ตอนที่ 915
บทที่ 915 คุณนี่มันเลวจริงๆ
October 31, 2026
ทางเลือกของบุริศร์ทำให้แม่นรมนไม่รู้จะเลือกยังไงดี ที่จริงแล้วเธอเองก็มีตัวเลือกอยู่ในใจ เพียงแต่ไม่อยากพูดออกมาเท่านั้น
สำหรับจุดนี้ บุริศร์เองก็รู้ดี แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องบีบบังคับให้แม่นรมนต้องเลือกสักทาง
“คุณแม่ครับ ถ้าคุณแม่ไม่เลือก ผมก็จะไม่ยุ่งเรื่องของเนตราอีก”
“อย่า ! อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด !”
แม่นรมนร้อนรนขึ้นมาทันที
สายตาของบุริศร์เย็นชาลงหลายระดับ
แม่นรมนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “นรมนมีนาย มีตระกูลทวีทรัพย์ธาดา และตระกูลพรโสภณคอยสนับสนุน เธอก็ย่อมต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้ว แต่เนตราไม่เหมือนกัน เนตราถูกทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก ได้ลิ้มรสผ่านร้อนผ่านหนาวของโลกนี้มามากมาย พวกเราติดค้างเด็กคนนั้นมากมายเหลือเกิน เขาเหลือแค่พวกเราแล้ว นายอย่ามาบีบบังคับฉันอีกเลยได้ไหม ?
สีหน้าของบุริศร์หมองหม่นลงทันที
“นรมนมีตระกูลทวีทรัพย์ธาดา มีผม มีตระกูลพรโสภณคอยสนับสนุน ก็เลยสมควรถูกคุณรังเกียจงั้นเหรอ ? เธอคือคนๆหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งของชิ้นหนึ่ง ยิ่งไม่ใช่ขยะชิ้นหนึ่งด้วย ที่จะถูกพวกคุณทะนุถนอมตอนที่คิดขึ้นได้ พวกคุณตามหาลูกสาวแท้ๆของตัวเองเจอ ก็เลยจะทิ้งขว้างเธอเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง ตอนนี้พอคิดได้ว่าเธอมีค่าให้หลอกใช้ ก็เลยวิ่งมาหาเธออีก พวกคุณคิดว่าหัวใจของเธอทำด้วยเหล็กกล้าหรือไง เจ็บปวดเสียใจไม่เป็นหรือไง ? หลายปีที่ผ่านมา เธอปฏิบัติต่อพวกคุณเหมือนพ่อแม่แท้ๆมาตลอด แต่ตอนนี้พวกคุณปฏิบัติกับเธอเหมือนลูกตัวเองบ้างหรือเปล่า ?”
ต่อหน้าคำกล่าวโทษของบุริศร์ แม่นรมนไม่สามารถโต้แย้งได้เลยแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น
บุริศร์รู้ดี ว่าเธอไม่มีทางเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ตัวเองเลือก
จนเขาอดรู้สึกปวดใจแทนนรมนไม่ได้
ถ้ายังผู้หญิงซื่อบื้อคนนั้นรู้เข้าว่าผลจะเป็นแบบนี้ไม่รู้เลยว่าเธอจะเสียใจแค่ไหนกัน
“คุณแม่ ผมรับปากได้ว่าจะพาตัวเนตรากลับมา แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้พวกคุณออกไปจากชีวิตของนรมนเถอะ ในเมื่อในใจของพวกคุณเหลือแค่ลูกสาวของตัวเองเท่านั้น งั้นก็ลือนรมนเถอะ ต่อไปพวกเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แน่นอนว่า หากวันไหนที่พวกคุณไปสวรรค์แล้วจริงๆ พวกเราจะกลับไปส่งเอง ขอแค่พวกคุณรับข้อเสมอนี้ของผม ผมก็จะช่วยเหลือเนตรา”
สิ่งที่บุริศร์พูดเหล่านี้ที่จริงแล้วมันค่อนข้างรุนแรง ถ้าหากพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนมีความอาลัยอาวรณ์ต่อนรมนสักเล็กน้อย เขาก็คงจะตัดสินใจตามสถานการณ์ แต่ตอนที่บุริศร์พูดประโยคเหล่านั้นจบ แม่นรมนกลับพูดขึ้นมาอย่างแทบไม่หยุดชะงักก่อนเลยว่า “ได้ ฉันรับปากนาย ขอแค่นายช่วยเนตรากลับมาได้ ฉันรับประกันว่าต่อไปพวกเราจะไม่มารบกวนชีวิตของพวกนายอีก”
คำตอบแบบนี้ บุริศร์เองก็เดาได้แต่แรกแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าแม่นรมนจะตอบได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
ตอนนี้เขารู้สึกว่าค่อนข้างโชคดีที่โทรศัพท์สายนี้นรมนไม่ได้เป็นคนโทร ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะเจ็บปวดใจขนาดไหน
บุริศร์สูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดว่า “ได้ ผมจะพาตัวเนตรากลับมา โปรดจำคำพูดของพวกคุณไว้ด้วย”
เขาวางสายไป พอหันหลังไปก็เห็นนรมนยืนพิงประตูที่อยู่ตรงระเบียงแล้วกำลังมองมาทางเขา สายตาอึมครึมไม่ชัดเจน
“นรมน ? เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”
บุริศร์รู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมา
นรมนอยากจะยิ้ม แต่กลับยิ้มไม่ออก
“สายเลือดแท้มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ?”
