ตอนที่ 962
บทที่ 962 อย่างนั้นก็ทำให้ฉันสมหวังเถอะ
October 31, 2026
ชัยยศไปสืบข่าวแล้ว บุริศร์เฝ้าหน้าห้องผ่าตัดไม่ให้คลาดสายตา รู้สึกเป็นห่วงจนแทบหายใจไม่ได้
รมิดาทุ่มเทยื้อชีวิตนรมนเต็มที่ แต่มือที่กุมท้องไว้ทำอย่างไรก็แกะไม่ออก
นี่คือความเป็นห่วงของคนเป็นแม่
บางทีตอนที่ถูกชนกระเด็น นรมนรู้แล้วว่าไม่มีวาสนาได้เจอหน้ากับลูกแล้ว แต่เธอยังพยายามปกป้องลูกน้อยสุดแรงเกิด
ตอนนี้เอง ดวงตาของรมิดาก็มีน้ำตารื้นออกมา
“นรมน ปล่อยมือเถอะ ฉันถึงจะช่วยเธอได้ และให้เด็กได้ไปอย่างสงบ”
เสียงของรมิดาไม่ดังมากนัก เธอกระซิบข้างหูของนรมน เธอรู้ว่านรมนได้ยินที่เธอพูด
เหมือนอย่างที่คิดไว้ ขอบตาของนรมนน้ำตาไหลเป็นสาย แรงที่มือคลายลงมาก
รมิดาก็ทุกข์ใจมาก
เธอเคยผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน แต่เหมือนการผ่าตัดเช่นนี้ พูดตามจริงเธอไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ใช่ นรมน เธอคงจะไม่รับเคสผ่าตัดเช่นนี้
ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
นรมนยังคงสลบ การผ่าตัดของรมิดาเริ่มขึ้นแล้ว
การผ่าตัดใช้เวลาชั่วโมงกว่าถึงจะเรียบร้อย
ตอนที่นรมนถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัด บุริศร์แทบจะยืนไม่ติดแล้ว
“เธอเป็นยังไงบ้าง”
“เธอปลอดภัยดี ส่วนเด็กไม่รอดค่ะ”
รมิดาเสียงไม่ดังนัก แต่หยุดที่ข้างหูของบุริศร์เหมือนฟ้าผ่าตอนกลางวัน แม้เขาจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังคงรับไม่ได้
“ปิดเธอไว้ก่อนเถอะ ผมกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้”
ตอนที่บุริศร์พูดเช่นนี้ เสียงแหบพร่า
รมิดามองเขา กระซิบถาม “พวกคุณเข้าใจผิดเรื่องอะไรกันแน่คะ ถึงให้นรมนรู้ไม่ได้”
“ไม่ได้!”
“ทำไมคะ”
“มันเป็นเรื่องที่เธอรู้ไม่ได้”
ได้ยินบุริศร์พูดเช่นนี้ รมิดาอยากจะชกคนเสียจริงๆ
“งั้นคุณจะปล่อยให้เธอเข้าใจผิดอย่างนี้ตลอดไปหรือคะ บุริศร์ คุณรู้มั้ย หลังจากผู้หญิงเสียลูกไป ความเข้าใจผิดระหว่างพวกคุณจะยิ่งมากขึ้นทุกที ไม่มีทางชดเชยได้ ถึงขั้นชาตินี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ในเมื่ออย่างนี้แล้ว คุณจะไม่พูดกับเธอให้รู้เรื่องหรือคะ”
บุริศร์กำมือแน่น
เขามองนรมนที่ยังสลบไสล กัดริมฝีปากจนขาด เลือดไหลซึมที่มุมปาก
ดูออกว่าบุริศร์ทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่ยังคงพูดหนักแน่น “ร่างกายเธอบาดเจ็บหนักแค่ไหนครับ”
