ตอนที่ 776
บทที่ 776 คุณคิดว่าจำเป็นไหม
October 31, 2026
บทที่ 776 คุณคิดว่าจำเป็นไหม
“คุณน้า ฉัน……”
“ช่างเถอะ เรื่องวันนี้ถือว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน เธอก็ไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไร น้าไม่ขออะไรเธออีก แค่อยากให้เธอทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น ไม่ห้ามน้าได้ไหม? จุดนี้เธอทำได้ไหม? นรมน ถือว่าเห็นแก่ฉันและแม่ของเธอ คำขอนี้ไม่ว่ายังไงก็ได้โปรดสัญญากับน้านะ”
เทย่าจับมือนรมนแน่น
นรมนรู้สึกสับสนสุดขีดแล้ว
“คุณน้า ฉัน……”
“นรมน ฉันเป็นน้าเล็กของเธอ น้าเล็กแท้ๆ เจตต์เป็นลูกพี่ลูกน้องเธอ ลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ เธออยากเห็นเขาทำลายตัวเองไปตลอดชีวิตจริงๆ เหรอ?”
ถูกเทย่าพูดแบบนี้ใส่ คำพูดมากมายของนรมนก็ติดอยู่ในลำคอทันที พูดไม่ออกสักคำ
“น้าสัญญา จะไม่ทำร้ายนิตา ฉันแค่อยากไล่หล่อนไป ไม่ให้หล่อนคบกับเจตต์เท่านั้น ไม่ว่ายังไง หล่อนก็เป็นผู้มีพระคุณกับฉันเหมือนกัน ถือว่าเคยช่วยชีวิตฉัน ฉันจะไม่ล้างแค้นกับผู้มีพระคุณกับฉัน”
เทย่าเห็นนรมนลังเล ก็เร่งรีบเพิ่มความพยายาม
สุดท้ายนรมนก็ไม่พูดอะไรยอมรับไปโดยปริยาย
เทย่าพูดขึ้นอย่างดีใจ “งั้นเธอพักผ่อนที่นี่ก่อน ฉันไปแล้วเดี๋ยวมา จริงสิ เธอช่วยโทรศัพท์ล่อเจตต์ออกมาหน่อย ไม่งั้นฉันก็จะดำเนินการได้ไม่ดีใช่ไหมล่ะ?”
“คุณน้า คุณอย่า……”
“น้าขอร้องเธอสักครั้งได้ไหม? นรมน เธอก็เป็นแม่คนแล้ว ถือว่าน้าขอร้องเธอนะ”
ด้วยการอ้อนวอนของเทย่า นรมนก็รู้สึกลำบากใจมากจริงๆ
เธอต้องโทรศัพท์หาเจตต์ต่อหน้าเทย่า
“อยู่ไหน?”
“ยังอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน เป็นอะไรเหรอ?”
น้ำเสียงเจตต์ฟังดูเหนื่อยล้ามาก
นรมนมองเทย่า เทย่าแสดงอารมณ์ทางสีหน้ากับเธอ เห็นได้ชัดว่าต้องการให้นรมนช่วยเหลือ
เธอลังเลสักพักแล้วพูดขึ้น “ตอนนี้คุณมาหาฉันหน่อยได้ไหม?”
“คุณมีเรื่องอะไรเหรอ? บุริศร์ก็อยู่ไม่ใช่เหรอ? นรมน ฉันไปไม่ได้จริงๆ คุณก็รู้ สถานการณ์ปัจจุบันของนิตาเป็นแบบนี้ ฉัน……”
“คุณน้าหกล้ม อยู่โรงพยาบาล อยู่แผนกกระดูกโรงพยาบาลศิริราช”
คำพูดนรมนทำให้เจตต์เครียดทันที
“แม่ฉันเป็นไงบ้าง? ไม่สิ ล้มได้ยังไง? ล้มที่ไหน?”
