ตอนที่ 59
ตอนที่ 72 คุณจะเสียใจหรือเปล่า
October 31, 2026
พอมีข้อความจากหวังเซียวหยางเด้งขึ้นมาแจ้งเตือนบนหน้าจอ
แม่บ้านก็รีบเปิดอ่านทันที แล้วพิมพ์ตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มร้ายขึ้นที่มุมปาก
( คุณหนูเพลงพิณกำลังทานข้าวอยู่ค่ะ )
จากนั้นแกก็กดส่งออกไปพร้อมกับแนบวีดีโอที่บันทึกไว้
ร่างสูงใหญ่ที่ดูองอาจน่าเกรงขามในชุดสูทกดจิ้มนิ้วเรียวยาวลงบนปุ่มเล่นวีดีโอ
ทันทีที่เห็นเพลงพิณกำลังวีดีโอคอลกับผู้ชายคนอื่นอย่างมีความสุข คิ้วเรียวหนาที่เรียงกันเป็นเส้นก็ขมวดเข้าหากันเป็นปม
แววตาที่เดิมทีมีความสุขุมเคร่งขรึมอยู่แล้ว ก็ยิ่งมืดครึ้มดุดันเต็มไปด้วยโทสะอันแรงกล้า
ราวกับพายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มห้องประชุม มือหนากำโทรศัพท์แน่นอย่างกับจะบีบมันให้แหลกสลาย
ความหึงหวงทำให้ใจของเขาเดือดพล่านรอวันปะทุอย่างยากจะทนไหว
" เลิกประชุม! "
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับลุกขึ้นแววตาคมกริบดูสุขุม ดุดัน
จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากโต๊ะประชุม ทำเอาผู้จัดการแผนกต่างถึงกับอ้าปากเหวอ มองหน้ากันอย่างงุนงง
" เกิดอะไรขึ้น ท่านประธานเป็นอะไรไป เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย "
" นั่นสิ เรารายงานตัวเลขผิดหรือเปล่า ก็ไม่นะ รายงานถูกแล้วนี่นา "
" นั่นสิ ยอดก็พุ่งสูงกว่าเดือนที่แล้ว ไม่น่าจะทำให้ท่านประธานโกรธได้ "
" ปกติท่านประธานไม่เคยเลิกประชุมกลางคันแบบนี้ มันต้องมีเรื่องที่ทำให้ท่านประธานไม่พอใจแน่ๆ "
ผู้จัดการแผนกต่างๆหันมาพูดคุยกันอย่างคิดไม่ตกหาสาเหตุที่ทำให้ประธานของพวกเขาเดินออกไปไม่ได้
ทุกคนเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียด หัวหน้าแผนกฝ่ายประชาสัมพันธ์จึงเอ่ยขึ้น
" พวกเรารีบกลับไปที่แผนกตัวเอง แล้วให้พนักงานทุกคนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลต่างๆให้ละเอียดอีกครั้งจะดีกว่า
หากท่านประธานเรียกไปสอบถามทีหลัง จะได้รายงานอย่างถูกต้องแม่นยำอย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลใจในความผิดพลาดใดๆ "
ผู้จัดการแผนกต่างๆ ยืนพูดคุยกันอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก พอได้ยินเพื่อนร่วมงานเอ่ยดังนั้นจึงพยักหน้าให้กันอย่างเห็นด้วย
" อือ เห็นด้วย "
จากนั้นพวกเขาก็พากันออกจากห้องประชุม เดินกลับไปยังแผนกของตัวเองด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด
หวังเซียวหยางเดินตรงมาที่ลานจอดรถส่วนตัวแล้วดึงหูฟังไร้สายที่เสียบไว้ในหูออกมาอย่างโมโห แล้วโยนมันลงบนพื้น
ใช้ฝ่าเท้าเหยียบซ้ำราวกับกำลังบดขยี้คนให้แหลกคาฝ่าเท้า พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มต่ำออกมาผ่านลำคออย่างน่ากลัว
" กู้โม่เหยียน นายแย่งโรสไปแล้ว ยังคิดจะแย่งเพลงพิณไปจากฉันอีกงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ "
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปเปิดประตูด้วยอารมณ์โทสะ โกรธจนหน้ามืดตามัว
เท้าเรียวยาวก้าวเข้าไปนั่งในรถแล้วปิดประตูรถเสียงดัง จากนั้นก็สตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปจากบริษัทใหญ่ด้วยความเร็วสูงอย่างขาดสติ
ทางด้านแม่บ้าน แกยืนยิ้มร้ายอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองพร้อมกับเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ
" หึ! อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย หากลูกฉันทุกข์ผู้หญิงคนอื่นจะต้องทุกข์กว่าร้อยเท่า "
ทางด้านกู้โม่เหยียน เขานั่งคุยกับเพลงพิณในห้องทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข จู่ๆก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นที่หน้าห้อง
" คุณเข้าไปไม่ได้นะคะ "
" หลีกไป! "
หวังเซียวหยางเอ่ยพร้อมกับผลักพยาบาลสาวที่มายืนขวางทางเขาออกไปด้วยความเดือดดาล
เพลงพิณที่อยู่ในหน้าจอได้ยินเสียงดังเอะอะจึงเอ่ยถามขึ้น
" ที่รัก เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ "
เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง หมอกู้ยิ้มให้เธอแล้วเอ่ยตอบว่า
" สงสัยจะเป็นญาติคนไข้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก อย่ากังวลไปเลย "
หมอกู้เอ่ยออกมาอย่างสบายๆด้วยสีหน้ายิ้มอ่อน
โดยไม่สนใจเสียงเอะอะหน้าห้อง เขารู้อยู่แล้วว่าใครมา เพราะนอกจากหวังเซียวหยางแล้วก็ไม่มีใครบ้ากล้าบุกเข้ามาในที่ส่วนตัวของเขา เพลงพิณจ้องหน้าเขาด้วยแววตาเป็นห่วง
" ต่อให้คุณรับมือได้ฉันก็เป็นห่วงคุณอยู่ดี ดูแลตัวเองดีๆนะคะ "
หวังเซียวหยางที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ถึงกับหยุดนิ่งไป เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนนุ่มของเพลงพิณ ที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยผู้ชายคนอื่น
นิ้วมือกำแน่นตามอารมณ์ความรู้สึก แววตาคมกริบจับจ้องมองกู้โม่เหยียนด้วยความอิจฉาอย่างเกลียดชัง
กู้โม่เหยียนนั่งหน้านิ่ง เหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมายิ้มให้เพลงพิณแล้วเอ่ยเสียงอ่อนนุ่ม
" ครับที่รัก คุณก็เช่นกันนะ "
" ค่ะ "
เพลงพิณเอ่ยตอบพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ
" ที่รัก งั้น...ผมขอวางสายก่อนนะ จะออกไปดูด้านนอกหน่อย ไว้จะโทรหาใหม่นะ "
" ได้ค่ะ เอ่อ...เดี๋ยวค่ะ "
" ฮื้อ...? "