ตอนที่ 742
บทที่ 742 เธอไม่รู้สึกเหรอว่าตัวเองวางอำนาจเกินไปหน่อย
October 31, 2026
บทที่ 742 เธอไม่รู้สึกเหรอว่าตัวเองวางอำนาจเกินไปหน่อย
นรมนเป็นคนรับโทรศัพท์
“กานต์ เจออะไรแล้วใช่ไหม?”
ได้ยินเสียงของนรมน กานต์ชะงักเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้น: “หม่ามี้ ถึงกันแล้วใช่ไหมครับ? อาเจตต์เป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่ค่อยดี เข้า ICU ไปแล้ว เรื่องที่แด๊ดดี้ให้ลูกสืบเป็นยังไงบ้าง?”
แม้นรมนจะกังวลใจมาก แต่ก็ไม่อยากกดดันกานต์มากเกินไป
กานต์รีบพูดขึ้น: “เจอแล้วครับ รถของอีกฝ่ายเป็นชื่อของชาญ”
“ชาญ”
นรมนกำลังมองบุริศร์ สายตาแค้นเคือง
ชาญคนนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าพ่อวงการหยกคนหนึ่งเท่านั้นเหรอ? ถ้าเป็นเพราะเรื่องธุรกิจ ก็ไม่จำเป็นต้องทำร้ายเจตต์อย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้หรือเปล่า?
“รู้แล้วจ๊ะ กานต์ เรื่องนี้ลูกไม่ต้องเข้ามายุ่งนะ หม่ามี้กับแด๊ดดี้จัดการเองได้ ลูกกับอาป้องดูแลตัวเองดีๆนะ รู้ไหม?”
“ทราบแล้วครับหม่ามี้ หม่ามี้กับคุณบุริศร์ก็ระวังตัวด้วยนะครับ”
“จ๊ะ”
หลังจากนรมนวางสาย ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป? กานต์บอกว่าไงบ้าง?”
“ชาญ แต่ก็แค่เรื่องธุรกิจ ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้? หรือในนั้นมีเรื่องอะไรที่พวกเราไม่รู้หรือเปล่า?”
นรมนถามสิ่งที่สงสัยออกมา
บุริศร์ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น: “ลองถามนิตาดู บางทีอาจจะมีเบาะแส”
นรมนพยักหน้า แล้วจึงเข้าไปในห้องคนไข้กับบุริศร์
แต่ก่อนเจตต์เป็นคนที่มีความฮึกเหิมราวกับเสือใช้ชีวิตผาดโผนราวกับมังกร ตอนนี้ไม่คิดเลยว่าจะมานอนแน่นิ่งอยู่ตรงนี้
ไม่นานก่อนหน้านี้ บุริศร์ก็นอนอยู่บนเตียงคนไข้ วันนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นเจตต์อีก
นรมนรู้สึกว่าตนเองควรไปไหว้พระขอพรแล้ว ไม่งั้น ทำไมคนรอบๆกายถึงมีเรื่องอยู่ตลอดเลย?
นิตาเห็นนรมนเข้ามา จึงรีบลุกขึ้นถาม: “ประธานนรมนคะ เป็นยังไงบ้าง?”
“ระหว่างเจตต์กับชาญมีความแค้นอะไรต่อกันหรือเปล่า? เธอรู้ไหม?”
คำถามของนรมนทำให้นิตาตกตะลึง
“ชาญ? พวกคุณจะบอกว่า คนที่ก่อความวุ่นวาย ลงมือจนเจตต์เป็นเช่นนี้คือชาญงั้นเหรอคะ?”
“รถเป็นของเขา ส่วนเขาเป็นคนบงการหรือเปล่า เรายังสืบหาได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงยังสรุปผลไม่ได้ ตอนนี้เราแค่อยากรู้ว่า ระหว่างเจตต์กับชาญมีความแค้นส่วนตัวอะไรกัน?”
