ตอนที่ 9
ตอนที่ 22 หรือว่าติดใจรสจูบของผมเข้าแล้ว
October 31, 2026
หวังเซียวหยางยิ้มร้ายจ้องมองคนใต้ร่างแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
" ทั้งเลว ทั้งระยำเลยเหรอ ด่าเก่งใช้ได้เลยหนิ ชักอยากรู้แล้วสิว่าอย่างอื่นจะเก่งด้วยมั้ย "
เพลงพิณชักหน้านิ่วจ้องตาเขาอย่างไม่ยอมกำลังจะขยับปากด่าเขาอีกครั้ง
แต่เขากลับก้มลงมาปิดริมฝีปากเอิบอิ่มของเธอด้วยริมฝีปากของเขา
แล้วละเลงจูบริมฝีปากนุ่มอย่างดูดดื่ม ด้วยความรู้สึกลุ่มหลงในความละมุนของริมฝีปากเอิบอิ่ม อย่างอดใจไม่ไหว
จากนั้นก็สอดแทรกเรียวลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากจนแล้วครอบครองเรียวลิ้นบางดูดดุลอย่างเอาแต่ใจ
โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ส่งเสียงร้องใดๆออกมา เธอที่อยู่ใต้ร่างของเขาได้แต่หลับตาปี๋อย่างไม่สามารถขัดขืนได้
รองรับรับการจูบจากเขาอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เธอรับรู้ได้ถึงความเป็นชายในตัวเขาที่กำลังขยายตัว พองออกมาจากข้างในหว่างขาเสียดสีกับตัวเธอ
เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้เธอกลัวจนหัวใจเต้นแรง สมองก็ช่วยกันทำงานอย่างหนักคิดหาวิธีเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือใหญ่อันแข็งแกร่งจับข้อมือของหญิงสาวทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้ไว้เหนือศีรษะ
จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างถลกเสื้อของเธอขึ้นมาทำให้เห็นเนินอกอวบอึ๋มกำลังพอดี ที่บ่งบอกถึงความเป็นของแท้ไร้ศัลยกรรม
แล้วเขาก็เลื่อนฝ่ามือใหญ่มาสัมผัสทรวงอก
เคล้งคลึงปลุกเร้าเล้าโลมเธออย่างเมามัน
เธอในตอนนี้เธอรู้สึกมึนตึ๊บไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อเพราะการกระทำของเขารบกวนการทำงานของสมองเธออย่างมาก
สิ่งเดียวที่ทำได้คือหลับตาลงแล้วยอมรับความอัปยศอดสูนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเขารู้สึกได้ว่าคนใต้ร่างไม่ขัดขืนและไม่ต่อต้านการกระทำของเขาแล้ว
จึงหยุดการกระทำลงแต่ยังคงวางมือบนทรวงอกนุ่มของเธอไม่ปล่อย
จากนั้นก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกแล้วยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน
" ไม่อยากขัดขืนแล้วเหรอ หรือว่าติดใจรสจูบของผมเข้าแล้ว "
เพลงพิณไม่ยอมลืมตาเอาแต่นอนแน่นิ่งเป็นท่อนไม้คล้ายยอมให้เขาย่ำยีอย่างไร้ทางเลือก
แต่แท้จริงแล้วมันเป็นวิธีการเอาตัวรอดสุดท้ายของเธอ เธอคิดว่ายิ่งขัดขืนก็ยิ่งอันตรายต่อตัวเธอเอง
ดังนั้นเธอจึงเอ่ยตอบเขาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ว่า
" ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันจะถือว่าหาประสบการณ์ใหม่ๆก็แล้วกัน
คุณอยากทำอะไรฉันก็ทำเลย ฉันเต็มใจและยินดีมอบร่างกายนี้ให้คุณถ้ามันทำให้คุณพอใจ
ขัดขือไปก็เท่านั้น ยังไงคุณก็ได้เปรียบอยู่แล้วทั้งรูปร่างและเรี่ยวแรง
แต่ฉันขออย่างเดียวช่วยป้องกันให้ฉันหน่อย
ฉันยังไม่อยากมีลูกในตอนนี้ "
การที่เธอหลับตาพูดโดยไม่มองหน้าเขาแม้ปากจะบอกว่าเต็มใจแต่หวังเซียวหยางก็รู้ดีว่านั่นมันหมายถึงการรังเกียจ
การที่เธอแสดงท่าทีแบบนั้นมันดันไปขัดตาขัดใจหวังเซียวหยางอย่างมาก
ตั้งแต่เกิดมามีแต่คนเต็มใจทอดกายให้เขา
ไม่เคยมีใครเลยที่ไม่อยากจะมองหน้าเขาแบบนี้
การกระทำของเพลงพิณมันทำให้เขาหมดอารมณ์และหงุดหงิดใจอย่างมาก
" คุณลืมตาขึ้นมามองหน้าผมสิ เผื่อผมจะปราณีไม่รุนแรงกับคุณ "
เขาพยายามข่มอารมณ์พูดกับเธอดีๆเพื่อไม่ให้ตัวเองโมโห
แต่เพลงพิณที่รู้ทันว่าเขากำลังข่มอารมณ์เอาไว้กลับเอ่ยตอบเขาอย่างยั่วโมโหว่า
" ไม่จำเป็นหรอก คุณจะปราณีหรือไม่นั้น มันมีอะไรต่างกันงั้นเหรอ
มันสามารถเปลี่ยนความจริงที่ฉันถูกคุณขืนใจได้มั้ย ถ้าไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องมาปราณีฉันหรอก
เพราะฉันไม่ต้องการ ยิ่งรุนแรงจนฉันเกือบตายเลยยิ่งดี ฉันจะได้จดจำคุณไว้และเกลียดคุณไปจนชั่วชีวิต "
หวังเซียวหยางได้ยินดังนั้นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ความต้องการทางกามารมณ์ของเขาถูกแทนที่ด้วยความโมโหทันที
เขาถอนตัวออกจากการคร่อมทับตัวเธอ ลุกมานั่งพร้อมกับดึงกระชากข้อมือเธอให้เธอลุกขึ้นมานั่งข้างเขา
เพลงพิณลืมตาขึ้นแล้วแอบยิ้มมุมปากแว่บหนึ่งจากนั้นก็แสร้งทำหน้าอย่างงุนงง
[ ฮิๆ ได้ผล ไม่คิดว่าคำพูดไม่กี่คำจะทำให้เขาหมดอารมณ์ได้ ]
เธอนั่งทำหน้าโง่อย่างเงียบๆข้างๆเขาโดยไม่เอ่ยอะไร อยู่ๆเขาก็เอ่ยถามขึ้นเสียงเย็นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา
" คุณชื่ออะไร "
" ไม่มีชื่อ "
เธอเอ่ยตอบเขาเสียงเย็นด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างกวนประสาท
หวังเซียวหยางเหลือบมองเธอด้วยหางตาแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่สนใจว่าจะบอกชื่อกับเขาหรือไม่
เมื่อเธอไม่ยอมบอกชื่อมันก็เป็นไปตามที่เขาคาด
เขามีวิธีอีกตั้งมากมายที่จะรู้ข้อมูลของเธอ เขาไม่รีบ
จากนั้นก็เอ่ยต่อถามต่อว่า
" คุณคบกับกู้โม่เหยียนนานหรือยัง "
" นานแล้ว "
เธอโกหกออกไปอย่างหน้าตาเฉย เลยทำให้คนข้างๆไม่เกิดความสงสัย
" แล้วคุณรู้มั้ยว่าคุณถูกส่งมาที่นี่เพื่อมาแต่งงานกับผม "