ตอนที่ 1720
บทที่ 1720 สะบั้นแขนในกระบวนท่าเดียว
October 21, 2026
บทที่ 1720 สะบั้นแขนในกระบวนท่าเดียว
………………..
บทที่ 1720 สะบั้นแขนในกระบวนท่าเดียว
จังหวะนั้นเอง ตอนมองเฉินซีถูกพลังที่มองไม่เห็นคุมร่างไว้แล้วถูกลากออกไป รอยยิ้มเย็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกงเหย่หนานลี่และคนอื่น ๆ
ทั้งยังรู้สึกยินดีที่อีกไม่นานจะได้ระบายโทสะเสียที
สหายน้อยที่มาจากไหนก็ไม่รู้กลับทำให้พวกเขาต้องเสียหน้าเสียความสุขุมต่อหน้าสาธารณชน ทุกคนล้วนรู้สึกว่าเฉินซีเป็นเด็กบัดซบที่เย่อหยิ่งเกินตัวกันทั้งนั้น
มีพลังล้นฟ้าแล้วอย่างไร?
มีแท่นบูชาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงแล้วอย่างไร?
สุดท้ายก็ต้องถูกขยี้ไปเหมือนมดตัวหนึ่งไม่ใช่หรือ?
ดียิ่ง! เป็นภาพที่ดียิ่ง! ยามมองร่างเฉินซีถูกลากเข้ามาเรื่อย ๆ ใจของยอดฝีมือทั้งหลายก็ยิ่งรู้สึกยินดี
เขาหัวเราะเสียงเย็น ดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง เหมือนกำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาถูกสังหารเองอย่างไรก็อย่างนั้น
หลังจากเขาบอกว่า ‘มานี่’ เขาก็พูดว่า ‘คุกเข่าแล้วปลิดชีพตนเองเสีย’!
ทุกคนจำคำเหล่านั้นได้ดี จึงไม่มีใครผลีผลามลงมือทำอะไร พวกเขากำลังรอ รอมองเฉินซีคุกเข่าลงแล้วปลิดชีพตนเอง!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ยอดฝีมือหลายคนก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก มีสิ่งใดจะคลายอารมณ์โกรธไปได้มากกว่าการมองคนหนุ่มที่มีฝีมือสะท้านฟ้า มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา แล้วมีความสามารถเหนือใครในมหาเทวาวิญญาณคุกเข่าลงต่อหน้า ก่อนจะปลิดชีพตนเองเพื่อชดใช้บาปที่ทำไว้ได้บ้าง?
สามร้อยลี้
หนึ่งร้อยลี้
ห้าสิบลี้
ใกล้แล้ว
ใกล้เข้ามาอีก
ระหว่างที่มองเฉินซีลอยเข้าฝั่งไปเหมือนนักโทษ ทุกคนล้วนแต่ตื่นเต้นยินดี รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้ายิ่งกดลึก
ทว่าเฉินซียังคงสีหน้าไร้อารมณ์ไว้ มีเพียงแววตาเท่านั้นที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและความมุ่งมั่น
ไฟโกรธในใจทำให้ภายในมีแต่ความเกรี้ยวกราด ดังนั้นถึงแม้จะไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้ แต่เขาจะไม่คุกเข่าลงอย่างแน่นอน!
และยิ่งไม่ปลิดชีพตนเองต่อหน้าคนพวกนี้แน่!
ถึงสุดท้ายจะไม่รอดอย่างไร แต่เขาจะใช้ทุกวิถีทางที่มีเอาพวกเวรตะไลนี่ลงไปด้วย!
“ตระกูลลั่ว ตระกูลกงเหย่ ตระกูลเยว่ ตระกูลจิน ตระกูลคุนอู๋ ตระกูลเป่ย…. ข้า เฉินซี จะจำเรื่องนี้เอาไว้ หากวันนี้ข้ารอดพ้นไปได้ ข้าย่อมทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสการกระทำของตนเอง!” เฉินซีกวาดสายตามองใบหน้าทั้งหลาย
ตู้ม!
กระแสพลังก้อนหนึ่งโจมตีเข้ามา ซัดร่างเฉินซีกระเด็นขึ้นฝั่งไป คิดจะกดให้เขาคุกเข่าลง
แต่ในตอนนั้นเอง เฉินซีก็ดึงพลังมาต้านไว้ได้ ตัวยังคงยืดตรงไม่ยอมคุกเข่าลงแต่อย่างไร
แต่ใบหน้าพลันเริ่มบิดเบี้ยว เนื้อตัวสั่นสะท้าน คล้ายกับเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
เขาจ้องมองไปที่ใจกลางชายฝั่ง มองร่างที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนหัวมังกร มุมปากเผยยิ้มเย็นโค้งปรากฏ “ลั่วชง! ข้าจะจำเรื่องนี้ไว้!”
“คุกเข่า!” มีคนไม่สามารถยับยั้งตนเองได้ ก่นคำออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยม
คำว่า ‘คุกเข่า’ ดังก้องทั่วฟ้าดินอยู่ชั่วขณะ บรรยากาศโดยรอบเจือไปด้วยแววสังหาร
ทว่าเฉินซียังคงตัวคนเดียว ถูกรายล้อมไปด้วยศัตรูมากมาย ช่างดูน่าสงสารเหลือเกิน
“ตาแก่เวรตะไลพวกนี้!” เล่ออู๋เหินและคนอื่น ๆ กัดฟันแทบแหลกด้วยความโกรธ เบิกตาแทบถลน มันจะมากเกินไปแล้ว! คิดจะทรมานเฉินซีให้ตายกันไปข้าง!
เล่ออู๋เหินและคนอื่น ๆ คิดพุ่งเข้าไปอยู่หลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรผู้อาวุโสก็จะหยุดไว้ทุกครั้ง จึงได้แต่มองอย่างช่วยอะไรไม่ได้ ในใจรู้สึกทรมานยิ่ง
“คุกเข่าลงเสีย!” เมื่อเห็นเฉินซียังไม่คุกเข่าลง กงเหย่หนานลี่จึงไม่อาจยั้งความเกลียดชังในใจไว้ได้อีก ซัดฝ่ามือออกมาบีบคั้นอีกแรง ทำให้เกิดพายุพัดโหม ห้วงอากาศถูกบดขยี้เป็นผง
ตอนนี้กงเหย่หนานลี่ฟื้นพลังขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลกลับมาแล้ว ทันทีที่โจมตีออกไป อำนาจย่อมต่างจากแต่ก่อน ทั้งเฉินซียังถูกยับยั้งจนขยับไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นอิสระ แต่ก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้แน่
ทันใดนั้น เล่ออู๋เหินและคนอื่น ๆ ก็หายใจไม่ออก ได้แต่หลับตาเพราะทนมองภาพเฉินซีคุกเข่าลงไม่ได้
จังหวะนั้นคนทั้งหลายก็หัวเราะออกมา
ตอนนี้ดวงตาสีดำสนิทของเฉินซีแดงก่ำจนเหมือนเลือด
ฟ่าว!
และในจังหวะนั้นเองที่มีปราณกระบี่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ!
กงเหย่หนานลี่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกสะบั้นแขนขวาขาด!
แล้วในจังหวะเดียวกันนั้น เงาร่างผอมบางงดงามตาในชุดสีแดงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินซี มือเรียวสะบัดเพียงครั้ง แรงพลังของกงเหย่หนานลี่ก็หายไปไม่เหลือรอย
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา