ตอนที่ 775
บทที่ 775 นี่ไม่ใช่ความรัก
October 31, 2026
บทที่ 775 นี่ไม่ใช่ความรัก
ได้ยินเทย่าพูดแบบนี้ นรมนกับบุริศร์ก็มองหน้ากันและกัน
อย่างไรแล้วถ้านิตาต้องการทำร้ายเทย่าจริงๆ คงไม่พาเทย่าออกไปตอนนั้นหรอก ในเมื่อสามารถพาเทย่าออกมาได้ แสดงว่าในใจเธอยังมีเจตต์ อาจจะรู้อะไรบางอย่างแล้วแอบปกป้องเทย่าลับๆ ด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นการปกป้องคุณแม่เพื่อเจตต์
คิดถึงตรงนี้ นรมนก็พูดเสียงทุ้ม “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธออย่าเพิ่งสนใจ ตอนนี้รอดูสถานการณ์ของเธอก่อนค่อยว่ากันค่ะ”
“ก็ต้องเป็นตามนี้”
เทย่าพยักหน้า
หลังจากบุริศร์เห็นทั้งหมดนี้ก็พูดขึ้น “ฉันกับไอริณจะออกไปตามหาคนก่อน ฉันจะจัดเตรียมคนมาทางนี้ ถ้าคุณต้องการอะไรต้องบอกฉันนะ”
นรมนเห็นท่าทางกังวลของบุริศร์ อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดขึ้น “ฉันรู้แล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันไม่เป็นอะไร อย่างมากสุดก็ไปหาเจตต์”
“อืม ระวังความปลอดภัยด้วย ฉันไปก่อนนะ”
บุริศร์พูดจบก็กล่าวลาเทย่า จากนั้นก็เดินตามไอริณไป
เทย่ามองแผ่นหลังไอริณ ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “เด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกันน่าสงสารที่สุด เด็กอย่างไอริณยิ่งน่าสงสาร ไม่มีพ่อแม่มีแม่ ชีวิตในอนาคตไม่รู้จะทำยังไง”
“เธอแค่บอกว่าพ่อเธอเสีย ไม่ได้บอกว่าแม่เธอเสียเหมือนกันนี่คะ?”
คำพูดนรมนทำให้เทย่าชะงักไปสักพัก
“ไม่ได้พูดเหรอ?”
“ไม่นะคะ เหมือนเธอไม่ได้พูดถึงแม่ตัวเองเลยตั้งแต่ต้นจนจบ”
เทย่าขมวดคิ้ว จากนั้นก็พูดขึ้น “ช่างเถอะ แม่ของเธอก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่เด็กคนนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็ก”
“ตอนคุณน้าเด็กๆ เหรอคะ?”
“ใช่ ตอนนั้นพ่อแม่ฉันหย่ากัน พ่อยืนกรานจะเอาพี่สาวไป ไม่ต้องการฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไม่อยู่ในสายตาพ่อ เหมือนตั้งแต่ฉันเกิดมา พ่อก็ไม่ชอบฉัน แม่ฉันก็ว่าง่ายมาตลอด ทุกครั้งที่พ่อฉันอารมณ์ไม่ดี แม่ก็จะกอดฉัน ปกป้องฉันไว้ในอ้อมกอดแน่น เมื่อเทียบกันแล้ว พี่สาวได้รับความรักจากพ่อเป็นพิเศษ ถึงแม้แม่ก็ชอบพี่สาวเหมือนกัน บางทีอาจจะเพราะพ่อปฏิบัติกับฉันไม่ดี แม่ก็เลยค่อนข้างรักฉัน ฉันคิดมาตลอดว่าฉันกับพี่สาวไม่มีความสุขเลย ตอนที่พ่อแม่หย่ากัน ฉันแปดขวบ พี่สาวสิบสองขวบ ตอนนั้นเธอออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ ตอนฉันออกมาก็ไม่เห็นเธอ ต่อมาอยากเจอ พ่อก็ไม่อนุญาต หลายสิบปีก็ผ่านไปในพริบตาเดียว”
ขณะที่เทย่าพูดเรื่องในอดีตที่เศร้าสลดใจ นรมนก็ฟังเงียบๆ
เธอไม่เคยคิดเลย คิมแม่ของตัวเองจะมีวัยเด็กแบบนี้ มีภูมิหลังชีวิตแบบนี้
“ตอนคุณตาเสียชีวิตก็ไม่เรียกคุณน้ากลับมาเหรอคะ?”
