ตอนที่ 201
บทที่ 202 ไม่มีผีอยู่บนโลกนี้หรอก
October 22, 2026
บทที่ 202 ไม่มีผีอยู่บนโลกนี้หรอก
เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ลั่วอู๋นั้นได้ฝึกฝนตนอยู่ในมิติไห จนมิติวิญญาณของเขาได้รับการยกระดับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้มาถึงระดับเงิน มิติ 7 แล้ว
ในวันนี้เหรียญของลั่วอู๋ที่เขาได้รับมาจากสำนักงานมณฑลก็เริ่มเปล่งประกายแสงออกมา พร้อมส่งข้อความว่า: การสอบคัดเลือกเฉียนหลง รอบที่สองจะเริ่มขึ้นในอีกสามวันหลังจากนี้ ในรอบที่สองของการสอบคัดเลือกเฉียนหลง การทดสอบจะไม่ใช่แค่เป็นการวัดค่าคุณสมบัติเพียงผิวเผินเหมือนคราวก่อน แต่ครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความสามารถในการต่อสู้อย่างอิสระและเนื่องจากพื้นที่อาณาเขตภายใต้การปกครองของราชวงศ์มังกรเร้นกาย ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามภูมิภาคใหญ่
การสอบคัดเลือกเฉียนหลง จึงต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีความสามารถมาจากในทุก ๆ 12 มณฑลให้มาอยู่ในเวทีเดียวกัน โดยมีเพียง 50 อันดับแรกเท่านั้นที่สามารถผ่านการทดสอบรอบที่สองไปได้ และเป็นตัวแทนของภูมิภาคนั้น ๆ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายของการสอบคัดเลือกเฉียนหลง
หลี่หยินเองก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก เฉียนหลง ว่ามันจะถูกจัดขึ้นที่เมืองเซิงฟูซึ่งอยู่ใจกลางส่วนตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิ
มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้คนจากมณฑลโดยรอบที่จะเดินทางไปที่นั่น พวกเขาคงจะใช้เวลาเดินทางไปถึงที่หมายได้ภายในเวลาสามวัน
“พวกเราต้องออกเดินทางกันแล้ว” ลั่วอู๋เดินออกจากสำนักโล่พิทักษ์พร้อมออกเดินทาง โดยหลี่หยินนั้นได้อยู่กับเขาตั้งแต่แรกแล้ว นางจึงไม่ใช่ปัญหาอะไรเท่าไหร่ปัญหาตอนนี้ก็คือเขาต้องไปตามหาฉูจงฉวน เขาไม่รู้ฉูจงฉวนนั้นหายไปไหน ในตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ไม่มีเห็นใครเห็นตัวเขาเลยแม้กระทั่งในตอนที่การสอบคัดเลือกเฉียนหลงกำลังจะเริ่มขึ้นเช่นนี้ เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว
เมื่อเขาเข้าไปที่คฤหาสน์ตระกูลฉูเพื่อถามหาตัวของเขา คนในตระกูลเองก็ไม่รู้ว่าฉูจงฉวนหายไปไหน อีกทั้งสมาชิกในตระกูลฉูหลายคนยังคิดว่าฉูจงฉวนนั้นอาศัยอยู่ที่สำนักโล่พิทักษ์ด้วยซ้ำ
ลั่วอู๋ไม่สามารถหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาได้ เขาควรจะอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลฉูไม่ใช่เหรอ ? แล้วในเมื่อข้ามาถามถึงที่นี่เขาจะอยู่ที่สำนักโล่พิทักษ์ของข้าได้อย่างไร เขารู้สึกว่ามันเริ่มจะแปลก ๆ ฉูจงฉวนหายหัวไปอยู่ที่ไหนกันแน่? แม้ว่าปกติฉูจงฉวนจะดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เขาก็ไม่ควรที่จะหายตัวไปเที่ยวเล่นเฉย ๆ แบบนี้ไม่ใช่เหรอ ? มีอะไรเกิดขึ้นกับเขารึเปล่า?ลั่วอู๋ตัดสินใจเรียกต้าหวงออกมา“ต้าหวงตามหาฉูจงฉวนสิว่าเขาหายไปไหน” ลั่วอู๋กล่าวสัตว์วิญญาณประเภทสุนัขนั้นเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการติดตาม ด้วยประสาทรับรู้กลิ่นที่แข็งแกร่งหลังจากนั้น ต้าหวงและเสี่ยวไป่ก็เดินตามรอยของ ฉูจงฉวนไปในทิศทางเดียวกัน
ครึ่งวันต่อมาจากใจกลางของเมืองหมิงหนาน ต้าหวงได้วิ่งเข้าไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ห่างไกลทางตอนใต้มันเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อแปลก ๆ ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นสนามรบเมื่อหลายพันปีก่อน เป็นช่วงเวลาก่อนที่ราชวงศ์มังกรเร้นกายจะก่อตั้งขึ้นเสียอีกสถานที่แห่งนี้เคยผ่านสงครามที่น่าสยดสยองมาหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสังหารหมู่จนกลายเป็นทะเลเลือด หรือศพนับล้านกองกันจนกลิ่นเลือดเข้มข้นส่งกลิ่นออกมา จนผู้คนหายใจไม่ออกค้างอยู่ไม่หายไปเป็นเวลาสิบปีต่อมาภายหลังการก่อตั้งราชวงศ์มังกรเร้นกาย ก็ได้มีการสร้างสุสานขนาดใหญ่เพื่อรำลึกถึงความทรงจำของเหล่าทหาร นิรนามเหล่านั้นขึ้น
อย่างไรก็ตามมันก็เป็นสถานที่เปี่ยมไปด้วยลางร้าย จึงมีเพียงไม่กี่คนที่เต็มใจจะอาศัยอยู่ที่นี่ต่อ ดังนั้นหมู่บ้านนี้จึงค่อยๆกลายเป็นที่รกร้างและห่างไกลผู้คน
ซึ่งนี่ก็ผ่านมาห้าร้อยปีแล้วที่เส้นแห่งโชคลาภของหมู่บ้านได้พังทลายลงทรุดโทรมและถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล
ภูมิประเทศได้เปลี่ยนไปจนเหลือเพียงแค่ภูเขาไร้ชื่ออันรกร้างว่างเปล่า และไม่มีสุสานตั้งตระหง่านอยู่อีกต่อไป
จึงไม่มีใครจำถึงเรื่องในอดีตได้อีกว่าเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่
มีคนไม่กี่คนในหมู่บ้านกุยช่วงแห่งนี้เท่านั้นที่จำได้ว่าที่นี่มีความเป็นมายังไง และส่วนใหญ่ก็เป็นคนชรา ไม่มีคนหนุ่มสาวหรือเด็ก ๆ
คนชราเหล่านี้เป็นคนที่กลับมายังบ้านเกิดเพื่อหาพบปะเหล่าคนชราด้วยกัน
บางทีในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะไม่มีใครเหลืออยู่ในหมู่บ้านกุยช่วงนี้อีก
ลั่วอู๋ถาม หญิงชราที่ถือไม้ค้ำว่านางเคยเห็นชายหนุ่มรูปหล่อผ่านมาบ้างหรือไม่
“ชายหนุ่ม ? เจ้ากำลังพูดถึงชายหนุ่มรูปหล่อในชุดขาวรึเปล่า ?” หญิงชราตอบอย่างช้า ๆ
ลั่วอู๋พยักหน้า “ใช่ ใช่ ท่านรู้ไหมว่าเขาไปทางไหนกัน”