ตอนที่ 743
บทที่ 743 พูดเรื่องเงินกับผมก็หยาบคายเกินไปแล้วนะครับ
October 31, 2026
บทที่ 743 พูดเรื่องเงินกับผมก็หยาบคายเกินไปแล้วนะครับ
นิตาโดนนรมนตอกกลับ จึงรีบพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ประธานนรมน ฉันจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณได้ยังไงคะ? จะพูดยังไงเจตต์ก็เป็นเพื่อนของพวกคุณ เคยทำเรื่องมากมายเพื่อพวกคุณไม่ใช่เหรอคะ? ตอนนี้เขาเป็นอย่างนี้ พวกคุณจะไม่สนใจเขาไม่ได้นะคะ”
คำพูดของนิตาทำให้นรมนยิ้มเยาะออกมาด้วยความโมโห
“นิตา เธอไม่รู้เหรอว่าตัวเองน่าขำน่ะ? ด้านหนึ่งอยากให้ฉันออกไปจากชีวิตของเจตต์ ไม่ยอมให้ติดต่อกับเขาอีก แม้แต่อยู่ในอาณาเขตเดียวกันก็ยังไม่ได้ อีกด้านหนึ่งเธอก็ขอร้องให้ฉันจัดการเรื่องของเจตต์ให้ชัดเจน ความสองมาตรฐานของเธอมันทำให้ฉันพูดไม่ออกจริงๆรู้ไหม? อีกอย่างนะ ที่วันนี้เจตต์นอนอยู่ตรงนี้ทำเพื่อใคร? เพื่อฉันเหรอ? เธอมีสิทธิอะไรถึงมาขอร้องให้ฉันทำเพื่อเจตต์อย่างมั่นอกมั่นใจขนาดนี้ ขอพูดอะไรที่มันขัดหูหน่อยแล้วกันนะ เจตต์ไม่เคยบอกฉันว่าพวกเธอเป็นอะไรกัน แล้วเธอมีสิทธิอะไรถึงมาบอกให้ฉันออกไปจากที่นี่อย่างหน้าไม่อายขนาดนี้? ตัวเองไม่มีความสามารถ ยังคิดที่จะเลียนแบบฉันที่ต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าเธอเก่งจริงๆ ก็อย่าให้เจตต์เข้าไปพัวพันกับเรื่องแย่ๆพวกนั้นของเธอสิ!”
นรมนพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปเลย
น่าโมโห!
นิตาโกรธจนพูดอะไรไม่ออกอยู่พักใหญ่ หลังจากนรมนออกไปจากห้องคนไข้แล้ว ก็โยนแจกันลงไปบนพื้นอย่างรุนแรง เสียงแตกกระจายดังก้องกังวานขึ้นมา
นรมนยิ่งไม่พอใจนิตาแล้ว
บุริศร์ออกไปไม่นาน ก็พบว่ากระเป๋าตังค์อยู่ที่นรมน จึงต้องย้อนกลับมา แต่ทว่าเมื่อได้เห็นนรมนที่กำลังฉุนเฉียวอยู่บนทางเดินคนเดียว จึงอดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
“ฉันโมโหจะแย่แล้ว!”
นรมนเห็นบุริศร์ รู้สึกไม่เป็นธรรมจนทนไม่ไหว
“นี่คนอะไรเนี่ย?”
เธอเล่าคำพูดของนิตาให้บุริศร์ฟัง ชั่วพริบตาก็พบว่าด้านข้างประตูห้องมีชายเสื้อแจ็คเก็ตที่กำลังปลิวไปตามลม
ถ้าไม่ใช่นิตาแล้วจะเป็นใครล่ะ?
ไม่คิดว่าจะแอบฟังอยู่ที่มุมกำแพง!
นรมนพูดเสียงดังด้วยความโมโห: “เรื่องของเจตต์ไม่ต้องยุ่งแล้ว ใครเป็นคนหาเรื่องก็จัดการเองแล้วกัน จะได้ไม่ต้องโดนคนพูดว่าฉันเป็นห่วงแฟนของเธออยู่ตลอดเวลา ในเมื่อเธอไม่ให้เรายืนอยู่ในอาณาเขตเดียวกันแล้ว เราจะอยู่ที่นี่ทำอะไรอีก? คุณจะไปหาชาญเพื่ออะไรอีก? ยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นเหรอ? ไป! ~กลับบ้าน! กานต์รอเราอยู่”
พูดจบ นรมนก็จูงมือบุริศร์เดินไป
นิตาจึงร้อนรนขึ้นมาทันที
“ประธานนรมน คุณอย่าไปนะคะ ถ้าคุณไปแล้ว เจตต์จะทำยังไง?”
“น่าขำจริงๆเลย เขาเป็นแฟนเธอ เจ็บตัวเพื่อเธอ เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันไม่เกี่ยวข้องด้วยเลยไม่ใช่เหรอ? เธอไม่ชอบที่พวกเราติดต่อกันขนาดนั้น แล้วฉันจะอยู่ทำอะไร? นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวังเอาไว้ทั้งหมดเหรอ? แล้วก็ เงินพวกนั้นฉันให้ถือเป็นค่ารักษาพยาบาลของเจตต์ ไม่ใช่เงินเดือนของเธอ บริษัทท่องเที่ยวเธอก็ไม่ต้องทำแล้ว บริษัทที่ขาดทุนของฉันน่ะ รับเธอที่เป็นคุณผู้หญิงของตระกูลรัตติกรวรกุลในอนาคตเอาไว้ไม่ได้หรอก เธอรอให้เจตต์ฟื้นแล้วไปทำงานที่บริษัทเขาเถอะ แล้วเธอวางใจได้ เงินเดือนในช่วงกี่วันนี้ฉันจะจ่ายให้เธอสามเท่า ตั้งแต่นี้ต่อไปเราไม่ต้องพบกันอีก”
นรมนพูดจบก็จูงบุริศร์เดินออกไปด้วยความขุ่นเคือง
นิตาอยากจะเดินตามไป แต่สุดท้ายแล้วก็หยุดเอาไว้
เธอกำลังมองนรมนที่เดินออกไป แววตาไม่ชัดเจน
นรมนโมโหจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
บุริศร์พาเธอออกไปนอกโรงพยาบาลหลังจากขึ้นรถ ความเดือดดาลของนรมนก็ยังไม่หายไป
เขาจึงเปิดน้ำขวดหนึ่ง ส่งไปที่ด้านหน้าของนรมนพูดขึ้น: “ปากร้ายใจอ่อน ไม่สนใจว่าเจตต์จะเป็นจะตายยังไงแล้วจริงๆเหรอ?”
“เป็นไปได้ยังไงล่ะ? แค่รู้สึกว่านิตาวางอำนาจเกินไปหน่อย ฉันกับเจตต์ไม่มีอะไรอยู่แล้ว เราเป็นเพื่อนกัน ต่อให้เจตต์เคยคิดอะไรกับฉัน แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะคบกับนิตา งั้นก็ต้องไม่ได้คิดอะไรกับฉันอยู่แล้วสิ เธอไม่เข้าใจเจตต์เลย อีกอย่างเธอมีสิทธิอะไรถึงมาขอร้องให้ฉันทำอย่างมั่นใจขนาดนั้น มาบอกให้ฉันไสหัวไป ฉันไม่ใช่หมาของเธอสักหน่อย”
“พูดเกินไปแล้วนะ ถ้าคุณเป็นหมา ผมเป็นอะไร? หมาตัวผู้?”
นรมนได้ยินบุริศร์พูดอย่างนี้ ก็ขำพรืดออกมาทันที
“จะมีใครที่ไหนบอกว่าตัวเองเป็นหมากัน?”
“คุณก็พูดถึงตัวเองอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
บุริศร์ลูบๆหัวของนรมน พูดปลอบใจ: “อย่าไปสนใจนิตาเลย เธออยากคิดยังไงก็คิดไป อยากพูดอะไรก็พูดไป เราแค่ไม่ทำให้เจตต์ผิดหวังก็พอแล้ว อันที่จริงพวกเรามาที่นี่ก็เพราะเจตต์ไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้พวกเขายังไม่แต่งงานกัน ถ้ามีวันที่พวกเขาแต่งงานกันจริงๆ งั้นเรากับเจตต์ก็ไม่ต้องติดต่อกันอีก ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง อย่างมากที่สุดตอนที่เจตต์ต้องการความช่วยเหลือเราค่อยปรากฏตัวออกมาก็พอ”
“ฉันเข้าใจในเหตุผลนี้ แต่นิตาพูดขนาดนั้นมันทำให้ฉันโมโห”
“งั้นคุณจะทำเพื่อเจตต์หรือเพื่อนิตาล่ะ?”
ประโยคนี้ของบุริศร์ทำให้นรมนใจเย็นลงได้
เธอโมโหเกินไปจริงๆ ถ้านิตาไม่ใช่แฟนของเจตต์ เธอต้องสะบัดฝ่ามือไปหนึ่งทีแน่ๆ แต่ตอนนี้เพื่อนิตาแม้แต่ชีวิตของตนเองเจตต์ก็แทบจะไม่ต้องการแล้ว เธอกับบุริศร์ยังติดค้างเจตต์อยู่ ตอนที่เจตต์ยังไม่ได้สติจะทำอะไรนิตาได้ล่ะ?
“ช่างเถอะ คิดซะว่าโดนหมากัดแล้วกัน”
“ใช่เลย หมากัดคุณ ถ้าคุณยังจะอุ้มหมาที่กัดกลับไปจริงๆ ไม่กลัวในปากมีขนเหรอ?”
นรมนหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
“บุริศร์ คุณเป็นลูกผู้ดีจริงๆใช่ไหม? ทำไมตอนนี้พูดจาไม่เหมาะสมกับฐานะขึ้นเรื่อยๆเลย?”
“ได้หยอกเย้าภรรยาผู้ยิ่งใหญ่เป็นการเดิมพันที่ดีที่สุดแล้ว ไปเถอะ ภรรยาผู้ยิ่งใหญ่ เราไปเดินเล่นที่ชาญที่นั่นกัน”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนสงสัยขึ้นมา
“คุณไม่ได้บอกให้ฉันรออยู่ในบ้านหรอกเหรอ? ที่บอกว่าเพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาคคิด?”
“นั่นผมอยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนเจตต์ถึงพูดอย่างนั้น ในเมื่อนิตาไม่ชอบคุณจนเป็นแบบนี้ คุณจะอยู่ทำอะไร?”
“บุริศร์ คุณอยากโดนทุบใช่ไหม?”
แค่นรมนได้ยินชื่อของนิตาก็กลุ้มใจ
“คุณทุบได้เหรอ?”
“บุริศร์!”