ตอนที่ 869
บทที่ 859 แค่เรื่องเล็กน้อย สมควรหรือ
October 31, 2026
ตอนนี้นรมนไม่สนใจบุริศร์จะออกไปหรือไม่ เธอรีบโทรไปหาโพนี่
“โพนี่ ฉันมีเลือดออก เด็กจะเป็นอะไรมั้ย”
ตอนนี้นรมนไม่อยากรบกวนโพนี่ ในเมื่อโพนี่เธอก็ท้องเหมือนกัน แต่ตอนนี้เธอไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครจริงๆ
โพนี่ได้ยินนรมนบอกว่ามีเลือดออก ก็รีบพูด “เธอรอฉันก่อน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
นรมนล้างเนื้อล้างตัว แล้วหากางเกงสะอาดมาเปลี่ยน
จัดการเรียบร้อยแล้ว กานต์ก็เข้ามาพอดี เห็นใบหน้านรมนซีดเซียว ก็ถามเป็นห่วง “หม่ามี้ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ ไม่ต้องสนใจคุณบุริศร์ ผู้ชายอย่าไปตามใจมาก”
เขาพูดราวกับตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างไรอย่างนั้น
นรมนชะงักนิดหนึ่ง รู้สึกชื่นใจที่เวลานี้ลูกชายอยู่เคียงข้างเธอ อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ไม่เป็นไรจ้ะ หม่ามี้ไม่ใส่ใจหรอก”
“ผมรินน้ำให้หม่ามี้นะครับ”
กานต์ไปรินน้ำอุ่นมาให้นรมน
นรมนจิบน้ำอุ่นแล้ว รู้สึกดีขึ้นมาก
“เอาล่ะ ลูกกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวน้าโพนี่มา หม่ามี้ต้องตรวจร่างกายหน่อย”
“ตรวจร่างกายจริงๆ หรือครับ หรือว่าน้องชายหรือน้องสาวเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
กานต์เป็นห่วงมาก
นรมนส่ายหน้า “ไม่มีอะไรจ้ะ แค่ตรวจร่างกายตามปกติเท่านั้น ลูกไม่ต้องกังวลหรอก”
กานต์เห็นนรมนพูดอย่างนี้ ก็ไม่พูดอะไรอีก เดินออกไปจากห้อง
บุริศร์นั่งอยู่ที่โซฟาด้านนอก สูบบุหรี่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กานต์เดินเข้าไปดึงออกมา แล้วขยี้กับที่เขี่ยบุหรี่
“ตอนนี้ภรรยาคุณไม่ค่อยสบาย หน้าซีดมาก คุณไม่รู้หรือไงเธอท้องอยู่ กระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้”
กานต์พูดเหมือนผู้ใหญ่ในร่างเล็ก
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น เห็นได้ว่าหงุดหงิดรำคาญคำพูดของกานต์มาก เขาถึงกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับกานต์ แต่เวลานี้โพนี่เข้ามาพอดี
“นรมนเกิดอะไรขึ้น บอกคุณแล้วไม่ใช่หรือ ตอนนี้เธอตั้งท้องช่วงแรก กระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้ พวกคุณทะเลาะกันเรื่องอะไรกันแน่”
โพนี่ไม่ไว้หน้าบุริศร์
บุริศร์ตอนนี้มีร้อยปากก็พูดได้ไม่ชัดเจน สุดท้ายลุกขึ้นพูด “ผมจะไปบริษัทหน่อย”
“คุณจะไม่รอฟังผลตรวจของนรมนหรือ”
โพนี่รู้สึกประหลาดใจสุดๆ
บุริศร์กลับเดินไปไม่หันมามอง พูดขึ้น “มีคุณอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ เธอไม่เป็นอะไรหรอก”
“คุณบุริศร์!”