“คุณไม่ต้องเครียด ตกบันไดที่บ้าน ตอนนี้หมอบอกว่าต้องนอนโรงพยาบาล คุณมาหน่อยเถอะนะ”
นรมนพูดจบรวดเดียว
เจตต์สับสนมาก แต่ก็พูดขึ้น “โอเค เดี๋ยวฉันไป คุณช่วยดูหน่อยนะ ทางนิตาฉันจะหาคนมาดูแล”
เทย่าได้ยินว่าลูกชายเป็นห่วงตน ก็ดีใจเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
“ก็ยังเป็นลูกชายที่ดีนะ”
หลังจากนรมนวางสายไป เทย่าก็กล่าวอย่างสะเทือนใจ
แต่นรมนมักรู้สึกว่าในใจนั้นไร้ความรู้สึก
“คุณน้า คุณตั้งใจจะทำยังไง?”
“ฉันจะทำอะไรได้? เดี๋ยวฉันจะไปตอนนี้ เธอบอกฉันหน่อยว่านิตาอยู่โรงพยาบาลหัวเฉียวชั้นไหน?”
ขณะที่พูด เทย่าก็ยกผ้านวมออก
นรมนพูดขึ้นอย่างค่อนข้างกังวล “คุณน้า ขาคุณบาดเจ็บห้ามเดินตามใจชอบนะคะ”
“เพื่อลูกชายของฉัน ฉันไม่มีสองขานี้จะเป็นอะไรไป? ชีวิตนี้ฉันทำเพื่อเขาน้อยมาก นรมน เธอช่วยฉันยื้อเวลาเจตต์ไว้หน่อยนะ รบกวนเธอด้วย”
ขณะที่พูด เทย่าก็ลุกขึ้น เดินกะเผลกออกไปจากห้องผู้ป่วย
นรมนอยากห้าม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ห้าม
หลังจากเทย่าออกไปจากห้องผู้ป่วย เธอก็โทรหาเจตต์อีกครั้ง
“เจตต์ คุณน้าไปหานิตาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ทางที่ดีคุณอย่ามา เมื่อกี้ฉันโดนบังคับให้โทรหาคุณ”
เจตต์ตกตะลึงเล็กน้อย
“ที่ขาแม่ฉันบาดเจ็บคือโกหกเหรอ?”
“เรื่องจริง หกล้มจริงๆ และล้มไม่เบาด้วย หมอแนะนำให้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่อยากให้สภาพนิตาในตอนนี้ผูกมัดคุณเอาไว้ ก็เลย……”
เจตต์เงียบทันที
“คุณยังอยู่ไหม?”
“อยู่!”
“เจตต์ ฉันมีอะไรบางอย่างต้องบอกคุณ”
นรมนพิจารณาครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วพูดเสียงทุ้ม “เมื่อกี้คุณน้าเพิ่งบอกฉันว่าเธอกับคิมแม่ของฉันเป็นพี่น้องกันแท้ๆ และหมายความว่าเธอเป็นน้าเล็กแท้ๆ ของฉัน ฉันกับคุณเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน”
ได้ยินนรมนพูดแบบนี้ เจตต์ก็ตกตะลึงทันที
“คุณว่าไงนะ?”
“ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน พี่”
นรมนยิ้มอารมณ์ขัน แต่เจตต์ขำไม่ออกเลย
ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดเป็นพี่น้องของตนจริงเหรอ?
นี่จะไม่ให้เขามีชีวิตเลยเหรอ?
“แม่ฉันบอกเหรอ?”
“อืม”
“คุณยังไม่ได้ตรวจสอบใช่ไหม?”
“ฉันคิดว่าเรื่องนี้ คุณน้าไม่จำเป็นต้องหลอกฉัน อีกอย่างแม่ฉันก็ไม่ได้อยู่เมืองชลธี ฉันก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ น้าบอกให้ฉันตรวจดีเอ็นเอได้ คุณคิดว่าจำเป็นไหม?”
คำพูดนรมนทำให้เจตต์หดหู่อีกครั้ง
แม้แต่ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา นั่นก็คาดว่าจะเป็นจริง
“นรมน ตอนนี้คุณผ่อนคลายเป็นพิเศษเลยสินะ? ในที่สุดก็กำจัดฉันไปได้ ถ้าฉันยังยุ่งวุ่นวายกับคุณอีก ก็โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์อีกใช่ไหม?”
“พูดอะไรน่ะ ไม่ได้ตัดใจตั้งนานแล้วเหรอ?”
เจตต์หัวเราะขมขื่น
ตัดใจจริงๆ ไหม?
เขาเองก็ไม่รู้