“ไม่มีค่ะ ถ้าบอกว่ามี ก็คงเป็นเพราะฉัน”
นิตากัดปาก พูดคาดเดาระหว่างเรื่องของเจตต์กับชาญออกมา รวมไปถึงสาเหตุการตายของพ่อแม่เธอ และเอกสารรหัสลับที่กานต์ให้ไว้
นรมนขมวดคิ้วเล็กน้อย
บุริศร์กลับพูดขึ้นเบาๆ: “เขาจะมายโสโอหังที่นี่ได้ยังไง? เขายังคิดว่าเป็นเมืองชลธีอยู่เหรอ? ตัวเองเป็นจักรพรรดิใหญ่ ส่วนเขาเป็นรองงั้นเหรอ? หาเรื่องจริงๆเลย”
“เอาเถอะ นิสัยของเจตต์เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด คุณก็ไม่ได้ไม่รู้นี่นา เริ่มแรกตอนที่อยู่เมืองใต้ดินเขาก็ไม่ได้บันยะบันยังตัวเองลงเลยไม่ใช่เหรอ?”
นรมนรู้ว่าบุริศร์หวังดี แต่ก็รีบยื่นมือออกไปดึงเขาเอาไว้
นิตากำลังมองบุริศร์ กลัวว่าบุริศร์จะไม่ออกหน้าแทนเจตต์ จึงรีบพูดขึ้น: “ประธานบุริศร์คะฉันรู้ว่าคุณความสามารถกว้างขวาง เจตต์บอกว่าคุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ดังนั้นคุณช่วยเขาเถอะนะคะ”
“ผม? เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขางั้นเหรอ? เขาพูดกับคุณเองเหรอ?”
บุริศร์ค่อนข้างประหลาดใจ
นิตารีบพยักหน้า
“ใช่ค่ะ เขาพูดกับฉันเอง เขาบอกว่าชีวิตนี้เขามีเพื่อนไม่กี่คน คนที่เชื่อถือได้และควรค่าที่จะไว้ใจที่สุดมีแค่ประธานนรมนกับประธานบุริศร์คุณเท่านั้นค่ะ”
ได้ยินนิตาพูดขนาดนี้ บุริศร์จึงหัวเราะขึ้นแล้วส่ายหัว
“เจ้านี่พูดอย่างนี้ก็ไม่กลัวจะรู้สึกผิดเลยสิ”
“เอาหน่า เขาพูดขนาดนี้แล้ว สรุปคุณจะช่วยไหม?”
นรมนดึงๆชายเสื้อของบุริศร์
บุริศร์กำลังมองภรรยาของตนเองที่ช่วยพูดให้เจตต์ ในใจจึงไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
“ถ้าไม่รู้ความรู้สึกที่คุณมีต่อผม ผมจะหึงแล้วจริงๆนะ ขอร้องแทนผู้ชายคนอื่นต่อหน้าสามีของตัวเอง นรมน คุณรู้ไหมว่าในใจของผมมีบาดแผลใหญ่ขนาดไหน?”
นรมนหัวเราะออกมาทันที
“ฉันจะชดใช้ให้คุณโอเคไหม?”
“นี่คุณพูดเองนะ”
บุริศร์ต่อรองราวกับเป็นเด็ก
นิตาเห็นท่าทีระหว่างพวกเขาสองคนที่มีต่อกัน จู่ๆก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมา
ในโลกใบนี้ สามีภรรยาที่เหมือนนรมนกับบุริศร์มีไม่เยอะแล้วใช่ไหมล่ะ?
“ประธานบุริศร์ ประธานนรมน ความสัมพันธ์ของพวกคุณดีจังเลยค่ะ”
บุริศร์ยิ้มแล้วพูดขึ้นมาทันที: “แน่นอน อันที่จริงก็แต่งงานกันมานานแล้วนะ ลูกของเราก็สี่ขวบแล้ว”
“พอเถอะ คุณเลิกโอ้อวดได้แล้ว เร็วๆ มีวิธีไหม?”
นรมนถลึงตาใส่บุริศร์แล้วบ่นออกมา ผู้ชายคนนี้ขี้โม้ขึ้นเรื่อยๆเลยนะ
บุริศร์ยิ้มแล้วพูดขึ้น: “วิธีน่ะมีอยู่แล้ว คำสั่งของภรรยาผู้ยิ่งใหญ่ ยังไงผมก็ต้องทำตาม วางใจเถอะ เย็นนี้ผมจะไปสืบเบื้องลึกของชาญดู”
“ฉันไปกับคุณด้วย”
นรมนรีบเอ่ยปาก
บุริศร์กลับพูดเสียงทุ้ม: “คุณอยู่ที่โรงแรมนั่นแหละ ถ้าหากผมไม่กลับมา คุณจะได้ตามคนมาช่วยผมได้”
“คุณพูดเหลวไหลอะไร”
นรมนไม่ชอบฟังบุริศร์พูดอย่างนี้เลย