ตอนที่ 51
ตอนที่ 64 หนูร้ายกับคนที่ร้ายกับหนูก่อนเท่านั้นค่ะ
October 31, 2026
พอค่ำๆ เพลงพิณออกมาจากห้องบนตัวสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยพร้อมนอน
ทันทีที่เธอก้าวลงบันได น้ำหอมกลิ่นกุหลาบลอยเข้าจมูกเธออีกแล้ว เธอรีบลงมา แล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น พร้อมกับใช้ฝ่ามือเรียวบางปิดจมูกเอาไว้
เห็นหวังเซียวหยางนอนบนโซฟา ก็เอาแต่ยืนมองใบหน้าสุขุมที่ดูสงบนิ่งไม่มีพิษมีภัยอย่างเงียบๆ
[ เวลาที่นายเผด็จการนี่หลับอยู่ก็ดูมีเสน่ห์ ดูอ่อนโยนน่าหลงไหลเหมือนกันแฮะ
จะว่าไปแล้ว มีเจ้ากลิ่นนี้ ก็ดีเหมือนกันนะ นายเผด็จการจะได้ไม่กวนใจเรา ให้นอนแบบนี้แหละดีแล้ว ]
เอ่ยพึมพำเสร็จ เธอก็หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่ปลูกหวังเซียวหยาง ปล่อยให้เขานอนบนโซฟาต่อไป
เธอเดินเข้าไปในห้องครัว แล้วไปหาอะไรทานคนเดียวโดยไม่เรียกแม่บ้าน
เพราะรู้สึกว่า แม่บ้านที่เธอเคยมองว่าใจดีนั้นไม่ใช่คนใจดีอีกต่อไปแล้ว
เธอเอาบะหมี่มาต้ม พอต้มเสร็จก็ยกมานั่งทานบนโต๊ะทานข้าวอย่างเงียบๆ
แม่บ้านเดินเข้ามาในห้องครัว เห็นเพลงพิณนั่งซดบะหมี่อยู่ แกจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มอ่อนอย่างเอ็นดู
" อ้าว คุณหนู ทำไมถึงต้มบะหมี่ทานล่ะคะ เดี๋ยวป้าไปอุ่นข้าวต้มแล้วทำน้ำซุปให้นะคะ "
เพลงพิณนิ่งไปด้วยความตกใจ แล้วเธอก็เอ่ยปฏิเสธป้าแกด้วยท่าทางเกรงใจ
" เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะป้าอี้ หนูอยากจะทานบะหมี่มากกว่า ตอนนี้หนูก็เริ่มอิ่มแล้วด้วยค่ะ "
ความจริงเธอไม่ได้เกรงใจหรอก แค่ไม่กล้ากินฝีมือคนทำ
แม่บ้านได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงักยกมุมปากขึ้นโดยไม่หันมามองเพลงพิณ
แล้วแกก็เดินเข้าไปในห้องครัว เพลงพิณมองแผ่นหลังของแม่บ้านที่เดินเข้าไปในห้องครัว
แล้วเธอก็หันกลับมามองบะหมี่ในถ้วยของตัวเองด้วยสีหน้าจนปัญญา
" หลีกเลี่ยงไม่ได้ บ่ายเบี่ยงก็ไม่พ้น เสี่ยงอีกสักครั้งก็ได้วะ "
เธอพึมพำออกมาเบาๆ ที่เธอไม่กล้ากินอะไรที่แม่บ้านทำให้แล้ว เพราะเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย
และไม่ไว้ใจใครในบ้านของหวังเซียวหยางแล้วสักคน
สักพักแม่บ้านยกน้ำซุปมาให้เธอแล้วเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
" น้ำซุปค่ะ คุณหนูต้องทานตอนอุ่นๆนะคะ "
ในน้ำเสียงที่อ่อนโยนนี้ เพลงพิณกลับรู้สึกว่ามันซ่อนคมดาบเอาไว้ พร้อมที่จะสังหารเธอทุกเมื่อยังไงยังงั้น
