัวหนึ่งชิ้น แล้วหยิบหญ้าดาวสีฟ้าออกมาจากมือบุริศร์
นรมนเพิ่งเห็น ว่ามือของบุริศร์ดำไปทั้งมือ
เธอรีบรุดขึ้นหน้าโดยเร็ว หยิบยาแก้พิษจากมือป้องยัดเข้าไปในปากของบุริศร์ แล้วพยายามทำให้ละลาย
ริมฝีปากของบุริศร์เป็นสีม่วงคล้ำ ไออุ่นตามตัวแทบไม่เหลือ ถ้าไม่ใช่นรมนสัมผัสได้ถึงลมหายใจในตัวเขาแล้ว ก็คงบ้าแทบคลั่ง
เธอเป็นห่วงบุริศร์ แต่ก็ไม่กล้าขยับเคลื่อนไหวโดยพลการ ได้แต่กอดเขาไว้ แล้วค่อยๆรอให้ยาออกฤทธิ์
หลังจากที่โสธรเก็บหญ้าดาวสีฟ้าเข้าที่ เขาเห็นท่าทีของบุริศร์ จึงพูดเสียงค่อย“คุณนายบุริศร์ครับ พวกเรา เรียกคุณหมอป้องมาดูสักหน่อยมั้ย”
“ไม่ต้องหรอก ฉันมีเรื่องที่ต้องการถามอุดมอีก”
แววตาของนรมนคอยจ้องบุริศร์
ผ่านไปราวสิบนาที ความเขียวคล้ำบนใบหน้าบุริศร์ค่อยๆลดลง
ในจังหวะที่เขาลืมตาขึ้น นรมนกอดเขาไว้แน่น กล้ำกลืนพูด“ถ้าคุณยังไม่รักชีวิตอีก ฉันไม่เอาคุณแล้วจริงๆด้วย”
บุริศร์ชะงัก ถึงได้รู้สึกตัว
เขาตบหลังนรมนเบาๆ พูดเสียงค่อย“ผมไม่เป็นไร”