ตอนที่ 441
บทที่ 441
September 17, 2026
“ฮองเฮาเพคะ...” เหลียนซวงกลับมาแล้ว
ภายในใจของเหลียนซวงรู้สึกซับซ้อนยิ่งนัก
นางที่มิอาจทำตามแผนการหลบหนีที่ฮองเฮาสั่งการไว้ได้ กลัวว่าตนเองจักเป็นตัวถ่วงให้กับฮองเฮา
ทว่า นางยังอยากรั้งอยู่คอยรับใช้ข้างกายฮองเฮา ทั้งยังอยากจะอยู่เผชิญหน้าปัญหามากมายกับฮองเฮาเช่นนี้
“ฮองเฮาเพคะ ฝ่าบาทท่าน…” เหลียนซวงที่อยากจะพูดถึงเรื่องขององครักษ์เงาขึ้นมานั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า: “ข้ารู้แล้ว”
เซียวอวี้ย่อมไม่มีทางนำความโกรธของตนเองไปลงที่เหลียนซวงเพียงเพราะเรื่องที่นางปกปิดสถานะตัวตนของตนเองอย่างแน่นอน ฉะนั้นแล้ว หากให้เหลียนซวงอยู่ในวังหลวงต่อไปก็คงจะมิเป็นปัญหาอันใดนัก
เหลียนซวงรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์ยิ่งนัก
นางได้แต่ก้มหน้าก้มตาลง “หากว่าบ่าววิ่งไวกว่านี้...”
“นี่หาใช่ความผิดของเจ้าไม่” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเฉนเมย ก่อนจะมองไปยังองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกตำหนัก
นั่นคือคนของเซียวอวี้ และยังเป็นคนที่ส่งตัวเหลียนซวงกลับมาอีกด้วย
หลังจากที่ซุนหมัวมัวรู้ว่าเหลียนซวงกลับมาที่วังแล้วนั้น ภายในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก
หากแม่นางผู้นี้กลับมา เช่นนี้ฮองเฮาก็มิเห็นความสำคัญของนางอีกต่อไป
เมื่อคิดเช่นนี้ ภายในใจของซุนหมัวมัวจึงเริ่มกังวลขึ้นมา ก่อนจะก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮองเฮา
“ฮองเฮาเพคะ อีกสองวันก็จักถึงเทศกาลเทพธิดาบุปผาแล้ว พระองค์ดูว่าที่ให้บ่าวจัดการเรื่องเหล่านี้ไว้นั้น ดีหรือไม่เพคะ?”
เหลียนซวงนึกสนใจขึ้นมา: “เทศกาลเทพธิดาบุปผา? ฮองเฮาเพคะ มันคืออะไรหรือเพคะ?”
น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเฉยเมย
“ต้นเดือนสี่ มีประเพณีพื้นบ้านที่เรียกว่าเทศกาลเทพธิดาบุปผา
“เป็นงานเทศกาลใหญ่โตภายในเมืองหลวงที่ถูกจัดขึ้น เพื่อความสนุกสนานของฝ่าบาทและเหล่าราษฎรทั้งหลาย”
เหลียนซวงรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก ทว่า เรื่องที่สำคัญมากกว่างานเทศกาลเทพธิดาบุปผานั้น นางนึกสงสัยเสียมากกว่าว่า - ฮองเฮาตัดสินใจที่จะอยู่ในวังหลวงต่อไปเช่นนั้นหรือ?
……
เซียวอวี้ไม่เพียงแต่ลงโทษมู่หรงฉานเท่านั้น แต่ยังลงโทษตระกูลมู่หรงอีกด้วย
บิดาของนางมู่หรงหวยพลันถูกสั่งลดตำแหน่งลงสองขั้น ทั้งยังมิมีโอกาสให้แก้ต่างอันใดอีก ก่อนจะถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไป
ตำหนักวั่นโซ่ว
มู่หรงฉานพลันคุกเข่าลงต่อหน้าไทฮองไทเฮาทั้งน้ำตา
ไทฮองไทเฮามิอาจจักตีอันใดนางได้ พลางเอ่ยถามออกมาด้วยความเจ็บใจอีกว่า
“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียวมาโดยตลอด ทว่า เจ้า...เหตุใดเจ้าถึงคิดทำเช่นนั้นได้!
“เจ้าไม่เพียงแต่ทำร้ายตนเอง แต่ยังลากตระกูลสายมารดาให้เข้าไปเกี่ยวข้องอีก!
“ฉานเอ๋อร์ เจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก!
“หากเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า นางคงมิมีทางทำผิดเช่นนี้ได้!”
มู่หรงฉานก้มหน้าลง “ฉานเอ๋อร์เพียงแค่ต้องการขอร้องต่อไทฮองไทเฮา ช่วยเหลือบิดาด้วยเถิดเพคะ ความผิดของฉานเอ๋อร์นั้น หม่อมฉันยินดีจักรับผิดเพียงผู้เดียว....”
ไทฮองไทเฮาถามกลับด้วยท่าทีขุ่นเคือง
“เจ้าจักรับผิดชอบเช่นไร? ตัวเจ้าในยามนี้ ยังไม่อาจแม้แต่จะปกป้องตนเองได้!
“ราชวงศ์นั้นไร้น้ำใจ เดิมทีฝ่าบาทก็จับตามองตระกูลมู่หรงมานานแล้ว การลงมือของเจ้าในครานี้ มิต่างอันใดกับส่งมีดให้กับฝ่าบาทเลยด้วยซ้ำ!”