ตอนที่ 1748
บทที่ 1748 กระบี่เปลื้องมลทิน
October 21, 2026
บทที่ 1748 กระบี่เปลื้องมลทิน
………………..
บทที่ 1748 กระบี่เปลื้องมลทิน
เงื่อนไขที่จักรพรรดิเจิ้นอู่เสนอนั้นเย้ายวนเป็นอย่างยิ่ง และหากเป็นผู้บ่มเพาะธรรมดา ๆ คนอื่น ผู้บ่มเพาะคนนั้นคงจะยินดีและตอบตกลงแล้ว
จักรพรรดิเจิ้นอู่เองก็มั่นใจมากว่าเขาได้แสดงความจริงใจแล้ว และตราบใดที่อีกฝ่ายรู้วิธีชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย บุคคลนั้นก็จะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน
แต่ในความเห็นของเฉินซี บางทีเงื่อนไขที่จักรพรรดิเจิ้นอู่เสนอนั้น อาจทำให้ผู้บ่มเพาะคนอื่นปีติยินดี ทว่ามันหาได้น่าดึงดูดใจสำหรับเขาไม่
เหตุผลนั้นง่ายมาก ศิษย์พี่ใหญ่อู๋เซวี่ยฉานของเขาคือมหาเทพเต๋า และตอนนี้เขายังติดต่อกับมหาเทพเต๋าอีกคนซึ่งคือปรมาจารย์แห่งอารามไท่ชู
ด้วยเหตุนี้ เงื่อนไขที่จักรพรรดิเจิ้นอู่เสนอนั้นไม่สามารถทำให้เฉินซีหวั่นไหวได้มากนัก
แต่เฉินซีก็ไม่ปฏิเสธ เนื่องเพราะเขาต้องการหญ้าปีกมายาแปรลักษณ์จริง ๆ และชายหนุ่มไม่สามารถปล่อยให้โอกาสเช่นนี้หลุดลอยไปได้
ทว่าเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจ่ายราคานั้นด้วยรากเต๋าบรรพชนที่สูงกว่าระดับหก
“ข้าซาบซึ้งในความปรารถนาดีของผู้อาวุโส” เฉินซีไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ต้องกล่าวถึงความโปรดปรานในยามนี้ ข้าเพียงขาดกระบี่คู่มือที่เหมาะสม หากผู้อาวุโสสามารถตอบสนองคำขอของข้าได้ ข้าจะมอบรากเต๋าของบรรพชนให้แก่ผู้อาวุโสโดยปริยาย”
“ไม่สิ!”
“เขาไม่ได้ปฏิเสธ และยังฉวยโอกาสนี้เพื่อขอกระบี่จากจักรพรรดิเจิ้นอู่ด้วยซ้ำ!”
หัวใจของเฉียนอันกระตุกวูบทันที “นี่ไม่ถือว่าได้คืบจะเอาศอกหรอกหรือ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาทำให้จักรพรรดิเจิ้นอู่โกรธเคือง?”
ในขณะนี้ จักรพรรดิเจิ้นอู่ที่อยู่ในห้องตรงข้ามอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง และเขาแปลกใจเล็กน้อย เนื่องเพราะชายหนุ่มในห้องตรงข้ามกลับกล้าต่อรองกับเขาจริง ๆ!
“สามหาวนัก!” จ้าวจิ่วคุนไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป จากนั้นจึงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ตั้งใจฉวยโอกาสนี้เพื่อขูดรีดท่านปู่อย่างไร้ยางอาย ท่านปู่อย่าได้คล้อยตามมันเป็นอันขาด!”
จักรพรรดิเจิ้นอู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรอีก ข้าย่อมรู้ดีแก่ใจ”
หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ทอดถอนใจ ก่อนลุกยืนขึ้นแล้วตบไหล่จ้าวจิ่วคุน พลางกล่าวว่า “ถ้าเจ้าต้องการรากเต๋าบรรพชนที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ก็ต้องจ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล”
“แต่….” จ้าวจิ่วคุนรู้สึกไม่เต็มใจ
“ไม่มีแต่!” จักรพรรดิเจิ้นอู่โบกมือ และขัดจังหวะจ้าวจิ่วคุน พร้อมเผยท่าทางที่สง่างามออกมา
“จิ่วคุน เจ้าจำยามที่มาหาข้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หรือไม่? แม้ว่าพวกเขาจะริเริ่มส่งรากเต๋าบรรพชนมาให้ข้า แต่พวกเขาก็ร้องขอมากเกินไป และบางคนถึงกับตั้งใจที่จะบุกรุกดินแดนของเราในเอกภพภาสอุดร พวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความโลภและความทะเยอทะยานที่บ้าคลั่ง!”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของจักรพรรดิเจิ้นอู่ “แต่ตอนนี้ เราสามารถซื้อรากเต๋าบรรพชนที่คุณภาพดีเยี่ยมได้ด้วยการแลกเปลี่ยน และมันก็ดีมากแล้ว อย่างน้อยที่สุด ก็ดีกว่าตกลงตามเงื่อนไขของสหายเก่าเหล่านั้นเป็นร้อยเท่า”
จ้าวจิ่วคุนเงียบทันทีเมื่อได้ยินสิ่งนี้
เขาตระหนักดีว่ามียอดคนจำนวนมากเดินทางมาหาปู่ของเขา และพวกเขาได้เสนอที่จะมอบรากเต๋าบรรพชนที่มีคุณภาพดีเยี่ยมให้กับท่านปู่ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอทั้งหมดล้วนถูกปู่ของเขาปฏิเสธ เหตุผลก็คือ เจตนาของพวกเขาไม่บริสุทธิ์ อีกทั้งยังเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ปู่ของเขาไม่สามารถรับได้อย่างแน่นอน
ซึ่งสาเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขา จ้าวจิ่วคุน!
