ตอนที่ 9
บทที่ 9
September 18, 2026
KLIN Bar
สายขิมออกมาดื่มกับเพื่อนที่อีกหนึ่งร้านประจำ ร่างบางก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับนัตตี้ที่แวะมารับ
คืนวันศุกร์บรรยากาศคึกคักกว่าปกติ ทุกร้านแทบไม่มีโต๊ะว่าง โชคดีที่นัตตี้จองโต๊ะที่คลินบาร์ไว้ล่วงหน้า เพราะรู้จักกับผู้จัดการร้าน
“มาช้าจังวะ” ขวัญพูดขึ้นเมื่อเห็นสายขิมและนัตตี้เดินเข้ามานั่งลงโซฟาตัวว่าง
“กูลืมบัตรประชาชนเลยกลับไปเอา” นัตตี้ตอบ ก่อนจะมองหาเพื่อนผู้ชายสองคน “ไบร์ทกับพายุล่ะ”
“ไปสูบบุหรี่”
“หน้ามึงเหมือนคนเพิ่งตื่นเลยอีขิม” เขตหันมาเห็นหน้าสายขิมที่เหมือนคนนอนเพิ่งตื่น และจังหวะนั้นยกมือป้องปากหาวด้วย
“กูง่วง” เมื่อคืนนอนน้อยแถมตื่นเช้ามาเรียน ลากสังขารมาดื่มกับเพื่อนได้นับว่าดีแค่ไหนแล้ว
สายขิมหันไปยิ้มให้พนักงานที่เข้ามาชงเครื่องดื่ม เอื้อมมือคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับเพื่อนเสียงดัง กริ๊ก ก่อนจะยกขึ้นดื่ม เธอลดแก้วเหล้าลงเล็กน้อย เมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามากับแก๊งของเขา
หัวใจดวงน้อยสะดุดวูบทันทีที่เผลอสบตากับเจ้าของแววตาเย็นชาคุ้นเคย
เขาอีกแล้ว….
เธอรีบหันหน้าหนี หลบสายตาอีกคนทันที ร้านตั้งเยอะแยะแต่ดันเจอเขาที่นี่ กรุงเทพแม่งแคบจังวะ!
“แก๊งพี่เทรย์ซิสนิ หล่อมากอีขวัญ!” เขตหันไปตีตักขวัญแรงๆ เมื่อเห็นแก๊งเทรย์ซิสเดินเข้ามา
“กูเจ็บอีเขต! เห็นผู้ชายไม่ได้ ระริกระรี้เชียวนะมึง”
เขตจิ๊ปากและมองแรงใส่ขวัญตามจริต ก่อนจะส่งซิกผ่านสายตาให้นัตตี้และขวัญมองสายขิมที่กำลังนั่งเหม่อ สามคนอมยิ้มกริ่มรู้กัน
“มึงเห็นพี่เทรย์ซิสแล้วใช่ไหมสายขิม พี่เขาหล่อเนอะ” ขวัญเป็นคนเปิดบทสนสนาเรื่องเทรย์ซิส
“หล่อ แต่เกี่ยวอะไรกับกู”
“ไม่หวั่นไหวหน่อยเหรอ” นัตตี้พูดด้วยรอยยิ้ม
“เคยบอกแล้วไง เขากับกูมันคนละชั้นกัน ต่อให้สักวันหวั่นไหว แต่ใช่ว่าเขาจะเหลียวมองคนธรรมดาอย่างกู”
“ถ้าเป็นกูนะ…” เขตพึมพำ ก่อนจะมองไปยังแก๊งของเทรย์ซิสที่เดินตรงไปยังโซน VIP “หล่อยกแก๊ง หล่อคนละแบบคนละสไตล์ หาผัวเรียนวิศวะดีไหมกู”
“แรดนักนะอีเขต”
“จิ๊! มึงก็แรดค่ะ”
สายขิมยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา สองคนนี้เวลาเจอหน้ากันทีไรมักจิกกัดกันตลอด ต่อให้บางครั้งคำพูดดูแรงเกินจะรับไหว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยโกรธกันเลย หากขาดสองคนนี้ไปกลุ่มคงเหงามากไม่น้อย
กลุ่มของสายขิมเล่นเกม หากวงล้อหมุนโดนชื่อใคร คนนั้นต้องดื่มเหล้าเพียว วงล้อหมุนโดนชื่อทั้งกลุ่มจนครบ ตอนนี้เริ่มเมากรึ่มกันหมดแล้ว
ตอนแรกสายขิมดูง่วงๆ ความง่วงก็หายไป กลายเป็นความสนุกแทน ยิ่งดึกบรรยากาศในร้านก็ยิ่งคึกคัก ผู้คนเริ่มเมามายกันมากขึ้น สติของหลายคนลอยไปไกลจนแทบไม่สนใจอะไรอีก
อีกมุมหนึ่งในโซน VIP แก๊งของเทรย์ซิสก็นั่งดื่มกันอยู่เช่นกัน คเชนทร์กับตะวันมีสาวสวยนั่งข้างกาย ถามเทรย์ซิสแล้วว่าอยากเอาเด็กไหมแต่เจ้าตัวปฏิเสธ มีไม่บ่อยเท่าไรนักที่เทรย์ซิสจะยอมตอบตกลง
“เปลี่ยนใจเอาเด็กก็บอกนะ เผื่อเหงา”
“กูไปสูบบุหรี่ก่อน” เขาไม่ตอบคเชนทร์ พูดตัดบทแล้วลุกขึ้นเดินออกไปยังจุดสูบบุหรี่
“มันทนได้ไงวะ” ตะวันที่นั่งเอาแขนวางพาดขอบโซฟาผ่านแผ่นหลังสาวสวย หันไปพูดกับคเชนทร์
“นั่นดิวะ ไอ้นั่นของมันยังมีความรู้สึกอยู่ไหม”
“สงสัยตายด้านแล้วมั้ง”
ทางด้านเทรย์ซิส มือหนาหยิบซองบุหรี่มาเคาะเบาๆ จนหล่นออกมาหนึ่งมวน หยิบมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก เขาใช้นิ้วหัวแม่มือดันหัวไฟแช็กลง ประกายไฟวาบขึ้นเผาปลายมวนบุหรี่
ในขณะที่ควันสีเทาลอยคลุ้งกระจายในอากาศ สายตาคมเข้มมองออกไปด้านนอก ก้านนิ้วสองนิ้วที่คีบบุหรี่ไว้ดันมันเข้าหาปาก ดูดเบาๆ จนปลายมวนสว่างวาบเป็นประกายสีแดง ก่อนจะค่อยๆ พ่นควันสีเทาออกมาช้าๆ
“ขอโทษนะคะ ขอยืมไฟแช็กได้ไหม”
เทรย์ซิสปรายสายตามองผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาขอยืมไฟแช็ก แววตาของเธอเป็นประกายแพรวพราว ทำให้เขารู้ทันทีว่านี่คือวิธีการเข้าหา มือหนายื่นไฟแช็กให้โดยไม่พูดอะไร
หญิงสาวรับมาแล้วใช้มันอย่างคล่องมือ ราวกับคุ้นเคยดีอยู่แล้ว ใช้เสร็จก็ส่งคืนให้เจ้าของ
“ขอบคุณค่ะ”