ตอนที่ 202
บทที่ 203 การแก้ไขคุณสมบัติ
October 22, 2026
บทที่ 203 การแก้ไขคุณสมบัติมีผีอยู่ในโลกหรือไม่? ลั่วอู๋พูดออกมาโดยไม่ต้องคิดว่า “ไม่มีหรอก”แต่เขาลืมไปว่าเขาไม่ได้อยู่ในโลกของมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นโลกของผู้ใช้พลังวิญญาณที่เต็มไปด้วยมนตราและสัตว์วิญญาณ มันยากที่จะบอกว่ามีผีอยู่จริง ๆ ที่นี่หรือไม่
ขาและท้องของลั่วอู๋อ่อนแรงในทันที ฉากตรงหน้านี้เป็นของจริงไม่ผิดแน่และมันน่ากลัวกว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีร้ายที่น่ากลัวที่สุดหลายหมื่นเท่า โดยเฉพาะเมื่อมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริง
เขาสามารถได้ยินเสียงร้องไห้จากเหล่าผี และรู้สึกได้ถึงลมที่พัดเข้ามาข้างหลังคอ นอกจากนี้ยังมีทั้งศพคนตายและผีประหลาด ๆ อีกลั่วอู๋อดคิดไม่ได้ว่าอยากจะถอยกลับ แต่พบว่าเส้นทางในการล่าถอยนั้นได้หายไปแล้ว ไม่ว่าจะถอยหลังกลับไปแค่ไหนก็ยังถูกล้อมไปด้วยหมู่ผี
“อาา … ” เหล่าผีร้องโหยหวน มีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาทางพวกเขาเหมือนกับระฆังทองแดง ต่างจากใบหน้าของผีประหลาดส่วนใหญ่ที่ลอยอยู่อย่างเรื่อยเปื่อยลั่วอู๋รู้สึกเย็นไปถึงกระดูกดำ สมองของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็ดึงดาบระบำแห่งความตายออกมาและพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างกายของเขาก็ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดในทันที
“ออกไปจากที่นี่ซะ! และอย่าได้มาให้ข้าเห็นอีก” ลั่วอู๋ส่งเสียงคำรามที่ดังที่สุดในชีวิต ผีประหลาดเหล่านั้นเมื่อถูกลั่วอู๋คำรามใส่ พวกมันก็บินหนีออกไป แม้แต่ร่างของพวกมันก็เริ่มดูจะสลายหายไปเหล่าผีต่างที่อยู่รอบนอกเองก็แสดงสีหน้าตกใจและหนีเอาชีวิตรอด
เขาเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติ 7 พลังวิญญาณของเขานั้นถือว่าแข็งแกร่งมาก ด้วยลมปราณที่มีพลังมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่าและพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง ผีน้อยเหล่านี้จะทนต่อไปได้อย่างไร.หลังจากนั้นพื้นที่รอบตัวลั่วอู๋ก็กลับมาว่างเปล่า ไม่มีเสียงโหยหวนใด ๆ ดังเข้ามาในหูของเขาอีกต่อไป
“นี่มัน..”ลั่วอู๋ตกตะลึงเนื่องจากความคิดเกี่ยวกับผีและสัตว์ประหลาด ฝังรากลึกความกลัวลงในจิตใจของผู้คน ปฏิกิริยาแรกที่ต้องเจอกับผีจึงมักจะเป็นความกลัว แต่ในความเป็นจริงเมื่อได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนพลังวิญญาณ จนวงจรพลังวิญญาณในร่างกายแข็งแกร่ง เหล่าผีก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเกรงกลัวเสียเอง หากมีพลังวิญญาณอันทรงพลังก็สามารถทำให้ผีเหล่านั้นกลัวจนขาดใจตายซ้ำสองไปได้เลยทีเดียวใบหน้าของหลี่หยินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นางเข้าไปหาลั่วอู๋ในทันที “หวา ๆๆ นายน้อยช่างทรงพลังมากเหลือเกินเจ้าค่ะ”“ถึงเจ้าจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ”รอบข้างทั้งสองคนก็ยังคงมืดมนและเต็มไปด้วยซากกระดูก มันจึงไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกที่เย็นไปถึงก้นบึ้งของหัวใจหายไปเลย แต่อย่างน้อย ๆ ลั่วอู๋ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนเดิมอีกแล้วเขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว เดินเข้าไปหาผีมันเป็นตัวที่อยู่ใกล้เขาที่สุด และมันกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวด้วยเสียงคำรามของลั่วอู๋ ตอนนี้มันจึงค่อย ๆ สลายราวกับว่ามันกำลังจะหายไปอย่างสมบูรณ์
“ช่างโง่เขลายิ่งนัก ที่เจ้ามาทำให้ข้าตกใจ” ลั่วอู๋กลอกตาของเขามีร่องรอยของการอ้อนวอนปรากฏขึ้นในดวงตาของผี แต่ดวงตาคู่โตและน่าขันคู่นั้นน่าจะทำให้คนรู้สึกหงุดหงิดเสียมากกว่าลั่วอู๋โค้งปากของเขา ใครสั่งให้เจ้ามาทำให้ข้ากลัวกัน เล่า ?ว่าแต่เขาจะสามารถจับผีตัวนี้ลงไปในไหปีศาจได้ไหมนะ?ลั่วอู๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและในที่สุดเขาก็เลือกที่จะลองดู เขาเทพลังวิญญาณของเขาลงในไหปีศาจและใช้ความสามารถการดูดเข้าไปของไห
พลังวิญญาณหลากสีตกลงบนร่างของผี ทำให้มันหายไปในพริบตาในขณะเดียวกันหนังสือภาพที่ลอยอยู่ในมิติไหก็ส่องแสงเล็กน้อยประสบความสำเร็จไหนั้นยอมรับมันเข้ามาจริงๆลั่วอู๋รีบเข้าไปในมิติไห และเขาก็ได้พบว่ามีผีตัวหนึ่งลอยอยู่ในอากาศเพียงลำพัง ซึ่งดูเหมือนว่ามันคงจะทำอะไรไม่ถูกในมิติไหไม่มีเวลากลางคืน พื้นที่ทั้งหมดจึงสว่างอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นผีตัวนั้นก็ไม่รู้สึกอึดอัดใด ๆ นี่มันช่างแปลกจริงๆลั่วอู๋ตรวจดูข้อมูลของมันเผ่าพันธุ์: วิญญาณหลอนระดับ: ทองแดงมิติ: ระดับทองแดง มิติ 1ทักษะ: ไม่มีพื้นเพ: คนที่ตายไปแล้วแต่ยังยึดติดกับชีวิตและกระตือรือร้นที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นกลัวลั่วอู๋เอามือก่ายหน้าผากของเขา เขาไม่นึกว่ามันจะเป็นสัตว์วิญญาณไร้สาระแบบนี้ อย่างไรก็ตามเขาสามารถนำมันมาเติมช่องว่างในหนังสือได้ ซึ่งมันก็ถือว่ามีประโยชน์อยู่บ้างเล็กน้อย“จงอยู่กับตัวเองอย่างสงบ ๆ ไปซะ ข้าแนะนำให้เจ้าไม่วิ่งเล่นไปรอบ ๆ เพราะถ้าเจ้าไปยั่วยุสัตว์วิญญาณของที่นี่ เจ้าจะต้องเสียใจแน่” ลั่วอู๋ทิ้งคำเตือนไว้ให้วิญญาณหลอนแล้วออกจากมิติไหไปในสายตาของลั่วอู๋ ภูเขากุยโตนั้นไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว