ตอนที่ 1721
บทที่ 1721 ไข่มุกแดนเทวะ
October 21, 2026
บทที่ 1721 ไข่มุกแดนเทวะ
………………..
บทที่ 1721 ไข่มุกแดนเทวะ
ความประหลาดใจทั้งหลายทำให้พวกเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
หากกล่าวว่าจักรพรรดินีอวี้เชอเป็นสตรีผู้คมในฝัก ยามนี้ก็นับว่ากระบี่นั้นได้ชักคมอันไร้เทียมทานสำแดงแก่สายตาผู้คนแล้ว!
หวือ~ หวือ~ หวือ~
ฟ้าดินส่งเสียงครวญคร่ำในทันทีที่รัศมีสังหารเอ่อล้นออกมาจากจักรพรรดินีอวี้เชอ ทั่วทั้งพื้นดินตกอยู่ในความโกลาหลขณะที่มหาเต๋าเริ่มพังครืน
มันเหมือนกับรัศมีอันสง่างามแห่งจักรพรรดิ เพียงหนึ่งความคิด โลกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ใจนึกฝัน พลังศักดิ์สิทธิ์เหลือล้นเกินจินตนาการ
“จะไปจากที่นี่? ไม่ง่ายนักหรอก” จักรพรรดิชงโตวถอนหายใจเบา ๆ ทันใดที่เสียงนั้นกึกก้องไปทั้งฟ้าดิน ฝนแห่งแสงก็ฉายวาบวนภาพเหมือนของปราชญ์ จากนั้นเสียงแห่งการสวดภาวนาดังกังวานพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างลึกลับโบราณมากมายที่ออกมาจากในภาพเขียนนั้น
ร่างเหล่านั้นค่อย ๆ แปรสภาพเป็นรูปลักษณ์ของปราชญ์
ร่างที่กลายเป็นปราชญ์ยืนอยู่อย่างเคร่งขรึมท่ามกลางเสียงภาวนาแห่งเต๋าที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณของผู้คน
กระแสแห่งความหวาดหวั่นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ผู้คนที่อยู่โดยรอบ พวกเขารับรู้ได้ในทันทีว่าตนได้สูญเสียความสามารถในการสัมผัสถึงฟ้าดินไปสิ้น ราวกับกำลังอาศัยอยู่ในกรงขังที่แยกออกมาจากโลกอย่างสิ้นเชิงด้วยถูกเต๋าแห่งสวรรค์เนรเทศ!
“พิภพปราชญ์อย่างนั้นหรือ?” ท่าทางเยือกเย็นกระจ่างในดวงตาของจักรพรรดินีอวี้เชอ มันแอบซ่อนความสุขุมไว้ในเบื้องลึก “เพื่อที่จะฆ่าผู้น้อยคนหนึ่ง ท่านยินดีจะทุ่มสุดตัวเพียงนี้เชียวรึ?”
“เปล่าเลย จริงอยู่ที่ข้าต้องการจะฆ่าเด็กคนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุด…” จักรพรรดิชงโตวพูดเสียงเรียบ “มันจะทำให้เจ้าติดอยู่ที่นี่!”
ชิ้ง!
กระบี่ในมือจักรพรรดินีอวี้เชอส่งเสียงเกรียวกราวขณะกำจายเจตจำนงกระบี่ลึกล้ำ คล้ายกับไม่อาจควบคุมความปรารถนาที่จะได้ดื่มกินเลือด
“ยังไม่ยอมแพ้อย่างนั้นสินะ? เจ้าควรตระหนักไว้อย่าง พิภพปราชญ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้านึกอยากจะออกไปก็ออกได้เลย ภายในแดนเทพโบราณนี้ มีเพียงไม่กี่คนในขอบเขตมหาราชเทวาเท่านั้นที่สามารถผ่านข้อจำกัดนี้ออกมาได้ แต่ว่านะอวี้เชอ เจ้าไม่ใช่คนที่ข้ากล่าวถึงเมื่อครู่หรอก” จักรพรรดิชงโตวมองจักรพรรดินีอวี้เชออย่างเย็นชา “ยอมแพ้ซะ คู่ต่อสู้ของเจ้าคือนิกายอำนาจเทวะ ข้าน่ะไม่อยากจะทำลายความเป็นปฏิปักษ์ของพวกเจ้าทั้งสองหรอกนะ”
วาจาของเขากึกก้องไปด้วยมหาเต๋า มันสั่นสะเทือนไปทั้งจิตวิญญาณ!
…
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านางคิดสิ่งใดอยู่
อย่างไรก็ตาม ในบางครั้ง ความเงียบก็ถือเป็นการยอมจำนนในสายตาของคนบางคน อย่างที่จักรพรรดิชงโตวได้ว่าไว้ พวกเขารู้สึกว่านางกำลังยอมรับว่าตนนั้นไม่อาจทะลุผ่านพิภพปราชญ์ไปได้!
สิ่งนี้ทำให้คนทั้งหลายจากมหาอำนาจต่าง ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของพวกเขาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ ตอนที่จักรพรรดินีอวี้เชอมาถึง พวกเขาก็อดกังวลไม่ได้ว่าสถานการณ์คงจะถึงคราวพลิกผัน อย่างไรก็ดี เมื่อได้เห็นกับดักที่จักรพรรดิชงโตวจัดเตรียมไว้ พวกเขาก็เริ่มกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
ใช่แล้ว ในความคิดของพวกเขา ไม่ใช่แค่เฉินซีเท่านั้นที่ไม่อาจหลีกหนีไปจากภัยพิบัติได้ แม้แต่จักรพรรดินี้อวี้เชอเองก็อยู่สถานการณ์ที่ไม่สู้ดี!
