ตอนที่ 429
บทที่ 429
September 17, 2026
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างตายด้าน
“ต้องสอนตามความสามารถของผู้เรียน หากเป็นคนมีทักษะยิงธนูธรรมดา ข้าจะให้เขายิงตำแหน่งกลางอก เพราะเป้านิ่งค่อนข้างกว้าง โอกาสชนะมีสูง
“แต่คนที่มีทักษะยิงธนูเหนือชั้นเช่นท่าน พุ่งโจมตีส่วนหัว จะยิ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้แม่นยำมากกว่า
“แต่ส่วนหัวเองก็มีชั้นเชิง อาจจะดูเหมือนว่าหน้าผากคือจุดเล็ง แต่ความจริงจุดเล็งอยู่หลังศีรษะ——บริเวณกะโหลกส่วนล่าง หรือก็คือจุดที่เชื่อมต่อกับกระดูกไขสันหลังบริเวณลำคอนั่นเอง…”
ขณะที่นางพูด เซียวอวี้ก็ฟังอย่างตั้งใจ
แต่ไม่ทันได้รู้ตัว พอมองริมฝีปากที่กำลังขยับอ้าของนาง หัวใจของเขาก็กระตุกไหว
ณ ตำหนักฉือหนิง
องค์หญิงใหญ่ปักถุงหอมเรียบร้อย จึงตั้งใจว่าจะไปส่งให้ฮองเฮาด้วยตนเอง
“อะไรนะ? ฝ่าบาทกำลังสอนฮองเฮายิงธนูอยู่งั้นหรือ?”
เพ้อเจ้อ!
เหล่าข้าหลวงต้องส่งสารผิดแน่นอน!
ทักษะยิงธนูของแม่ทัพน้อยไม่เป็นสองรองใครในใต้หล้า! จำเป็นต้องให้ฝ่าบาทสอนด้วยหรือ?
องค์หญิงใหญ่ตรงไปที่สนามม้าหลวงด้วยท่าทางองอาจ
เป็นดั่งคาด สิ่งที่นางเห็น เป็นฮองเฮากำลังสอนฮ่องเต้ชัด ๆ!
นางมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับฮ่องเต้ผู้เป็นน้องชาย ยามที่ยังเป็นเด็กนางรู้สึกว่าเขาน่าสงสาร เพราะมารดาล่วงลับไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก จึงดีกับเขาเป็นพิเศษ ได้รับผลประโยชน์อะไรก็คำนึงถึงเขาเสมอ
ทว่าดูเขาตอนนี้สิ ช่างขัดหูขัดตาไปเสียหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเขาอยู่ใกล้ฮองเฮา แทบจะเอาลูกตาไปแนบติดตัวฮองเฮาอยู่แล้ว!
กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน ช่างมีแววจริง ๆ!
องค์หญิงใหญ่คิดมาตลอด ว่าน้องชายของตัวเองไม่คู่ควรกับเฟิ่งจิ่วเหยียน
นางเดินก้าวยาว ๆ เข้าไปอย่างว่องไว ใบหน้าประดับรอยยิ้ม เอ่ยถามทั้ง ๆ ที่รู้
“ฝ่าบาท ฮองเฮา นี่พวกเจ้า?”
เมื่อเซียวอวี้ได้ยินเสียงขององค์หญิงใหญ่ ระหว่างคิ้วก็ก่อเกิดแววรำคาญ
“ท่านมาทำไม”
องค์หญิงใหญ่มองข้ามคำถามของเขา เดินตรงเข้าไปยืนข้าง ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียน
“กำลังยิงธนูอยู่หรือ? ฮองเฮา ข้าเองก็อยากเรียนด้วย”
เซียวอวี้ : …
เขารู้แก่ใจ เซียวฉีกำลังเล่นซน!
สมควรให้นางแต่งออกเรือนไปไว ๆ
ก่อนที่เฟิ่งจิ่วเหยียนจะตอบ เซียวอวี้ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“หลายวันมานี้เสด็จพี่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ควรพักฟื้นอยู่ในตำหนักฉือหนิงดี ๆ ทหาร ไปส่งองค์หญิงใหญ่กลับด้วย!”
องค์หญิงใหญ่ไม่ใช่คนนิสัยอ่อนหวาน เมื่อเห็นฮ่องเต้ทำอะไรสุดโต่งถึงเพียงนี้ ก็เดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างสองคน เพื่อผลักเซียวอวี้ออกไป
“ฮองเฮา หนึ่งคนยังสอนได้ สองคนย่อมสอนได้สิ เรื่องยิงธนู ข้ามีพรสวรรค์ยิ่งกว่าฝ่าบาทเสียอีก ตอนนั้นเสด็จพ่อยังชมข้าอยู่เลย”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหมือนเห็นเงาของหร่วนฝูอวี้ในร่างกายขององค์หญิงใหญ่ จึงถอยออกห่างในทันที
อีกฝ่ายราวมองไม่เห็นอาการต่อต้านของนาง ยังคงตามตอแยไม่หยุด