“อายุครรภ์ยังน้อย อันตรายไม่มากค่ะ ฟื้นตัวได้เร็ว อีกอย่างฉันผ่าตัดแบบที่ไม่เจ็บ เลือดออกน้อย แต่บาดแผลทางใจและอารมณ์ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเยียวยาเท่าไหร่”
รมิดาเห็นบุริศร์ไม่อยากพูด ก็ได้แต่ถอนหายใจ “อย่าทำร้ายเธออีกเลย ตอนนี้เธออ่อนแอมาก ก่อนผ่าตัด เธอยังปกป้องท้องไม่ยอมปล่อยมือ ผู้ชายอย่างพวกคุณไม่มีวันเข้าใจจิตใจของผู้หญิงที่เป็นแม่ สร้างเด็กคนหนึ่ง ผู้ชายอาจใช้เวลาแค่สิบกว่านาที แต่ผู้หญิงตั้งท้องเก้าเดือน ทะนุถนอมตลอดชีวิต ตอนนี้เธอเป็นอย่างนี้ คุณอย่าทำให้เธอสะเทือนใจอีกเลย”
พูดจบ รมิดาก็ให้คนพานรมนส่งไปห้องพักฟื้น
ดวงตาของบุริศร์เคร่งขรึม
เขาเดินตามเข้าไป คอยเฝ้าดูแลนรมนไม่ห่าง
นรมนรู้สึกตัวอีกครั้ง ไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ไหน กระทั่งเห็นสายน้ำเกลือและฝ้าเพดานสีขาว ภาพเหตุการณ์ก็แล่นเข้ามาในสมอง
เธอแตะท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกแสนเศร้าเมื่อพบว่าไม่มีสัญญาณชีวิตของเด็กแล้ว
ในที่สุดเธอปกป้องลูกของตัวเองไม่ได้
บางทีนี่อาจจะเป็นสวรรค์ลิขิต
หลังจากที่เธอรู้ว่าบุริศร์นอกใจ ตอนที่เธอไม่รู้จะจัดการกับเด็กคนนี้อย่างไร เธอก็เจอกับอุบัติเหตุ พรากลูกที่ยังไม่ได้พบหน้าไป
แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนี้ ใจของนรมนยังคงเจ็บปวดรวดร้าวจนยากที่จะทนรับไหว
เธออยากจะร้องไห้ แต่น้ำตากลับแห้งเหือด น้ำตาไม่ไหลสักหยด
เธอทำได้แค่นอนนิ่งๆ มองเพดาน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร ไม่สนใจบุริศร์ที่อยู่ข้างๆ
บุริศร์เห็นเธอเป็นอย่างนี้ ยิ่งรู้สึกเป็นทุกข์
“ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจ คุณตีผมด่าผมก็ได้ แต่อย่าทรมานตัวเอง”
นรมนทำเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูด ยังคงเหม่อมองเพดาน
สีขาวราวหิมะ หมายถึงความบริสุทธิ์ ลูกของเธอจะไปสวรรค์มั้ย
เธอไม่สมควรที่จะถูกเรียกว่าแม่
ห้าปีก่อนเธอปกป้องลูกได้ แต่ห้าปีต่อมาเธอกลับไม่ได้เรื่อง
นรมนนอนนิ่งไม่พูดไม่จา
พยาบาลเข้ามา เปลี่ยนน้ำเกลือให้เธอ
รมิดาก็เข้ามา ตรวจอาการให้เธอ และพูดด้วย เธอก็เพียงพยักหน้านิดๆ ท่าทางเหมือนอ่อนล้ามาก
รอกระทั่งทุกคนออกไปแล้ว เหลือแต่บุริศร์คนเดียว นรมนหลับตาลงพักผ่อน เข้าสู่สภาพหลับสนิท
เธอไม่ร้องไห้ไม่ยิ้ม ไม่เอะอะโวยวาย กระทั่งไม่ปริปากสักคำเดียว เธอเป็นอย่างนี้ทำให้บุริศร์ทุกข์ใจ เป็นห่วง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ไม่มีหนทางอื่น เขาได้แต่ให้ชัยยศไปรับกมลมา
ตอนที่นรมนเห็นกมล ดวงตาขยับนิดหนึ่ง สีหน้าก็ดีขึ้น แต่ยังคงไม่มีแรง