ตอนที่ 870
บทที่ 870 คุณไม่ใช่บุริศร์
October 31, 2026
บุริศร์กำลังใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน ทันใดนั้นคอมพิวเตอร์จอดำ จู่ๆ ก็ไม่ทำงาน
จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามา
“ประธานบุริศร์ คอมพิวเตอร์ทั้งหมดของบริษัทเป็นอัมพาตแล้ว”
เลขาสีหน้าซีดเผือด
บุริศร์เป็นคนทำไฟร์วอลล์บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดเอง ปกติแล้วไม่มีใครโจมตีได้ มีแต่ตอนที่กานต์เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกโจมตีเข้ามา ก็เป็นบุริศร์ที่แก้ไขเอง
ตอนนี้อินเทอร์เน็ตทั้งบริษัทเป็นอัมพาต เลขาหวังว่าบุริศร์จะรีบแก้ไขโดยเร็ว
บุริศร์สีหน้าบอกบุญไม่รับ
“บริษัทเลี้ยงพวกดูแลอินเทอร์เน็ตเสียข้าวสุกหรือไง ทุกเรื่องก็ต้องมาหาผมหรือไง สั่งพวกเขาแก้ไขไม่ได้ก็ไสหัวไปซะ! บริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดไม่เลี้ยงคนใช้ไม่ได้”
บุริศร์สีหน้าแย่ เสียงเย็นเหมือนน้ำแข็ง ถึงกับมีความโมโหอยู่ในน้ำเสียง
เลขาตกใจจนตัวสั่น รีบวิ่งออกไป
กานต์กอดอกมองหน้าจอคอมพิวเตอร์
กล้ารังแกหม่ามี้หรือ
คิดว่าหม่ามี้ของเขารังแกกันได้ง่ายๆ หรือ
กานต์คำนวณเวลา บุริศร์มีฝีมือเหนือกว่าตัวเองมาก เขามีเวลาโจมตีไม่นาน แต่ช่วงนี้อยู่ในค่ายทหาร เขาเรียนรู้เทคนิคของแฮคเกอร์ไม่น้อย ตอนนี้ลองดูบุริศร์มีเวลานานแค่ไหนที่จะจัดการกับไวรัสที่เขาเพิ่งปล่อยเข้าไป
เวลาผ่านไปแต่ละนาที
เลขาวิ่งเข้ามาในห้องทำงานของบุริศร์อีกครั้ง น้ำเสียงสั่นเครือ “ประธานบุริศร์ แผนกไอทีแจ้งว่าพวกเขาทำไม่ได้ขอลาออกทุกคน ไวรัสครั้งนี้แก้ไขไม่ได้จริงๆ”
บุริศร์ขมวดคิ้ว
“ให้พวกเขาพยายามต่อ แก้ไขได้ผมจะให้โบนัส”
บุริศร์โบกมืออย่างรำคาญ เลขาก็ออกไป แต่ในใจรู้สึกสงสัย ขนาดนี้แล้ว ทำไมประธานบุริศร์ถึงไม่ลงมือเอง
กานต์เห็นไวรัสไม่ถูกโจมตีสักที เวลาผ่านไปเกือบห้านาทีแล้ว ขืนปล่อยไว้อีกสองสามนาที ข้อมูลสำคัญพวกนั้นจะหายไปจริงๆ แล้ว
หรือว่าบุริศร์ไม่อยู่ที่บริษัท
กานต์ขมวดคิ้วนิดๆ รีบเข้าเว็บไซต์ค้นหา
อีกฝ่ายยังคงจัดการกับไวรัส แต่ร่องรอยไม่ใช่ของบุริศร์ เขาลองตรวจดู พบว่าคอมพิวเตอร์ห้องทำงานของบุริศร์เปิดอยู่ เห็นชัดว่าเขากำลังใช้งาน หมายความว่าบุริศร์อยู่ที่บริษัท
แต่ทำไมบุริศร์ไม่กำจัดไวรัสนะ
เขาไม่มีทางไม่รู้ถ้าไม่รีบจัดการบริษัทจะเผชิญกับสถานการณ์อย่างไร