เทย่าส่ายหน้า
“ไม่เลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อเสียชีวิตไปตอนไหน พี่สาวเป็นคนบอกฉัน แต่พวกคุณอาคุณลุงไม่ให้ฉันกับเข้าไปในตระกูลพรโสภณ แม่ก็ไม่พูดอะไร ก่อนเสียชีวิตก็ไม่บอกฉันว่าทำไมพ่อถึงเกลียดฉันแบบนี้ เธอแค่บอกฉันว่า ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อย่าไปรบกวนชีวิตพี่สาว และห้ามไปหาพ่อ ยกเว้นตัวเองไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้แล้วถึงจะไปหาพี่สาวได้”
เทย่ายิ้มขมขื่นขณะมองนรมนแล้วพูดขึ้น “รู้สึกว่าฉันน่าสังเวชมากเลยใช่ไหม?”
“ทำไมเป็นแบบนี้คะ? ทำไมคุณยายต้องการแบบนี้?”
“ไม่รู้ ฉันก็ไม่ทันได้รู้ ตอนนั้นที่แม่ฉันเสียชีวิต พรรษาก็ปลอบฉันอยู่ข้างๆ และช่วยเหลือฉัน หลังจากแม่ฉันหย่า ก็ไม่ได้เอาเงินของตระกูลพรโสภณมาแม้แต่แดงเดียว หลายปีมานี้ เพื่อเลี้ยงดูฉัน เธอต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ทุกที่ สุดท้ายก็ไปเป็นคนรับใช้ในตระกูลรัตติกรวรกุล เลยมีเงินให้ฉันเรียนหนังสือ ใครจะไปคิดว่าครั้งหนึ่งคุณนายตระกูลพรโสภณจะเคยเป็นคนรับใช้ของคนอื่นล่ะ? แต่แม่ฉันไม่อนุญาตให้ฉันบอกว่าตัวเองคือลูกหลานตระกูลพรโสภณ และยิ่งไม่อนุญาตให้ฉันบอกคนอื่นว่าฉันมีความสัมพันธ์กับตระกูลพรโสภณ หลายปีที่ผ่านมา แม่ฉันขยันขันแข็งมุมานะ สุดท้ายก็เหนื่อยจนป่วย ฉันไม่มีเงินรักษาอาการป่วยของแม่ พรรษาเป็นคนออกเงินรักษาให้แม่ฉัน และช่วยฉันจัดการงานศพ หลังจากแม่ฉันเสียชีวิต เขาก็ยังแต่งงานกับฉันโดยไม่สนใจการคัดค้านของตระกูล ฉันคิดว่าชีวิตที่มีความสุขของฉันจะเริ่มต้นตรงนี้ คิดว่าในที่สุดพระเจ้าก็เริ่มสงสารฉันแล้ว แต่ไม่คิดว่าหลังจากคลอดเจตต์ฉันก็พบว่าพรรษาผิดปกติ เหมือนเขาจะนอกใจ”
เทย่ายังคงยิ้มขมขื่น
ตอนนี้พูดเรื่องพวกนี้ ถึงแม้จะเจ็บปวดหัวใจ แต่มันก็ดีกว่าแต่ก่อนมาก
นรมนรู้ ถ้าคนคนหนึ่งมองว่าอีกคนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของตน เป็นโลกของตน เมื่อพบว่าอีกฝ่ายทรยศตน การโจมตีนั้นเป็นการทำลายล้าง เหมือนที่เธอเข้าใจผิดคิดว่าเจตต์ทรยศตนเมื่อห้าปีก่อน