กานต์ที่ยืนโมโหอยู่ตะโกนเรียก แต่บุริศร์ทำเหมือนไม่ได้ยิน เปิดประตูเดินออกไปแล้ว
เป็นครั้งแรกที่โพนี่เห็นบุริศร์เป็นอย่างนี้ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่
“กานต์ ดูแลพี่น้องก่อนนะ น้าจะไปดูหม่ามี้ของเธอหน่อย”
โพนี่รู้ว่ากานต์มีความเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ได้แต่ทำอย่างนี้
กานต์จับชายเสื้อโพนี่ไม่สบายใจ ถามเสียงแผ่วเบา “น้าโพนี่ครับ หม่ามี้จะไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ”
“วางใจเถอะ มีน้าอยู่ หม่ามี้หนูไม่เป็นไรหรอก”
โพนี่ดูออก กานต์กังวลมาก
แม้แต่เด็กยังรู้จักเป็นห่วงนรมน โพนี่ไม่เข้าใจจริงๆ บุริศร์มีเหตุผลอะไรกันแน่ถึงได้ไม่แยแสนรมน
เพราะปัญหาที่คลับวันนั้นหรือ
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรควรจะเป็นนรมนที่น้อยใจไม่ใช่หรือ
แต่เรื่องพวกนี้ โพนี่จะพูดต่อหน้าเด็กไม่ได้ ขยี้หัวกานต์แล้วขึ้นไปชั้นบน
โพนี่เปิดประตูห้องนอน ก็เห็นนรมนนั่งพิงอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม
“เธอเป็นยังไงบ้าง ยังปวดท้องอยู่มั้ย”
โพนี่รีบหยิบอุปกรณ์มาตรวจ
นรมนเห็นโพนี่มาแล้ว ถึงค่อยรู้สึกโล่งอก
“ไม่เจ็บเท่าเมื่อกี้ กานต์รินน้ำอุ่นให้ฉัน พอฉันดื่มน้ำอุ่นแล้วก็รู้สึกดีขึ้นหน่อย”
นรมนพูดจาเหนื่อยล้า
“อย่าเพิ่งพูด ฉันจะตรวจให้ละเอียด”
โพนี่ตรวจร่างกาย นรมนไม่ได้พูดอะไรอีก ขณะที่หลับตาลง ดวงตาบวมไม่น้อย
เมื่อก่อนเวลาอย่างนี้ บุริศร์จะอยู่ข้างเธอเสมอ แต่วันนี้ เขาไม่อยู่กับเธอ และยังทะเลาะกับเธอต่อหน้าเด็กๆ ด้วย
นรมนรู้สึกว่าตัวเองมองบุริศร์ไม่ออก
แค่เรื่องเล็กน้อย สมควรหรือ
ต่อให้โกรธ ก็ไม่ควรเดือดดาลขนาดนี้!
วันนี้เธอปวดท้อง แต่บุริศร์ไม่ใส่ใจ ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
โพนี่ดูออกว่านรมนว้าวุ่นใจ ตรวจร่างกายเสร็จแล้วค่อยพูดขึ้น “เธอหักโหมมากเกินไป แถมยังพักผ่อนไม่พอถึงได้ปวดท้อง ดีที่ไม่มีอะไรหนักหนา ต่อไปอย่าลืมล่ะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ระวังไม่ให้อารมณ์แปรปรวนเกินไป เธอเป็นอย่างนี้จะทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
“อึม ฉันรู้แล้ว วันนี้ฉันทะเลาะกับบุริศร์”
นรมนไม่รู้ว่าจะพูดกับใครดี ในใจรู้สึกอึดอัด
โพนี่คาดไม่ถึงจะได้ยินเธอพูดเช่นนี้
“ทะเลาะกับบุริศร์หรือ เธอไม่เคยทะเลาะกับเขาไม่ใช่หรือ”
“เขาทะเลาะกับฉันต่อหน้าเด็กๆ ในห้องอาหาร ฉันมืดแปดด้านทำไมพวกเราสองคนถึงเดินมาจุดนี้ เพราะอะไรกันนะ”
นรมนอยากจะร้องไห้
โพนี่รู้ว่าเธอจิตใจบอบช้ำ รีบพูดปลอบใจ “เขาอาจจะรับไม่ได้ช่วงหนึ่ง เดี๋ยวก็ดีขึ้น เธออย่าเสียใจไป เป็นห่วงร่างกายตัวเองเถอะ ถ้าเธอไม่อยากทะเลาะกับเขา เธอไปอยู่บ้านคุณตามั้ยล่ะ หรือไม่ก็อยู่บ้านคุณอาสองสามวัน ฉันได้ยินมาว่าแม่เธอกลับมาแล้ว”