ตอนที่ 866
บทที่ 856 เธอจะกรวดน้ำคว่ำขันฉันจริงๆ หรือ
October 31, 2026
ตรินท์อย่างนั้นหรือ
จะเป็นไปได้อย่างไร
เรื่องนี้นรมนทำกับบุริศร์ ตรินท์ตายจนตายอีกไม่ได้แล้ว อีกอย่างต่อให้เป็นคนที่อ้างเป็นตรินท์ก็ตายแล้วไม่ใช่หรือ
ทำไมยังมีคนที่เหมือนบุริศร์อย่างกับแกะ
อย่าว่าแต่คมทิพย์ นรมนไม่มีทางเชื่อจะเป็นเรื่องจริง แต่ช่วงเวลานั้นบุริศร์อยู่กับเธอจริงๆ ไม่ใช่หรือ
เห็นนรมนสีหน้าตะลึง คมทิพย์ก็ฝืนยิ้ม “ใช่ไม่ใช่ เธอบอกว่าเขาอยู่กับเธอ แต่เขาไม่ได้ห่างกับเธอบ้างจริงๆ หรือ ตัวเขาติดกับเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือไง ฉันรู้จักเธอมานานขนาดนี้ ฉันจะจำหน้าตาท่าทางของบุริศร์ผิดหรือ ความดีใจความโกรธความเศร้าโศกความสุขฉันจะจำผิดคนหรือ”
คำถามของคมทิพย์ นรมนถึงกับพูดไม่ออก
“ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ เธอเป็นเพื่อนรักของฉัน บุริศร์ไม่มีทางทำเรื่องนี้!”
นรมนพยายามต่อสู้ด้วยเหตุผล แต่ในสมองของเธอเป็นภาพตอนที่บุริศร์ไม่อยู่กับเธอหลายวัน
ช่วงนั้นบุริศร์น่าจะไปทำอะไรสักอย่างให้คุณท่านตระกูลพรโสภณ แต่ทำอะไรถึงจะเกี่ยวข้องกับตระกูลเจริญไชยหรือไม่
คมทิพย์ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว
ความรู้สึกของนรมนต่อบุริศร์เป็นอย่างไร เธอรู้แจ่มแจ้ง ถึงตอนนี้แม้จะพูดไปหมดแล้ว นรมนไม่เชื่อเธอก็ไม่มีทางทำอะไรได้ เพียงแต่เหนื่อยใจ “เธอไปเถอะ ป้องน่าจะยังรอเธออยู่ข้างนอก จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีก”
คำพูดนี้ทำให้นรมนปวดร้าวใจ น้ำตาคลอตาทันที
“เธอจะกรวดน้ำคว่ำขันจริงๆ หรือ” คมทิพย์ ระหว่างเราต้องเดินมาถึงจุดนี้หรือ”
“ความแค้นที่ฆ่าแม่ ฉันข้ามผ่านไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย”
คมทิพย์ซุกหน้าในอ้อมกอดของพฤกษ์ ดูออกว่าเธอเหนื่อยมากจริงๆ
ปัญญ์อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
นรมนไม่รู้ว่าตัวเองออกมาได้อย่างไร เห็นป้องยืนสูบบุหรี่ที่มุมกำแพง เธอชะงักนิดหนึ่ง แล้วถามเขา “ป้อง คุณคิดว่าบุริศร์เป็นศัตรูกับตระกูลเจริญไชยจริงมั้ย”
“หมายความว่าไงครับ”
ป้องถูกนรมนถามไม่มีปี่มีขลุ่ย อดไม่ได้ที่จะย้อนถาม
นรมนเล่าตามที่คมทิพย์บอก ป้องขมวดคิ้วทันที
“เป็นไปไม่ได้! บุริศร์ไม่มีทางลงมือกับตระกูลเจริญไชย! ผมจำได้แม่ หลังจากที่เขารู้ว่าคมทิพย์กลับไป ยังให้ดีลเลอร์ช่วยดูแลตระกูลเจริญไชย คุณบอกว่าเขาพาคนไปทำลายตระกูลเจริญไชย ให้ตายผมก็ไม่เชื่อ”
“ฉันก็ไม่เชื่อค่ะ แต่คมทิพย์ยืนยันอย่างนั้น อีกอย่างทำไมเธอต้องใส่ร้ายบุริศร์โดยไม่มีสาเหตุล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่เธอพูดก็ถูก เธอรู้จักบุริศร์ไม่น้อยกว่าฉัน จะจำผิดคนได้ยังไง”