“อย่าเป็นแบบนั้นสิ ทุกๆคนต่างก็มีทางเลือกของตัวเอง แบบนี้ก็ไม่มีอะไรไม่ดีนี่นา ที่จริงพวกเราก็ไม่ได้ติดค้างอะไรพวกเขา บุญคุณที่เลี้ยงดูมาหลายปีนั้น ถ้าเธอรู้สึกไม่สบายใจ เดี๋ยวฉันมอบเงินให้พวกเขาก้อนหนึ่งก็ได้ ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่พวกเขาเลี้ยงดูแล้ว”
บุริศร์รู้ว่านรมนคงจะได้ยินหมดแล้ว
ตอนนี้เขาหวังแค่ว่านรมนกับพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนจะตัดขาดความสัมพันธ์กันได้โดยเร็ว ต่อไปเธอจะได้ไม่ถูกทำร้ายอีก
นรมนถามเสียงต่ำว่า “เงินสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้จริงเหรอ ?”
“ไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีเงิน พวกเขาอยากให้เนตราได้มีชีวิตที่ดีที่สุด ดังนั้นพวกเขาไม่มีทางปฏิเสธหรอก”
“ดังนั้นก็ถือว่าพวกเขาขายฉันแล้วใช่ไหม ? เพื่อเนตรา พวกเขาก็เลยขายฉัน และขายความรู้สึกระหว่างพวกเราด้วย”
“นรมน เธอยังมีฉัน แล้วก็มีแม่คิมกับพวกคุณปู่สามด้วย”
นรมนพยักหน้า
“ฉันรู้”
เธอไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังเดินไปจากระเบียง แต่บุริศร์เองก็รู้ว่าประโยคที่เหลือเธอจะพูดว่าอะไร
นรมนมีญาติสนิทมากมาย แต่พ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนเคยเป็นคนที่อยู่ในจุดสำคัญในชีวิตของเขา
บุริศร์ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง แล้วให้ชัยยศส่งเงินไปให้ทางพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนเป็นจำนวนยี่สิบล้าน และทางพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แน่นอนว่า นรมนรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว และเดาเอาไว้แล้ว
เขาอยากจะไปปลอบใจนรมน แต่นรมนกลับเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาและกำลังวาดแบบอยู่ ท่าทางจริงจังแบบนั้นทำให้บุริศร์ไม่กล้าเข้าไปรบกวน
บุริศร์คิดถึงสิ่งที่รับปากพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนขึ้นมาได้ เขาเลยลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องนอน ตอนที่เดินไปข้างนอกก็เจอกับคุณท่านตระกูลพรโสภณเข้า
“จะไปไหนเหรอ ?”
“ไปเจอกับเชษฐ์สักหน่อย”
บุริศร์ไม่ได้ปิดบังคุณท่านตระกูลพรโสภณ
คุณท่านตระกูลพรโสภณพูดเสียงต่ำว่า “ระวังตัวเอาไว้หน่อย ฉันไม่อยากให้หลานสาวฉันต้องเสียใจ ตอนนี้นายเป็นแก้วตาดวงใจของเธอ”
“ทราบแล้วครับ”
บุริศร์ยิ้มบางๆแล้วเดินออกไปจากตระกูลพรโสภณ
พอขึ้นรถแล้วเขาก็โทรไปหากานต์
“ลูกชาย หาตำแหน่งที่อยู่ของเชษฐ์เจอหรือยัง ?”
“หาเจอแล้วครับ เดี๋ยวผมส่งให้นะ หม่ามี้ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ?”
กานต์เป็นห่วงนรมนมาก
“เธอไม่เป็นไรหรอก กำลังวาดแบบอยู่ ช่วงนี้ไปเข้าร่วมการประกวดออกแบบน่ะ”
“อ๋อ”
กานต์ส่งตำแหน่งที่ตั้งไปให้บุริศร์
“จำเป็นต้องให้ผมช่วยไหมครับ ?”