หากไม่ใช่เพื่อช่วยให้เขาได้บรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล จักรพรรดิเจิ้นอู่คงไม่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายขนาดนี้
“ท่านปู่….’ จ้าวจิ่วคุนหายใจเข้าลึก ๆ และดูเหมือนจะตั้งใจจะกล่าวอะไรบางอย่าง
“เอาละ ในวันข้างหน้า หากเจ้าทุ่มเทบ่มเพาะ แค่นั้นก็มากเพียงพอแล้ว” จักรพรรดิเจิ้นอู่ยิ้มเป็นเชิงว่าไม่ต้องกล่าวอะไรอีก
เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ จักรพรรดิเจิ้นอู่ดูเหมือนจะตัดสินใจบางอย่างได้ เขายกมือขึ้นและนำกล่องกระบี่ทองสัมฤทธิ์ออกมา ตัวกล่องกระบี่นั่นเต็มไปด้วยรอยกระดำกระด่าง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเก่าแก่และเคร่งขรึมที่เกิดจากสั่งสมผ่านกาลเวลามานานนม
“ท่านปู่ ท่านคงไม่คิดที่จะมอบสมบัตินี้ให้คนผู้นั้นกระมัง?!” ทันใดนั้น จู่ ๆ จ้าวจิ่วคุนก็ร้องโพล่งออกมา และดูเหมือนว่าเขาจะจำสมบัติที่อยู่ในกล่องกระบี่ทองสัมฤทธิ์ได้
“ต่อให้ข้าครอบครองมันไป ก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่” จักรพรรดิเจิ้นอู่ส่ายศีรษะและหยุดลังเล เขาหันกลับมาพร้อมกับผลักประตูออก “มอบสิ่งนี้และหญ้าปีกมายาแปรลักษณ์ให้กับผู้ดูแล และให้ผู้ดูแลส่งพวกมันให้กับเขา”
“ขอรับ!” ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ข้างนอกประตูรีบโค้งคำนับ และรับกล่องกระบี่ก่อนจะจากไปอย่างเร่งรีบ
“ท่านปู่ ราคาเช่นนั้นไม่มากเกินไปหน่อยหรือ? จะเกิดอะไรขึ้นหากมันตกอยู่ในมือของคนชั่ว!? จะไม่เป็นการทำให้ชื่อเสียงของมันด่างพร้อยหรอกหรือ?!” จ้าวจิ่วคุนอดไม่ได้ที่จะทุบอกและกระทืบเท้าด้วยความโกรธสุดขีด
“หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะไปเอามันกลับมาด้วยตัวเอง” จักรพรรดิเจิ้นอู่กล่าวคำเหล่านี้เบา ๆ น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง ไม่แยแส ทั้งยังมีกลิ่นอายที่กดดันและหยิ่งผยอง
…
การสนทนาระหว่างจักรพรรดิเจิ้นอู่และจ้าวจิ่วคุนไม่ได้ดังเข้าไปในห้องของเฉินซี และสิ่งนี้ทำให้บรรยากาศเงียบงันเล็กน้อย
หัวใจของเฉียนอันอดไม่ได้ที่จะตีบตันโต เมื่อไม่มีการตอบกลับจากจักรพรรดิเจิ้นอู่มาพักใหญ่ และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในขณะที่พึมพำว่า “จักรพรรดิเจิ้นอู่… คงไม่… ขุ่นเคืองกระมัง?”
เฉียนอันกล่าวอย่างกังวล “แล้วองค์ชายล่ะ?”
เฉินซีกล่าวอย่างครื้นเครง“เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นใคร แล้วเขาจะทำให้ข้าลำบากได้อย่างไร?”
แม้ว่าเฉินซีจะกล่าวเช่นนี้ แต่เฉียนอันก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เหตุผลก็คือจักรพรรดิเจิ้นอู่ไม่เหมือนกับจักรพรรดิองค์อื่น ๆ ชื่อเสียงของเขายิ่งใหญ่อย่างแท้จริง จนถึงขั้นสร้างความหวาดกลัวในใจของทุกคน และทำให้คนอื่นไม่กล้าเกิดเจตนาร้ายต่อเขา