กานต์ครุ่นคิดในหัว
แผนกไอทียังคงพยายามต่อไป แต่ยังคงไม่สำเร็จ ไม่กล้าไปขอให้บุริศร์ช่วย ร้อนใจเหมือนมดในกระทะร้อน
กานต์ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ในเวลาช่วงสุดท้ายกำจัดไวรัสอย่างรวดเร็ว
แผนกไอทีเห็นไวรัสจู่ๆ ก็หายไป ข้อมูลทั้งหมดก็กลับมาปกติ ถอนหายใจโล่งอก แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดี
“ให้ทุกคนตรวจดูเร็วข้อมูลหายไปบ้างมั้ย”
คนของแผนกไอทีรีบให้ทุกคนตรวจสอบ
บุริศร์เห็นคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากลับมาปกติ คิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายออก
เขาโทรไปหาแผนกเลขา
“บอกแผนกไอทีหน่อย พวกเขาทำดีมาก ครั้งนี้แก้ไขไวรัสได้ สิ้นเดือนผมจะให้โบนัสหนึ่งพัน”
แผนกไอทีได้ยินเช่นนี้ ต่างมองหน้ากัน
บุริศร์เป็นยอดฝีมือด้านคอมพิวเตอร์ ทำไมดูไม่ออกว่าพวกเขาไม่ได้กำจัดไวรัสสำเร็จสักหน่อย
กานต์เจาะเข้าไปในระบบภายใน ได้ยินที่บุริศร์โทรไปแจ้งแผนกเลขา หรี่ตาขึ้นมาทันที
มือเล็กๆ ประคองหัว แววตาครุ่นคิด
ธรรศเห็นนรมนอารมณ์ไม่ดี ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร ลองถามกมลดู กมลงอน “แด๊ดดี้ทะเลาะกับหม่ามี้ค่ะ หม่ามี้คงจะโกรธ”
“ทะเลาะงั้นหรือ ทำไมล่ะ”
ธรรศแปลกใจ
“ไม่รู้สิคะ แด๊ดดี้อยู่ๆ ก็ดุขึ้นมา หนูตกใจหมด”
กมลยิ่งพูดยิ่งน้อยใจ ตาโตๆ คู่นั้นกะพริบ ทำให้รู้สึกน่าสงสารเหลือเกิน
ธรรศขมวดคิ้ว กิจจารีบพูด “อาจเป็นเพราะเรื่องบางอย่าง ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณอาสาม ผมเชื่อแด๊ดดี้เดี๋ยวก็หายโกรธ เขารักหม่ามี้มาก ไม่มีทางทำให้หม่ามี้โกรธจริงๆ หรอก”
“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นละกัน”
ธรรศไม่พอใจ สายตาอดไม่ได้มองไปทางนรมน เห็นเธอเหม่อลอย ก็รู้สึกสงสาร
“ไม่ได้ เดี๋ยวอาต้องจัดการบุริศร์ซะหน่อย ทำเกินไปแล้ว นรมนลำบากเพื่อเขาขนาดไหน ทำไมยังรังแกได้ คิดว่าบ้านเราไม่มีคนหรือไง”
ธรณีพูดเบาๆ “นายใจเย็นก่อนเถอะ ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องอะไรเป็นอะไร นายก็รู้ดีนรมนรู้สึกยังไงกับบุริศร์ เกิดทีแรกเรื่องไม่มีอะไร นายเข้าไปยุ่ง เข้าใจผิดไปกันใหญ่ นายก็จะกลายเป็นคนผิดไปด้วย”
“ฉันเป็นห่วงหลานสาวก็ผิดเหรอไง”
ธรรศโมโห
“ไม่ได้บอกว่าผิด แต่สามีภรรยาทะเลาะกัน เดี๋ยวก็ดีกัน นายอย่าเข้าไปยุ่งเลย”
คำพูดนี้ทำให้ธรรศเงียบไป