อีกฟากหนึ่ง เมื่อเล่ออู๋เหินและคนอื่น ๆ เห็นเหตุการณ์นี้ หัวใจของพวกเขาก็แทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่มในทันที ประหนึ่งจิตวิญญาณถูกพรากจาก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าแม้แต่การมาถึงของจักรพรรดินีอวี้เชอก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใดได้
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจักรพรรดิชงโตว!
เพื่อที่จะสังหารเฉินซีและแก้แค้นให้กับลั่วฉ่าวหนงซึ่งเป็นคนในตระกูลของตน เขาไม่ลังเลที่จะยอมแลกทุกสิ่งไปกับการวางกับดักต่าง ๆ เอาไว้!
“อวี้เชอ หากตระกูลกงเหย่ของข้าไม่ปล่อยเจ้าไปเมื่อหลายปีก่อน เจ้าก็คงจะถูกนิกายอำนาจเทวะจัดการไปนานแล้ว ไม่มีทางที่เจ้าจะมีชีวิตรอดมาปกครองเอกภพมสิหิมได้ถึงตอนนี้หรอก” กงเหย่หนานลี่กัดฟันกรอด “คงจะดีกว่านี้หากเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ที่เอกภพมสิหิมต่อไป สุดท้าย เจ้าก็ยังไม่ยอมที่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง และใช้เด็กคนนี้เป็นเครื่องมือทำลายทายาทสายตรงของตระกูลกงเหย่ กงเหย่เจ๋อฟูอีก! ความผิดที่เจ้าได้ก่อ ไม่อาจได้รับการอภัย!” เสียงของเขาเดือดดาลยิ่ง
“คราวนี้ของข้าดูหน่อยเถอะว่าเจ้าจะหลบหนีไปได้อย่างไร!” เสียงนั้นไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง หากยังเจือซึ่งความยินดียิ่ง
จักรพรรดินีอวี้เชอเหลือบมองสายตาเยือกเย็น “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ไร้ยางอายอย่างเจ้าอยู่ด้วยจริง ๆ เมื่อวันที่ข้าสามารถกวาดล้างตระกูลกงเหย่ของเจ้ามาถึง ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่ต้องเสียสหายและคนที่รักไปอย่างสาสม!”
“นี่เจ้า…” กงเหย่หนานลี่โกรธจัด เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ผู้หญิงคนนั้นยังคงหยิ่งผยองได้ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ฟึ่บ!
ด้านหนึ่ง จักรพรรดินี้อวี้เชอไม่ต้องการจะฟังเรื่องไร้สาระจากพวกเขาอีกต่อไป นางตวัดกระบี่ออกไปอย่างสบาย ๆ ก่อนที่เจตจำนงกระบี่จะพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าและโจมตีกงเหย่หนานลี่ที่อยู่เบื้องหน้า
กงเหย่หนานลี่ประหลาดใจ ความหวาดกลัวบีบคั้นให้ร่างกายสั่นเทา ราวกับจิตวิญญาณนั้นจะหลุดออกจากร่าง
เมื่อผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตมหาราชเทวาเปิดการโจมตี รัศมีที่สง่างามของมันก็พร่างพรายไปทั่วบริเวณก่อนจะกดลงยังร่างของกงเหย่หนานลี่จนถึงจุดที่ตกอยู่ใต้การควบคุม แม้ว่าเขาจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ล้นฟ้าในหมู่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล แต่หากก็ยังคงอ่อนแอราวมดปลวกเพื่อเทียบกับจักรพรรดิ
“หึ!” จักรพรรดิชงโตวแค่นเสียงเย็น พื้นที่มิติภายในฟ้าดินพังทลายลง มันทำลายล้างปราณกระบี่ของจักรพรรดินีอวี้เชอในทันที
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง จักรพรรดินีอวี้เชอก็พุ่งทะยานออกไปผ่านพื้นที่มิติโดยมีเฉินซีอยู่ข้าง ๆ นางเปลี่ยนตัวเองเป็นลำแสงซึ่งพุ่งออกไปในระยะไกลด้วยความรวดเร็ว
ตู้ม!
ห้วงมิติระเบิดเป็นจุณ ทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบตกอยู่ในความวุ่นวาย ตอนนี้เองจักรพรรดินีอวี้เชอได้ใช้พละกำลังทั้งหมดที่ตนมีไปกับการณ์นี้ ส่งผลให้ทั้งฟ้าดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เห็นได้ชัดว่าการโจมตีใส่กงเหย่หนานลี่เป็นเพียงตัวหลอก แท้จริงแล้วนางต้องการที่จะฉวยโอกาสนี้หนีไปพร้อมกับเฉินซี!
“บัดซบ!”
“ถอย!”
ความโกลาหลปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผู้ที่ยืนเกะกะขวางทางจักรพรรดินีอวี้เชอล้วนแต่อุทานออกมาอย่างประหลาดใจ ไม่กล้าที่จะรับมือกับพลังอันรุนแรงของนาง
“อวี้เชอ ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว น่าเสียดายที่เจ้าไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย!” เสียงของจักรพรรดิชงโตวเต็มไปด้วยจิตสังหาร ภาพของปราชญ์จำนวนมากทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันไร้ขอบเขตพลางส่งเสียงภาวนาลึกล้ำ ตอนนั้นเองที่ภาพอันน่าสะพรึงได้เข้าโจมตีจักรพรรดินีอวี้เชอ