ตอนที่ 174
บทที่ 219 มังกรแห่งปีศาจ ค้นหาหญิงผู้นั้นเข้าวัง
October 22, 2026
เย่จายซิงไม่ได้ใช้โอกาสการเลือกพระชายาเข้าวังปีศาจ
เพราะว่าการบำเพ็ญของนางต่ำจนเกินไป หากว่าเสด็จอาอยู่ในนั้นจริง นางมีแต่จะทำให้ลำบาก
ตอนนี้แหวนก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร นั่นหมายความว่าเสด็จอายังปลอดภัย แค่นี้ก็พอแล้ว
ออกไปต้องระวัง วันนั้นนางได้ออกจากนครปีศาจ กลับไปที่แคว้นหมีดำ
ก่อนหน้าที่นางจะมาอยู่ที่โรงเตี๊ยม
“เถ้าแก่เอง เข้ามาในห้อง”
นางพักอยู่หลายวัน ให้เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อห้ามรบกวนนาง นางจะเก็บตัวอยู่หลายวัน
ดังนั้นนางจึงเลือกโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เพราะว่าเถ้าแก่บอกว่าที่นี่ใช้ได้ ส่วนโรงเตี๊ยมอื่นเถ้าแก่บอกว่ามีจุดประสงค์ไม่ดี แต่เถ้าแก่บอกว่าที่นี่ไม่มี
นางเคยเห็นตระกูลปีศาจที่เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นคนหยิ่งและกระหายเลือด และผู้ที่ได้รับการฝึกฝนสูงจะดูถูกปีศาจผู้ฝึกบำเพ็ญต่ำ ง่ายๆ คือการเหยียดหยาม
ถึงแม้ไม่มีศัตรูกับเพื่อน แต่การที่เจ้าบำเพ็ญต่ำ อีกฝ่ายอาจจะรังแกเจ้าได้
ดังนั้นบนท้องถนน มักจะเห็นการฆ่าอยู่บ่อยครั้ง หากฝ่ายไหนถูกฆ่า ศพก็จะถูกนำไปให้ปีศาจกิน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ คนบนท้องถนนจึงไม่มีใครสนใจ
การฝึกบำเพ็ญของเย่จายซิงนั้นยังต่ำ ดังนั้นเวลาเดินบนถนน นางจึงเห็นปีศาจที่เป็นอันตรายมากกับนาง
โชคดีที่นางทำตัวไม่ผิดสังเกตุ หน้าตาธรรมดา จึงไม่มีใครสนใจนาง
หลังจากที่ถึงโรงเตี๊ยม นางก็ใช้วิชาปีศาจผู้ฝึกบำเพ็ญมาวางม่านอาคมไว้อีกชั้น จากนั้นก็เข้าไปฝึกบำเพ็ญในห้วงกาลเวลา
นางไม่ได้ฝึกพลังปีศาจ แต่หากฝึกพลังทิพย์
หลังจากที่รวบรวมหยิกทิพย์ในห้วงกาลเวลา พลังทิพย์ในบางตระกูลในเฉินตูจะเข้มข้นมากกว่าหลายเท่า
“เจ้านาย!”
เจ้าไป๋ฟื้นแล้ว แค่มองนางเข้ามา ก็ดีใจกระโดดโลดเต้น
ได้ฟื้นคืนกลับไป๋เจ๋อในร่างเดิม หลังจากฟื้น ร่างกายก็แข็งแรงมากอีกครั้ง
“เจ้าไป๋ หรือว่าเจ้าจะกินพู่เทพเยอะๆ หน่อย เผื่อจะทำให้ร่างกายเนื้อหนังแข็งแรงอย่างสมบูรณ์”
นางลูบหางของเจ้าไป๋แล้วพูดว่า
เจ้าไป๋ดีขึ้นมาก ข้อตกลงขององค์หญิงหลิวอิ๋งกับเสวียนเจ๋ออสูรศักดิ์สิทธิ์ ก็น่าเกลียดมาก
เจ้าไป๋หัวเราะแล้วพูด:
“เจ้านาย อันที่จริงแล้วพู่เทพคือเครื่องวัดจิตวิญญาณ ข้างในรวมถึงทิพย์ แต่ถ้ามันมีประโยชน์อีกครั้ง มันจะดีมากที่สุดแค่ครั้งแรกเท่านั้น หากว่าอยากจะให้มีประโยชน์ จะต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อกิน”
เย่จายซิงโบกมือไปมา:“งั้นเจ้าก็กินเยอะๆ กินทุกวัน เดี๋ยวร่างกายก็ตกผลึก กินไปเลย”
นางกว้าวขวางมาก เพราะก่อนที่นางจะเข้ามานางได้สำรวจแล้ว พู่เทพในห้วงกาลเวลาได้เกิดดอกไม้สีเขียวแล้ว รอวันสุกอย่างเดียว
เก็บเมล็ดพันธุ์ หว่านเมล็ดพันธุ์ จะกินเท่าไหร่ก็กินเท่านั้น
เจ้าไป๋ส่ายหัว รีบโบกมือ:
“อย่าอย่าอย่า เจ้านาย พู่เทพต้องการดินและปุ๋ยแตกต่างจากชนิดอื่นๆ เพราะว่าท่านเอาดินจากที่อื่นมาใส่ทำให้พู่เทพเติบโตได้ แต่เมื่อสารอาหารในดินถูกดูดซึม พู่เทพก็จะโตยาก”
“อ๊ะ?แบบนี้เองหรือ?พู่เทพต้องการสารอาหารพิเศษ?ข้าคิดว่าแค่พลังทิพย์ในห้วงกาลเวลาก็พอแล้ว พอให้พู่เทพดูดซึม”
เจ้าไป๋บอกว่า:“เจ้านาย ท่านลองคิดดู พู่เทพเทียบเท่ากับโอสถทิพย์ระดับเซียน เป็นแนวคิดอะไร บนสิ่งของๆ เซียน ไม่แน่ว่าเหล่าเวียนทั้งหลายอาจจะไม่เคยกินพู่เทพเลยก็ว่าได้ มันต้องใช้เงื่อนไขที่รุนแรงมาก แต่จากที่ข้าพิจารณาดินแล้ว พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สามารถทดแทนสารอาหารได้ สามารถหาได้ในแผ่นดินใหญ่ได้”
“คืออะไร?”
เย่จายซิงสีหน้ากังวล ถ้านางสามารถหาสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพู่เทพได้ ต่อไปนางก็จะกินพู่เทพแทนข้าวแล้ว รสชาติคงอร่อยน่าดู
นางกลืนน้ำลาย
หลายวันมาแล้วนางไม่ได้กินอะไรเลย ราวกับว่าได้กลิ่นข้าวหอมที่ลอยมา
“ปี้เสว่หรงซา”
เมื่อพูดจบ เจ้าไป๋ก็ส่ายหน้า “ปี้เสว่หรงซามีแค่เพียงโลกปีศาจเท่านั้น แต่โลกปีศาจไม่ปลอดภัย เจ้านายอย่าไปเลย”
“บังเอิญจริง”