ตอนที่ 32
ตอนที่ 45 มีเพียงผมคนเดียว ที่แตะต้องร่างกายคุณได้
October 31, 2026
แล้วภาพที่เขาชนเธอก็ลอยเข้ามาในหัว ต่อด้วยเอาเงินฟาดหัวเธอแล้วขับรถหนีไป
จากนั้นภาพที่เขาขืนใจเธออย่างบ้าคลั่งก็ลอยขึ้นมาปรากฏ
ทำให้ความแค้นในใจเธอ ยากที่จะสงบนิ่งลงได้
เธอกำหมัดเล็กๆไว้แน่นจนมือสั่นระริกยากจะควบคุม
พยายามบังคับมือให้นิ่งอย่างสะกดกลั้นความเดือดดาลที่ปะทุขึ้นมาในใจ
น้ำตาแห่งความโกรธไหลพรั่งพรูออกมาเป็นสาย
สุดท้ายเธอก็สะกดกลั้นอารมณ์โกรธต่อไปไม่ไหว
จึงง้างมือขึ้นมาแล้วตบฝ่ามือลงบนใบหน้าของผู้ชายตรงหน้าอย่างสุดแรงจนเกิดเสียงดัง
" เพี๊ยะ!!! "
ใบหน้าหล่อสะบัดหันไปทางอื่นตามแรงตบที่ฟาดลงมา บนใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงเป็นเส้นชัดเจน
" นี่ถือเป็นการตบสั่งสอนที่คุณมาขู่ฉัน คนอย่างคุณดีแต่รังแกคนอื่น บ้าอำนาจ
เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลา ชนแล้วหนีไร้ความรับผิดชอบ
ไร้จิตสำนึกความเป็นคน คุณมันคนชั่วช้า จิตใจอำมหิตที่สุด "
หวังเซียวหยางได้ยินดังนั้นก็หันกลับมามองเพลงพิณที่กำลังโกรธจัดอย่างนึกสงสัย
พร้อมกับขมวดคิ้วเข้ามาชิด หรี่ตาลงจ้องหน้าเพลงพิณอย่างพินิจพิเคราะห์
นึกถึงวันที่เขาขับรถชนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
แล้วมายืนด่าเขาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ทำให้เขาเริ่มจำน้ำเสียงและจำท่าทางดุร้ายนั้นได้
" คุณอย่าบอกนะว่า ผู้หญิงในวันนั้นก็คือคุณ "
" ใช่ เป็นฉันเอง ฉันเกือบตายด้วยน้ำมือคุณ รอดตายมาก็ความจำเสื่อม การได้พบคุณมันทำให้ชีวิตฉันไม่มีความสุขเลย ได้ยินมั้ย! "
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งอย่างดุดันและทิ้งท้ายด้วยการตะคอกเสียงกร้าวใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองชนในตอนนั้นคือเพลงพิณที่เขาพอใจในเรือนร่างของเธอ เขารู้สึกผิดต่อเธอเล็กน้อย
แม้เขาจะรู้ตัวว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไร แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดูแลผู้หญิงที่เขาร่วมหลับนอนด้วย
ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตเขาทุกคน ล้วนได้เงิน ได้บ้าน ได้รถได้ผลประโยชน์จากเขามากมาย
มีเพียงเพลงพิณที่เขาแอบรู้สึกว่า เขาเอาเปรียบเธออยู่เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
" ผมขอโทษ ผมจะชดใช้ให้คุณทั้งเรื่องที่ชนคุณและเรื่องที่ขืนใจคุณ แต่คุณจะต้องเลิกกับกู้โม่เหยียน
แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่มีความสุขในแบบที่เคยมี โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก ตกลงมั้ย "
เพลงพิณจ้องหน้าเขาอย่างเกลียดชังแล้วเอ่ยถามเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ
" คุณจะเผด็จการไปไหน มีสิทธิ์อะไรมาบังคับให้ฉันเลิกกับคุณกู้
นี่มันปี 2022 นะ ไม่ใช่ยุคปิตาธิปไตย คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้อำนาจบังคับผู้อื่นตามต้องการ "
หวังเซียวหยางได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบอีกครั้ง
" สรุปแล้วคุณจะไม่ยอมเลิกกับมันใช่มั้ย "
" ใช่ "
" ได้ ผมจะถือว่าผมให้โอกาสคุณแล้ว แต่คุณเลือกแบบนี้เอง อย่ามาหาว่าผมไร้หัวใจทีหลังก็แล้วกัน "
เอ่ยจบเขาก็หันมานั่งหน้าตรงแล้วกดบานกระจกลงเล็กน้อยจากนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเย็น
" ออกรถ! "
ผู้ช่วยหลี่กับคนขับรถได้ยินก็รีบเปิดประตูเข้ามาในรถ แล้วคนขับก็ขับรถออกไปทันที
บรรยากาศภายในรถ อึมครึม เงียบสงัด ให้ความรู้สึกเย็นราวกับอยู่ขั้วโลกเหนือ
ทำเอาผู้ช่วยหลี่กับคนขับแทบไม่กล้าหายใจรบกวนความเงียบที่ไม่ปกตินี้
เพลงพิณหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าบึ้งตึงแววตาที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มเย็นชา
ส่วนหวังเซียวหยางก็นั่งหน้าตรงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้ามืดครึ้มเช่นกัน
คนขับแอบมองทั้งสองผ่านกระจกหลังอย่างระมัดระวัง
จากนั้นเขาก็ละสายตาจากกระจกมองหลัง มาตั้งใจทำหน้าที่ขับรถของตัวเองไปตามท้องถนนอย่างเงียบๆ
พอถึงบริเวณบ้านพักตากอากาศในเขตชานเมือง เขาก็ขับรถเข้ามาจอดลงหน้าบ้านพัก
พอรถจอดสนิท ดับเครื่องเรียบร้อยเสียงโทรศัพท์ของเพลงพิณก็ดังขึ้น
หวังเซียวหยางนั่งหน้านิ่งขรึม เหล่มองเพลงพิณด้วยหางตาอย่างเงียบๆ
ระหว่างที่รอดูว่าเพลงพิณจะรับสายคนที่โทรเข้ามาหรือเปล่านั้น
ในใจเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาแปลกๆแต่ก็พยายามเก็บอาการไว้ไม่แสดงออกมา
เพลงพิณหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า พอเห็นว่าคนที่โทรมาเป็นหมอกู้
ก็แอบตกใจเล็กน้อยมองไปยังคนที่นั่งข้างๆอย่างระมัดระวัง
หวังเซียวหยางเองก็แสร้งทำหน้านิ่ง มองตรงไปข้างหน้า
ถึงแม้จะเห็นว่าหวังเซียวหยางจะดูไม่สนใจ แต่เธอก็ไม่กล้ารับสายอยู่ดี เธอจ้องมองหน้าจอด้วยความลังเล
[ เราจะบอกคุณกู้ว่ายังไงดี ]
พอเธอปล่อยให้คนโทรเข้ารอสาย สายก็ถูกตัดไปอัตโนมัติ
แต่กู้โม่เหยียนก็ยังโทรตามเธอไม่หยุด จนเธอต้องตัดสินใจกดรับสาย