ตอนที่ 794
บทที่ 794 พวกเธอรู้สึกว่าพวกเธอทำถูกไหม
October 31, 2026
นรมนหันไปมองบุริศร์อย่างแปลก
“โครงการพัฒนาภาคใต้ดงสิงห์ ?”
ใจ
บุริศร์รีบยิ้ม ก่อนพูด “ไม่มีอะไร เบื้องบนให้โครงการมาหนึ่งนะ เรายังคงมองหาพันธมิตร ในเมื่ออาเล็กพูดอย่างนี้ แน่นอนว่าเรือล่มในหนองเงินทองจะไปไหน”
“มีคำนี้ของเธอก็โอเคแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปบริษัทของเธอ และจะคุยเรื่องรายละเอียด”
ธรณีดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด บุริศร์พยักหน้า
ธรรศปล่อยวางไปไม่ได้นิดหน่อย
“ธรณี หลายปีมานี้ นายเป็นนักธุรกิจที่ทำอะไรก็ทำจนถึงที่สุด กลิ่นเงินมันหอมขนาดนั้นเลย? เกิดอะไรขึ้น? แค่ร่วมโครงการก็เลยส่งเด็กๆกับนรมนออกไปเลย? นายนี่ไม่รักษาความเป็นธรรมเกินไป”
“พี่สาม แม้จะไม่ได้ร่วมโครงการ นรมนกับเด็กๆก็ต้องกลับไป อย่างไรพวกเขาก็เป็นคนบ้านโตเล็ก ถ้าหากพี่รักเด็กจริงๆ ตัวเองก็หาผู้หญิงสักคน คลอดเด็กสักสิบคนก็ไม่มีใครสนใจพี่”
คำพูดของธรณีทำให้ธรรศหยิบหมอนขึ้นมา และโยนไป
“ไปให้พ้นหน้าฉัน! นายพูดราวกับมีคนรัก”
“ผมมีนะ เพิ่งดูตัวสำเร็จ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ธรณีพูด นรมนก็เริ่มสนใจ
“อาเล็ก ดูตัวหรือ?”
“ไม่ให้ดูตัวได้อย่างไร? อาเป็นคนพิการคนหนึ่ง มีคนแต่งด้วยก็ไม่เลว อาจะปล่อยให้ตระกูลเราขาดได้อย่างไร? ไม่อย่างนั้นร้อยปีหลังจากนี้คงไม่มีหน้าไปพบย่าของหนู”
“อย่าพูดให้ดูดีนักเลย ตัวเองต้องการผู้หญิงก็พูดมาให้แจ่มแจ้ง อย่าเอาแม่มาอ้าง”
ธรรศไม่ให้ที่ยืนแกธรณี
นรมนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เมื่อเห็นพวกเขาทะเลาะกันแบบนี้
“รีบบอกมา อีกฝ่ายเป็นใครคะ? ดูตัวเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อเห็นว่านรมนสนใจเรื่องนี้ บุริศร์ยิ้มและส่ายหัว ก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตของเขา พับแขนเสื้อขึ้น แล้วเดินไปพูดข้างๆธรรศ “ให้ผมช่วยไหม?”
“ช่วยสิ เป็นอะไร? วันนี้จะกินข้าวเที่ยงที่นี่หรือ?”
“จริงๆแล้ววางแผนว่าจะกลับไปกินบ้าน แต่เห็นท่าทางกระตือรือร้นของเธอ รอให้เธอถามอาเล็ก คาดว่าคงหิวตาย ผมตัดสินใจอยู่นี่แหละ”
บุริศร์ตามใจ
เมื่อธรรศเห็นอย่างนี้ ค่อยเก็บสิ่งที่ตนเองมุ่งเป้ากลับไป
“ไม่ใช่ว่างานช่วงนี้ยุ่งหรือ? ไม่กี่วันนี่นายปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่ที่นี่ไม่ถามสารทุกข์สุกดิบ ยังสบายใจอยู่ได้”
“ที่บริษัทมีจารชน ผมต้องกำจัดให้สิ้น ไม่อย่างนั้นกลัวว่านรมนกับเด็กๆ กลับไปแล้วจะถูกลอบทำร้าย ผมกลัวจริงๆ”
คำพูดของบุริศร์ ทำให้มือของธรรศหยุดชะงัก
เขาพูดเสียงต่ำ “นรมนไม่สามารถอยู่ภายใต้การคุ้มครองของนายได้ตลอดไป อีกอย่างบ้านทวีทรัพย์ธาดาไม่มีคนขี้ขลาด ฉันเชื่อว่าถึงแม้ตระกูลโตเล็กของนายจะอันตรายเพียงใด เธอต้องอยู่ข้างนายไปตลอดแน่”
“ผมเชื่อ เพราะว่าเชื่อนี่แหละ ผมเลยไม่อยากให้เธอต้องทนทุกข์ อาสาม คุณไม่รู้ นรมนต้องทุกข์ตรมกับผมมาเท่าไหร่ ผมเพียงหวังว่าในเวลาที่ยังเหลืออยู่ เธอจะสามารถทำสิ่งที่เธอต้องการได้ ผมจะสามารถช่วยเธอได้ ช่วยให้ถึงที่สุด นี่คือความรักที่ผมมีต่อเธอ”
หลังจากที่บุริศร์พูดจบ เขาก็เอาวัตถุดิบเข้าไปในครัว
มุมของริมฝีปากของธรรศยกขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าความรู้สึกที่มีต่อบุริศร์ค่อยโล่งใจมากหน่อย
นรมนยังคงรบเร้าธรณีเกี่ยวกับเรื่องนัดบอด เด็กสองคนไปเล่นด้วยตัวเองข้างนอก
ธรณีรู้สึกรำคาญนรมนมาก จนต้องพูด “เป็นน้องสาวของเพื่อนร่วมรบของอา เขาเป็นพ่อสื่อ เธอเป็นคุณครูโรงเรียนประถม รูปร่างหน้าตาก็ไม่เลวนะ ที่สำคัญคือเขาอารมณ์ดี”
“ครูโรงเรียนประถามหรือคะ? ไม่เลวเลย จะได้มาสอนการบ้านกมลกับกิจจาได้ในอนาคต”
คำพูดของนรมนทำให้ธรณีหดหู่
“ดวงของอายังไม่ได้กำหนดเลย นี่คิดไปถึงปัญหาการศึกษาของลูกๆพวกหนูแล้วหรือ?”
“ถ้าอย่างนั่น ใครมือยาวกว่าสาวได้สาวเอานะคะ หนูพูดกับอาเลย อาเล็ก อาอายุมากแล้วนา ได้เจอผู้หญิงดีๆก็คว้าไว้เถอะค่ะ พิการแล้วอย่างไร? เราคว้าชัยให้กับประเทศ เป็นความภาคภูมิใจ เป็นความรุ่งโรจน์ อย่ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยค่ะ!”
“ต้อยต่ำอะไรกัน หนูรีบไปวาดรูปแบบของหนูเถอะ ออกไปเที่ยวตลอดสองวันมานี่ไม่กลัวแพ้การเลือกหรือ”
“ไม่กลัวค่ะ แพ้ก็มาเกาะอากิน หรือให้หนูปลูกความสัมพันธ์กับอาสะใภ้สักหน่อย”
ได้ยินนรมนพูดเช่นนี้ ธรณีรู้สึกเสียใจทีหลังทันทีที่พูดเรื่องดูตัวออกไป
“ยกโทษให้อาเถอะ”
เห็นธรณีเหนียมอายขึ้นมา เธออดไม่ได้ที่รู้สึกดีใจขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าดวงจะได้ถูกกำหนดแล้วนะคะ มีรูปผู้หญิงไหม? ให้หนูดูหน่อย แล้วเมื่อไหร่จะให้มาเจอกับคนในครอบครัวละคะ?”
“มีคนในครอบครัวเช่นหนู กลัวจะทำให้เขาตกใจนะสิ”
คำพูดของธรณีทำให้นรมนไม่พอใจขึ้นมา
“อาเล็ก นี่ยังไม่เท่าไหร่ ก็ปกป้องอาสะใภ้ในอนาคตแล้วหรือคะ? ดูออกเลย ตอนนี้หูกำลังทำให้อาเบื่อใช่ไหม?”
“อย่ามามุกนี้นะ บุริศร์ตามใจหนูขนาดนั้น แทบจะดึงดวงจันทร์บนฟ้ามาให้หนูได้ อาบอกหนูเลย หนูไม่ควรยื่นมือไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น แค่ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี รู้ไหม?”
นรมนรู้ดีว่าธรณีกำลังพูดถึงอะไร
ในเมืองชลธี มีเรื่องอะไรที่รอดพ้นสายตาธรณีหรือ?
แต่นรมนยังถอนหายใจ ก่อนพูด “อาเล็กคะ แต่ไหนแต่ไรมาหนูไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน แต่มีเรื่องเข้ามาหาหนูเองนี่ หนูก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”