ตอนที่ 166
บทที่ 167 ภัยที่เดินเข้ามาทางประตู
October 22, 2026
บทที่ 167 ภัยที่เดินเข้ามาทางประตู
การสืบทอดวิชาลับเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับผู้ปรับแต่ง
หากตระกูลใดมีวิชาลับที่มีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถรับประกันความมั่งคั่งในระยะยาวของตระกูลได้ ตัวอย่างเช่นหลังจากผ่านมาหลายทศวรรษ ผ่านการวิจัยการปรับปรุงเพื่อความสมบูรณ์แบบ วิชาลับของตระกูลลั่ว วิชาลับได้ทำให้ตระกูลรุ่งเรืองมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ วิชาลับของตระกูลลั่วไม่เพียงเป็นการเสริมพลังของสัตว์วิญญาณในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น แต่มันยังมีข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใครในการปรับแต่งสัตว์วิญญาณที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาสามารถปรับแต่งปีศาจที่เป็นสัตว์วิญญาณระดับเพชร ซึ่งทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องตกตะลึงไม่มีใครมีวิชาที่เหนือกว่าวิชาลับของพวกเขา นอกจากนี้ตระกูลลั่วยังได้รวบรวมวิชาลับกว่า 37 วิชาจากสำนักต่าง ๆ มาไว้ในครอบครอง แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีวิธีใดที่สามารถเทียบได้กับวิชาลับที่เป็นแก่นหลักของตระกูลลั่วแต่แล้วคราวนี้ตระกูลลั่วก็ได้พบมัน ดูเหมือนว่าวิชาลับที่ลั่วอู๋เชี่ยวชาญจะซับซ้อนและทรงพลังมาก มันอาจเป็นหนึ่งในวิชาลับในการปรับแต่งชั้นยอดที่สูญหายไปในกาลอดีต มันเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายมากลั่วอู๋นั้นได้รับชัยชนะเหนือผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลาง ดังนั้นเขาจึงน่าจะเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าระดับกลาง แต่ว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน? เขาเนี่ยนะจะเป็นระดับสูง? มันเป็นไปไม่ได้ หากเขาเป็นเหมือนเฉินหมิงหยู่ของตระกูลเฉินซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบหมื่นปี ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณระดับสูงตั้งแต่มีอายุเพียง 18 ปี ในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ เขาเองก็คงสามารถเป็นผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณระดับกลางได้มันจึงเพียงพอแล้วที่สรุปว่า เขามีพลังของวิชาลับที่เขาเชี่ยวชาญเป็นตัวช่วย เห็นได้ชัดว่าลั่วอู๋โชคดีพอที่จะได้รับวิชาระดับนั้นมาครอบครองดวงตาของลั่วอู๋แสดงให้เห็นถึงการล้อเล่น “หรือก็คือ ตราบใดที่ข้ามอบวิชาลับของข้าให้กับตระกูล ข้าก็จะสามารถกลับไปอยู่ที่ตระกูลลั่ว และยังคงสามารถรักษารายได้หลักของศาลาไป่หยูไว้ได้สินะ?” “หรือพูดให้ชัดเจนก็คือสามารถรักษา 80% ของรายได้เอาไว้ได้” ฟางฉุนฮีกล่าวเสริม ลั่วอู๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เขาเย้ยหยันฟางฉุนฮี “ข้าต้องพยายามที่จะรักษารายได้เพียง 80% ของหินวิญญาณทั้งหมดที่ข้าควรจะได้ และข้าต้องการกลับไปหาความทรงจำอันไร้ความอบอุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยสายตาอันเย็นชาของคนในตระกูลเนี่ยนะ” “เจ้าคิดว่ามันถือเป็นเรื่องดีสำหรับข้างั้นสิ ”“ฮ่าฮ่า ไร้สาระ”“ข้าต้องยอมละทิ้งวิชาลับอันเป็นเอกลักษณ์ของข้า เพื่อสิ่งเหล่านั้นเนี่ยนะ เจ้าบอกข้าได้ไหมว่าทำไมถึงกล้ามาขอให้ข้าทำแบบนี้”ตอนนี้ลั่วอู๋เต็มไปด้วยความโกรธบรรยากาศในร้านเองก็ดูตึงเครียดขึ้นมาในทันทีทีมคุ้มคมมีดทุกคนเตรียมตัวพร้อมจัดการแล้ว ทันทีที่ลั่วอู๋สั่งพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้าและฉีก ฟางฉุนฮีออกเป็นชิ้น ๆขณะนั้นใบหน้าของฟางฉุนฮีเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขาสังเกตเห็นถึงอะไรบางอย่างเขาเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติที่ 5 อย่างนั้นเหรอ?เสี่ยวเซียงไม่เห็นจะรายงานถึงเรื่องนี้เลยนี่นาปีที่แล้วเขาเป็นเพียงขยะที่ไม่สามารถฝึกฝนเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณได้ และต่อให้เขาสามารถฝึกฝนได้ก็เถอะ เขาพัฒนามิติวิญญาณได้รวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร? นี่เป็นพรสวรรค์ที่เหนือชั้นมากแท้จริงแล้วลั่วอู๋มีพลังมากถึงแค่ไหนกันแน่?ความเร็วในการฝึกฝนระดับนี้ แม้แต่คนในเมืองหลวงของจักรวรรดิที่เป็นระดับอัจฉริยะเองก็คงยังต้องตกตะลึงถ้าทางตระกูลรู้ว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับนี้ได้ล่ะก็ ตระกูลลั่วคงไม่มีทางเสียเวลามาคิดหาทางยึดเอาวิชาลับของลั่วอู๋ แต่คงจะเชิญเขากลับไปที่ตระกูลลั่วให้ฝึกฝนคนอื่น ๆ เสียมากกว่าแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้วเสี่ยวเซียงต้องการจะแก้แค้นลั่วอู๋ ดังนั้นเขาจึงปกปิดข้อมูลเรื่องระดับมิติวิญญาณของลั่วอู๋ โดยเจตนาฟางฉุนฮีถอนหายใจในใจ ดูเหมือนตอนนี้เขาคงจะทำได้เพียงแค่ดำเนินการต่อไปตามประสงค์ของทางตระกูลเท่านั้น“ นายน้อยลำดับที่ 17 โปรดอย่าลืมด้วยว่าตัวท่านเองก็เป็นสมาชิกของตระกูลลั่วเหมือนกัน” ฟางฉุนฮีพยายามควบคุมการแสดงออกของเขาลั่วอู๋เยาะเย้ย “ข้าเป็นแค่บุตรชายที่ถูกทอดทิ้ง ผู้ที่ถูกไล่ออกจากตระกูล ข้าไม่สามารถอ้างชื่อตระกูลได้ด้วยซ้ำ”ฟางฉุนฮีเป็นใบ้ไปพักหนึ่ง“แต่ชื่อของท่านก็ยังคงอยู่บนแผนผังของตระกูลลั่วนะขอรับ” ฟางฉุนฮีกล่าวลั่วอู๋ให้เหตุผลต่อไป “แล้วมันทำไมล่ะ ? มันก็ไม่ต่างจากการที่พวกเจ้ายอมใส่ชื่อของจักรพรรดิลงไปในแผนผังวงศ์ตระกูลลั่ว เพื่อเพิ่มความสง่างามของจักรพรรดิให้กับตระกูลลั่วของพวกเจ้าไม่ใช่รึไง?”