เธอเงยหน้ามองแม่บ้าน แม่บ้านวางซุปลงตรงหน้าเธอด้วยสีหน้ายิ้มตาหยีอย่างไม่มีพิษมีภัย
" ขอบคุณค่ะ "
เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับฝืนยิ้มขึ้นเสแสร้งตามเขา จู่ๆเธอก็นึกถึงคำพูดของหวังเซียวหยางที่ว่า
" คุณฉลาดแต่คุณไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกเกินไป
จำไว้ ว่าอย่ามองอะไรเพียงผิวเผินแล้วอย่าตัดสินอะไรจากภายนอก
เพราะสิ่งที่คุณเห็นมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดเสมอไป เข้าใจมั้ย "
เธอนั่งครุ่นคิดแล้วเอ่ยพึมพำในใจว่า
[ เอ้...หรือว่าตอนนั้น นายเผด็จการเตือนเราเรื่องป้าอี้นะ เขาอาจจะรู้จักป้าอี้ดีกว่าใคร
เลยต้องการจะบอกให้เรารู้เป็นนัยๆว่า ป้าอี้ไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตา...หรือเปล่า? ]
แม่บ้านเห็นว่าเพลงพิณไม่ยอมทานซุปซักทีเอาแต่นั่งเหม่อลอย
คราวแล้วก็ไม่ได้ทาน ทำให้แกร้อนใจขึ้นมาหน่อยๆ จึงเอ่ยออกมาว่า
" คุณหนูรีบทานน้ำซุปสิคะ ป้ารอเก็บถ้วยอยู่นะคะ "
แกเอ่ยเร่ง เพื่อที่จะให้เพลงพิณทานให้หมดเร็วๆ แต่นั่นมันกลับทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติชัดเจน
[ เร่งเราจัง แบบนี้มันเป็นการบังคับแบบไม่ให้มีทางเลือกในการปฏิเสธชัดๆ ในน้ำซุปมีอะไรกันแน่ ทำไมต้องบังคับให้เราทานด้วย ]
ยิ่งบังคับ ก็ยิ่งทำให้เพลพิณไม่ยอมทำตาม เธอนั่งหน้านิ่งมองซุปในถ้วยโดยไม่สนใจอะไร
" คุณหนูคะ ทานสิคะ ป้าอุตส่าห์ตั้งใจทำให้นะคะ คุณหนูอยากทำให้ป้าเสียน้ำใจเหรอ "
คำพูดของแม่บ้านทำให้เพลงพิณค่อยๆหมดความอดทนลงเรื่อยๆ
[ จะไม่ไหวแล้วนะ รบเร้าให้ทานอยู่นั่นแหละ หรือว่าต้องลุกขึ้นถามตรงๆเลย ว่าสรุปแล้วในน้ำซุปมีอะไรกันแน่ ]
แต่เธอไม่ได้เอ่ยในสิ่งที่คิดออกมา กลับแสร้งเอ่ยออกมาอย่างน่าสงสาร
" แต่ว่า หนูอิ่มแล้วนะคะ ทานเยอะกลัวนะนอนไม่หลับ กลัวจะอ้วกออกมาด้วยค่ะ "
แม่บ้านหมดความอดทนต่อเพลงพิณ เอาฝ่ามือสากที่มีความเหี่ยวย่นเล็กน้อย มากดลงบนไหล่ของเพลงพิณแล้วออกแรงบีบๆ
พร้อมกับเอ่ยเสียงเบาข้างๆหูด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเยือกเย็น ดุดัน
" คุณหนูไม่ทานไม่ได้ค่ะ นี่เป็นคำสั่ง ผู้หญิงทุกคนล้วนต้องทานน้ำซุปที่ป้าทำ เข้าใจมั้ย ทานซะหรือจะให้ป้ากรอกปาก เลือกเอา "
ดวงตาของเพลงพิณเบิกกว้างอย่างแข็งกร้าวใจหนึ่งก็กลัว แต่อีกใจก็พร้อมสู้ สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจได้
ในเมื่อป้าแกเปิดเผยความร้ายกาจออกมาขนาดนี้แล้ว เธอก็ไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไป