ตอนที่ 759
บทที่ 759 ผมขอร้องคุณช่วยปล่อยเธอไปเถอะ
October 31, 2026
บทที่ 759 ผมขอร้องคุณช่วยปล่อยเธอไปเถอะ
คุณนายรัตติกรวรกุลตื่นตระหนกมาก
และไม่แปลกที่เธอจะตื่นตระหนก อยู่กับพรรษามายี่สิบกว่าปี แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เป็นตัวจริง
พรรษามองดูคุณนายรัตติกรวรกุลที่ท่าทางโกรธเกรี้ยว ก็เริ่มโมโหขึ้นมาด้วย
“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ? ห๊ะ ? ฉันยอมเสียลูกชายคนหนึ่งไปเพื่อเธอแล้ว ตอนนี้ลูกชายคนนี้ก็ไม่ยอมกลับมา เธอจะให้ฉันทำยังไง ? หลังจากฉันตายไป ทุกอย่างของตระกูลรัตติกรวรกุลก็ต้องตกไปอยู่ที่มือของพวกเขา อีกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีกินมีใช้พวกนี้ใครเป็นคนหามา ? คือเจตต์! ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเคารพเธอ แต่เขาไล่เธอออกไปจริงๆหรือเปล่า ? มีไหม ? นอกจากกระดาษแผ่นนั้น เธอกับคุณนายรัตติกรวรกุลตัวจริงมีอะไรแตกต่างกัน ? เธอยังมีอะไรไม่พอใจอีก ?”
คุณนายรัตติกรวรกุลตกใจที่ถูกพรรษาตะคอกใส่ จากนั้นก็ร้องไห้ออกมาทันที
“คุณกำลังโทษฉันอยู่เหรอ ? ตอนที่คุณขึ้นเตียงกับฉันทำไมคุณไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว ? ทำไมคุณถึงไม่คิดบ้างว่าเจตต์ยังเด็กอยู่ ?”
“พอได้แล้ว ! ถ้ายังโวยวายแบบไร้เหตุผลอีก เธอก็ไสหัวออกไปเลย!”
พรรษาพูดจารุนแรงเพราะความโกรธ จากนั้นก็กระแทกประตูออกไปทันที ทำให้คุณนายรัตติกรวรกุลโกรธจนร้องไห้เสียงดังอยู่ในห้องรับแขก
พวกคนรับใช้เองก็ไม่กล้าพูดอะไร ต่างก็แอบไปทำงานของตัวเองอย่างเงียบๆ พยายามลดความมีตัวตนของตัวเองลง
หลังจากพรรษาออกมาแล้ว อารมณ์ก็ยังคงหดหู่อยู่
หลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาทะเลาะกับเจตต์นั้นที่จริงแล้วเขาก็รู้สึกผิด หากไม่ใช่เพราะเขาทำผิดในตอนนั้น ครอบครัวของเขาก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าเขาเป็นพอนะ มีพ่อที่ไหนยอมรับผิดกับลูกชายบ้าง ? ตอนนี้พอได้ฟังความหมายของพฤกษ์แล้ว อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเจตต์ เลยทำให้พรรษารู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
หลายปีที่ผ่านมาเจตต์เคยชินกับการแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้ว เขาไม่ได้มาขอความช่วยเหลือจากตัวเองนานแล้ว ขนาดครั้งที่แล้วที่ตระกูลรัตติกรวรกุลเกือบจะล้มละลาย ก็เป็นเจตต์ที่แก้ปัญหาและพยุงทุกอย่างขึ้นมาใหม่ด้วยตัวคนเดียว
เขาอยากจะถามเจตต์ว่าทำยังไงถึงได้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่ว่าพอคำพูดมาอยู่ที่ปากกลับกลืนกลับเข้าไป เขากลัวว่าเจตต์จะเยาะเย้ยเขา
ไม่ว่าจะพูดยังไง พรรษาก็ยังเคารพภรรยาคนเก่า ถ้าหากไม่มีคำสั่งสอนของเธอ เจตต์คงไม่มีทางโตขึ้นมาเป็นผู้เป็นคน
ตัวพรรษาหลายปีที่ผ่านมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่คิดอยากจะไปเยี่ยมภรรยาคนเดิมของตัวเอง
ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ตอนนี้ไม่กล้าไปแล้ว แต่เพื่อเจตต์ เขาก็เลยรวบรวมความกล้าแล้วไปที่บ้านพักคนชรา
คนที่บ้านพักคนชรารู้เรื่องเกี่ยวกับพรรษา แต่ไม่ค่อยรู้จัก ตอนที่ได้ยินว่าเป็นสามีของเทย่านั้น
พวกเขาก็คิดจะโทรไปถามเจตต์ แต่กลับถูกพรรษาหยุดไว้ก่อน
“ผมแค่จะมาเยี่ยมเธอเท่านั้น อย่าบอกลูกชายผมเลยครับ”
“แต่ว่าคุณเจตต์บอกเอาไว้ ว่านอกจากตัวเขาเอง ห้ามคนอื่นไปพบคุณเทย่าค่ะ”
คำพูดของพยาบาลทำให้พรรษารู้สึกเสียใจเล็กน้อย
“ผมบอกว่าไม่ต้องก็คือไม่ต้อง”
พูดจบเขาก็เดินไปที่ห้องของเทย่า
เทย่ายังคงเหมือนเดิมกับที่ผ่านมา นั่งอยู่บนรถเข็น เหม่อมองท้องฟ้าที่อยู่ข้างนอก
นี่เป็นครั้งแรกที่พรรษามาเจอเทย่าหลังจากผ่านไปยี่สิบกว่าปี
เธอแก่แล้ว
มีผมหงอกที่ขมับ
แต่ว่าบรรยากาศของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนไป ยังคงเยือกเย็น และดูมั่นใจในตัวเอง
ถ้าตอนนั้นเธอไม่ได้มีนิสัยแบบนี้ เขาก็คงไม่นอกใจ
พรรษาคิดอยู่แบบนั้น แล้วก็เดินไปข้างๆเทย่า
“กำลังดูอะไรอยู่ ?”
เขาเอ่ยถามเสียงต่ำ
เทย่าไม่ได้หันกลับมา ยังคงมองท้องฟ้าที่อยู่ข้างนอก
ในตอนี่พรรษาคิดว่าเธอพูดไม่ได้นั้น จู่ๆเทย่าก็เปิดปากพูดขึ้น
“ฝนใกล้ตกแล้ว เจตต์ไม่ได้พกร่ม ไม่รู้ด้วยว่าคนรับใช้เตรียมไว้ให้เขาหรือเปล่า”
พรรษารู้สึกคัดจมูกขึ้นมาทันที
“เจตต์โตแล้ว เขาดูแลตัวเองได้แล้ว”
“เจตต์กระเพาะไม่ดี ฉันอยากจะทำอาหาร แต่ว่าฉันไม่มีแรงเลย พยาบาลก็ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปในห้องครัว ทำไมเจตต์ยังไม่กลับมาอีก ?”
ดูเหมือนว่าเทย่าจะไม่ได้ยินสิ่งที่พรรษาพูด เธอยังคงพูดเองเออเองต่อไป
พรรษามองดูอดีตภรรยาที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆก็รู้สึกอึดอัดจนแทบตาย
พยาบาลเข้ามาพูดกับพรรษาเบาๆว่า “คุณพรรษาคะ ช่วงนี้สภาพจิตใจของคุณเทย่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณอย่าไปกระตุ้นเธอดีกว่านะคะ เธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้ว”
ตอนนี้เองพรรษาถึงได้เห็นบาดแผลบนขอมือของเธอ รอยแล้วรอยเล่า ราวกับมันทิ่มแทงเข้าไปในอกเขา
ขอบตาเขาเปียกชื้นขึ้นมาทันที
“เทย่า ขอโทษนะ หลายปีที่ผ่านมาฉันผิดไปแล้ว ฉันทำผิดต่อเธอ ฉันเป็นคนทำลายครอบครัวของพวกเรา ฉันทำให้พวกเธอสองแม่ลูกเจ็บปวด ฉันจะปล่อยให้เธอกับลูกชายอีกคนของฉันต้องเจ็บปวดแล้วใช่ไหม ? ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”
พรรษาพูดแสดงความเสียใจแผ่วเบาไม่หยุด
แต่สำหรับเทย่าแล้ว เขาไม่แตกต่างอะไรกับของที่ประดับอยู่ในห้องนี้เลย
เทย่าใช้ชีวิตอยู่ในความคิดของตัวเองตลอดเวลา ไม่ถูกรบกวนอะไร
เดิมทีพรรษาอยากจะมาถามเรื่องของเจตต์จากเทย่า แต่พอเห็นสภาพของเทย่าแบบนี้แล้ว ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถเปิดปากถามได้
เขาอยู่ที่นี่พักหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็ทนความกดดันแบบนี้ไม่ไหว เลยลุกขึ้นแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว