ตอนที่ 1750
บทที่ 1750 สี่เดือนถัดมา
October 21, 2026
บทที่ 1750 สี่เดือนถัดมา
………………..
บทที่ 1750 สี่เดือนถัดมา
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปโดยที่เฉินซีไม่ทันรู้ตัว
นอกจากทำสมาธิอยู่ภายในแล้ว เฉินซีก็ออกจากเคหาไปที่ โถงแลกเปลี่ยน เพียงสองครั้งเท่านั้น
เขาแลกรากบรรพชนระดับห้าและรากบรรพชนระดับหกกับทรายนพจิตแสงสมบัติอายุหกแสนปีและมุกเหมันต์ดาราหยกอายุห้าแสนปีไปตามลำดับ
เฉินซีพึงพอใจมาก หากเรื่องยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนก็คงหาของได้ครบ
แต่นั่นก็ถือว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และเฉินซีก็ไม่กล้าหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นอย่างที่ใจหวัง
ตอนเขากลับจากซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ นอกจากรากเต๋าวิภูจักรวรรดิแล้ว เฉินซียังได้รากเต๋าบรรพชนระดับแปดมาสามชิ้น รากเต๋าบรรพชนระดับเจ็ดมาเก้าชิ้น รากบรรพชนระดับหกมาสิบหกชิ้น และรากบรรพชนระดับห้ามายี่สิบเจ็ดชิ้นด้วย
ดังนั้นนอกจากระดับห้าและระดับหก และรากเต๋าบรรพชนระดับแปดที่ได้แลกเปลี่ยนไปก่อนหน้านี้ เขาก็ยังเหลือรากเต๋าบรรพชนอยู่อีกมาก
เฉินซียังไม่จำเป็นต้องใช้รากเต๋าบรรพชนในตอนนี้ แต่มันก็เหมือนเป็นทรัพย์สมบัติที่จะสามารถส่งผลต่อพลังบ่มเพาะในอนาคตได้
หลังจากนั้น เฉินซีก็ยังเก็บตัวอยู่แต่ในเคหา หากไม่จำเป็นก็จะใช้เวลาทั้งหมดฝึกดวงจิตแห่งเต๋า
แต่ ณ โลกภายนอก บรรยากาศในเทศกาลหลินหลางเป่ากำลังร้อนระอุทีเดียว
…
บรรยากาศภายในเมืองนาวาวิญญาณตอนนี้อาจกล่าวได้ว่าคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผู้บ่มเพาะพลังและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจากเผ่าโบราณมากันเต็มทั่วเมือง เทียบกับแต่ก่อนแล้วเห็นใบหน้าผู้คนที่ไม่คุ้นเคยมากกว่าเดิมเสียอีก
ทว่าหัวข้อร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ก็ยังคงเป็นรายการว่าจ้างของเฉินซีอยู่ดี
“ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นมีรากเต๋าบรรพชนอยู่เท่าไหร่กันแน่ ไม่อยากเชื่อเลย”
“จากที่ข้าประเมินไว้ เขาน่าจะมีรากเต๋าบรรพชนระดับห้าและระดับหกอยู่อย่างน้อยอีกสิบสามชิ้น น่าเสียดายที่วัตถุเทวะที่เขาอยากได้หายากเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าก็คงหาไปแลกแล้ว”
“ฝันเฟื่อง! ไม่เห็นหรือไงว่ากระทั่งยอดฝีมือจากกองกำลังทั้งหลายยังแม้แต่จะหาวัตถุเทวะมาแลกคำขอพวกนั้นไม่ได้?”
“ไม่รู้ว่าอีกสักหลายวันนี้จะมีใครโชคดีได้แลกรากเต๋าบรรพชนไปได้บ้าง….”
จึงทำให้ผู้บ่มเพาะพลังทั้งหลายเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องหลอกลวง!
ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง หลายคนพากันออกตามหาวัตถุเทวะมาแลกตามคำขอทั้งหลายอย่างบ้าคลั่ง
หลายวันก่อน ก็มีคนแลกเอารากเต๋าบรรพชนไปอีกสองชิ้น พอข่าวแพร่ออกไปก็วุ่นวายไปทั่วทั้งเมืองทันที
เช่นนี้แล้ว เทศกาลหลินหลางเป่าที่จัดขึ้นคราวนี้จึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสายตาผู้บ่มเพาะเลยทีเดียว
เพราะคำขอว่าจ้างนี้ทำให้ไม่เพียงเกิดเรื่องวุ่นกระจายไปทั่วเมืองนาวาวิญญาณเท่านั้น แต่ยังกระจายออกไปทั่วเอกภพสมุทรทักษิณาและไปถึงเอกภพอื่น ๆ อีกด้วย
…
ภายในเคหาแห่งหนึ่ง เมืองนาวาวิญญาณ
ภายในมีเงาร่างทั้งหลายอยู่ เป็นบุรุษสี่คน และสตรีคนหนึ่ง แต่ละคนมีกลิ่นอายน่าเกรงขามยิ่ง
หากผู้มีประสบการณ์ได้เข้ามาที่นี่ ก็คงรู้ทันทีว่าทั้งห้าคนนี้คือหัวหน้ากองโจรดาราปักษารัตติกาล!
ตอนนี้พื้นที่ตรงกลางปรากฏเป็นม่านแสงหนึ่งขึ้นมา เห็นเป็นร่างสูงของเฉินซีที่กำลังฉายอยู่บนนั้น!
เขาคือหัวหน้าอันดับสองแห่งกองโจรดาราปักษารัตติกาล นักพรตเต๋าหรานเสวี่ย
“ข้อมูลน่าจะถูกต้อง ข้าสืบข่าวจากโถงแลกเปลี่ยนมาอย่างรอบคอบทีเดียว เด็กนี่เข้าข่ายที่สุดแล้ว” ที่ด้านข้าง บรรพชนโลหิตเขียวเบ้าตาลึกเอ่ยขึ้น “หากพวกเจ้าไม่เชื่อ อย่างน้อยก็ต้องเชื่อจมูกเผ่าโลหิตสามปีศาจของข้าบ้าง ถูกหรือไม่? ถึงเด็กนั่นจะปลอมเป็นหมู แต่อย่างไรกลิ่นเฉพาะตัวก็ไม่เปลี่ยน”
“ก็คงจะเป็นเช่นนั้น เด็กนี่คงมีทรัพย์สินมหาศาล ทำเอาหลายวันนี้วุ่นวายไปทั่วเทศกาลหลินหลางเป่า หากเราจับตัวเขาได้… คงได้ของดีครั้งใหญ่” สตรีในชุดหลากสีเอ่ยขึ้นจากอีกด้าน นางมีใบหน้างดงาม ดวงตาดอกท้อ กำลังหยอกล้ออยู่กับแมลงตัวยาวสีเลือดที่อยู่ในมือเรียวงาม แต่ความงดงามของนางกลับแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
นางคือ ‘กีฏนงคราญ’ หัวหน้าลำดับที่ห้า แห่งกองโจรดาราปักษารัตติกาล และเป็นยอดฝีมือจากเผ่ากีฏทะลวงเกราะ
“ไม่เพียงไม่ธรรมดาเท่านั้น จากที่บรรพชนโลหิตเขียวเล่ามาแล้ว เด็กนี่มีผลึกศักดิ์สิทธิ์กว่าสี่สิบหกล้านชิ้นเพื่อกว้านซื้อวัตถุเทวะทั้งหลายก่อนจะขึ้นคำว่าจ้างนั่นอีก คนธรรมดาทำเช่นนี้ได้หรือ? ถึงจะมาจับกองกำลังใหญ่ก็ยังนับว่าหาได้ยาก” นักพรตเต๋าหรานเสวี่ยพูดยิ้ม ๆ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความโลภ “หากเราจับมันได้ คงสบายไปอีกนาน ไม่ต้องเสี่ยงเดินทางร่อนเร่ไปไหนอีก ข้าเบื่อการที่ต้องถูกไล่ล่าไปตลอดแล้ว”
“ฮ่า ๆ ข้าก็ว่าอย่างนั้น” บรรพชนโลหิตเขียวแผดเสียงหัวเราะ
“พี่ใหญ่ ท่านคิดอย่างไร?” กีฏนงคราญมองชายชราที่นั่งอยู่ตรงกลาง
ได้ยินดังนี้คนอื่นก็เก็บเสียงหัวเราะแล้วมองไปทางเดียวกัน