“หมายความว่ายังไง คุณสงสัยสามีตัวเองหรือ”
สีหน้าป้องยุ่งยากใจ
นรมนรู้สึกว่าสมองตัวเองแทบระเบิดแล้ว
“ฉันไม่ได้สงสัยเขาค่ะ แค่รู้สึกว่าทำไมถึงเกิดเรื่องอย่างนี้ บุริศร์ไม่มีทางโกหก คมทิพย์ก็ไม่มีทางเช่นกัน แต่จะมีบุริศร์คนที่สองโผล่มาได้อย่างไรกัน หรือว่าตรินท์จะยังไม่ตายจริงๆ”
“ไม่ต้องคิดแล้ว เรื่องนี้กลับไปให้บุริศร์ตัดสินใจเถอะ เพื่อนคุณไม่ต้องให้ผมช่วยแล้วใช่มั้ย”
ป้องมองขาของปัญญ์แวบหนึ่ง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นกังวล
นรมนเสียใจมาก พูดเสียงเบา “เธอยืนยันไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องบุริศร์รักษา”
“งั้นก็หาคนที่ไม่เกี่ยวข้องละกัน ผมรู้จักหมอคนหนึ่ง ผ่าตัดเก่ง ไม่รู้จักกับบุริศร์ คุณว่าดีมั้ย”
เมื่อได้ยินป้องพูดอย่างนี้ นรมนรีบพยักหน้า
“ก็ดี ถึงเวลาบอกว่าพฤกษ์รู้จักละกัน ไม่ต้องพูดถึงฉัน ไม่น่ามีปัญหา แต่ว่าฝีมือรักษาหมอคนนั้นเทียบกับคุณเป็นยังไงคะ”
เมื่อได้ยินนรมนถามอย่างนี้ ป้องก็ยิ้ม “มีหลายคนมารักษากับเธอ แต่เธอผ่าตัดแค่เดือนละครั้ง ไม่ว่าคนอื่นใช้เงินเท่าไหร่เธอก็จะไม่ละเมิดกฎนี้ แถมตอนเธอผ่าตัด คุณดูไม่ชัดว่าเธอผ่าตัดยังไง คุณว่าหมอแบบนี้ฝีมือการรักษาเทียบกับผมเป็นยังไงล่ะ เทียบกับทางนี้ฝีมือการรักษาผมพอไหว แต่ถ้าต่อหน้าเธอ ผมเทียบไม่ติดฝุ่น”
ป้องพูดอย่างนี้ทำให้นรมนแปลกใจมาก เธอคาดไม่ถึงจะมีใครรักษาเก่งกว่าป้อง
“ดีกว่าโพนี่เลยหรือ เทียบกับมิลิน...”
“มิลินเป็นแพทย์แผนจีนที่โดดเด่น ถือเป็นอัจฉริยะ แต่คนนี้มีอาจารย์คนเดียวกับมิลิน ฝีมือการรักษาสูงกว่ามิลิน เพียงแต่เธอไม่ชอบทำตัวเด่น ไม่ค่อยชอบโอ้อวด ประกอบกับฐานะเธอ คนที่รู้จักเธอจึงมีน้อย โดยมากแล้วจะเป็นตระกูลเศรษฐีที่รู้จัก แม้เงินทองมากมายก็ยากที่จะขอให้เธอผ่าตัดให้”
ได้ยินป้องพูดเช่นนี้ นรมนก็กลุ้มใจขึ้นมาอีกครั้ง
“คนแบบนี้เราจะเชิญมาได้หรือคะ”
“บางทีพวกเราอาจเชิญไม่ได้ แต่โพนี่น่าจะเชิญได้ พวกเขาสนิทกัน ผมจะให้เธอลองดู”
“ฝากด้วยนะคะ”
นรมนรีบทำมือขอบคุณป้อง แต่ป้องห้ามเธอไว้ก่อน
“สำเร็จมั้ยยังไม่รู้ รอให้ผมขอให้โพนี่ไปถามก่อน”
ป้องหยิบมือถือขึ้นมาโทร นรมนใช้โอกาสนี้ส่งข้อความให้พฤกษ์ ส่งข่าวเรื่องนี้กับเขา
พฤกษ์อยู่ต่อหน้าคมทิพย์ไม่สะดวกอ่าน ได้แต่ปิดเสียงโทรศัพท์
โพนี่ส่งข่าวมาเร็วมาก บอกว่าอีกฝ่ายตกลงแล้ว แต่มีเวลาแค่คืนนี้เท่านั้น พรุ่งนี้หมอคนนั้นต้องไปที่อื่นแต่เช้า
นรมนดีใจมาก รีบส่งข้อความให้พฤกษ์
ป้องเห็นข้างในไม่มีเสียง ก็กระซิบ “พวกเราไปกันเถอะ ถ้าเราไม่ไปเสียที พฤกษ์คงไม่มีเวลาดูโทรศัพท์”