ตอนที่ 1845
บทที่ 1845 ไม่ชอบมาพากล
October 21, 2026
บทที่ 1845 ไม่ชอบมาพากล
………………..
บทที่ 1845 ไม่ชอบมาพากล
ตู้ม!
ศิษย์ของสำนักเต๋าถูกซัดกระเด็นจนกระแทกเข้ากับภูเขาอย่างรุนแรง ทำให้ก้อนหินระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ
พลังที่แฝงมากับกระบวนท่าของเฉินซีครั้งนี้ น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นการโจมตีอย่างฉับพลันเช่นกัน ดังนั้นแม้ว่าศิษย์ของสำนักเต๋าจะมีความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขามอย่างไร้ผู้เปรียบ แต่ก็ถือว่าด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับเฉินซี
หากเขาไม่ได้ใช้โล่ทองแดงสีม่วงเพื่อปกป้องตัวเองในห้วงคับขัน การโจมตีครั้งนี้คงจะคร่าชีวิตเขาไปอย่างแน่นอน
แต่ถึงกระนั้น การโจมตีของเฉินซีก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถต้านทานได้อย่างสมบูรณ์
โครม!
ในชั่วพริบตา ศิษย์จากสำนักเต๋าคนนั้นไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องคร่ำครวญออกมา ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวออกไปจากพิภพกุมภเต๋าด้วยพลังฟ้าดินอันน่าสะพรึงกลัว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาถูกกำจัดออกจากการถกวิถีเต๋าด้วยการโจมตีจากเฉินซีเพียงกระบวนท่าเดียว!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ตั้งแต่ที่เฉินซีเปิดฉากโจมตีอย่างฉับพลัน จนกระทั่งศิษย์สำนักเต๋าถูกกำจัดจากการแข่งขัน ทุกอย่างเกิดขึ้นไม่ถึงเสี้ยวพริบตา
แม้แต่ตัวตนอย่างเฟิงอู๋หลิงก็ไม่อาจช่วยเหลือศิษย์คนนั้นได้ทันการ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีของเฉินซีนั่นทรงพลังและรวดเร็วเพียงใด
ทว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด หลังจากที่ซัดศิษย์คนนั้นจนปลิวว่อน ร่างของเฉินซีก็ทะยานวาบ และหลบเลี่ยงการโจมตีที่รุนแรงของเฟิงอู่หลิงได้อย่างฉิวเฉียด
หลังจากนั้น เขาก็ผนึกกระบี่ด้วยดรรชนี และแผ่พุ่งปราณกระบี่หลานสายซึ่งตัดไขว้สลับกัน ขณะที่พุ่งทะลวงไปยังบริเวณโดยรอบ
ปราณกระบี่ทุกสายล้วนแฝงพลังของกฎแห่งเต๋าศักดิ์สิทธิ์อันน่าหวาดผวา ยิ่งกว่านั้น พวกมันยังส่องแสงแวววาว ทั้งยังทรงอานุภาพมหาศาล
นี่คือกระบวนท่า ‘ผาสมุทร’ จากเคล็ดกระบี่ลึกล้ำฤทัย มันไร้ขอบเขตดั่งมหาสมุทร มั่นคงเหมือนหน้าผา และเปี่ยมล้นด้วยอานุภาพที่สามารถบดขยี้โลกาได้
น่าเสียดายที่หลังจากอีกฝ่ายได้ประสบกับเหตุการณ์อันน่าขนพองสยองเกล้าเมื่อครู่นี้ เฟิงอู๋หลิงและคนอื่น ๆ ก็ตื่นตัว จากนั้นจึงทยอยใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุด เพื่อต้านทานการโจมตีของเฉินซี
ตู้ม!
ขณะนั้นเอง ฟ้าดินอันกว้างใหญ่นี้กลับพรั่งพรูไปด้วยกระบี่ที่ไร้ขอบเขต ความว่างเปล่าถูกระเบิดจนพินาศสิ้น แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องไปทั่วอย่างรุนแรง ประหนึ่งกลายเป็นแดนวิบัติแห่งความโกลาหล
“บัดซบ!”
“มันลอบอย่างไม่ทันตั้งตัวจริง ๆ!”
“หืม? มันหายไปไหนแล้ว?”
คลื่นเสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดดังก้องกังวานมาจากท่ามกลางเถ้าธุลีที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่เมื่อวิสัยทัศน์กลับคืนสู่ความปกติ ทุกคนรวมทั้งเฟิงอู๋หลิงก็ต้องประหลาดใจ เนื่องเพราะร่างของเฉินได้หายไปจากวงต่อสู้แล้ว!
“ทุกคน ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง หากพบกันครั้งหน้า ข้าจะไม่ปรานีเช่นนี้” เสียงที่ไม่แยแสดังก้องข้างหูพวกเขา
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของเฟิงอู๋หลิงและคนอื่น ๆ แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นจึงแหงนหน้ามองพร้อมกัน ก่อนพบเห็นร่างสูงโปร่งของเฉินซีทะยานปราดอยู่บนท้องฟ้าอันห่างไกล จากนั้นก็เลือนลับไปจากสายตา
“ไอ้สารเลวนั่น! มันหนีไปแล้วจริง ๆ! ไล่ตามมันไป!” ศิษย์จากสำนักเต๋ามีสีหน้าซีดเผือดขณะที่คบกรามแน่น
“ไม่ต้องไล่ตามมัน!” เฟิงอู๋หลิงหยุดพวกเขาด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว ในขณะที่สีหน้าของเขาดูเย็นชาเป็นพิเศษ “แม้เราจะตามมันทัน แต่เรา… อาจจะไม่สามารถแย่งชิงหม้อจารึกเต๋าโบราณจากมันได้”
เมื่อกล่าวจบ เสียงของเขาก็ทุ้มหนักขึ้นเล็กน้อย
เนื่องเพราะเฉินซีนั้น แท้จริงแล้วกลับสามารถกำจัดสหายของพวกเขาด้วยกระบวนท่าเดียว และยังสามารถถอนตัวจากการต่อสู้อย่างได้ง่ายดาย ทั้งที่เผชิญกับการผสานโจมตีของพวกเขา
เพียงสิ่งนี้อย่างเดียว ก็ทำให้พวกเขาตระหนักใจได้ ว่าพวกตนคงไม่อาจทำให้เฉินซีทิ้งหม้อจารึกเต๋าโบราณไว้ได้ โดยไม่จ่ายราคาที่สาสมเช่นกัน
“ไม่นึกเลยว่าคนผู้นี้ที่เพิ่งผงาดในแดนเทพโบราณในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่างกะทันหัน จะน่าเกรงกลัวยิ่งกว่าข่าวที่ร่ำลือ” หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะถอนใจเบา ๆ
“ข้ารู้สึกราง ๆ ว่าพลังฝีมือของเจ้าเด็กนี้อาจจะไม่ด้อยไปกว่าศิษย์รุ่นสามของเขาเทพพยากรณ์อย่างกู่เยี่ยนมากนัก” หนึ่งในนั้นกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ไปกันเถอะ เจ้าเด็กนั้นนำหม้อจารึกเต๋าโบราณติดตัวไปด้วย ดังนั้นยิ่งเวลาผ่านไป สถานการณ์ที่มันต้องประสบก็จะยิ่งเลวร้ายลงมากขึ้นเท่านั้น อย่าลืมว่าศัตรูที่แท้จริงของเขาเทพพยากรณ์คือนิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์ ไว้มาดูกันว่ามันจะสามารถยืนหยัดจนกว่าการถกวิถีเต๋าจะสิ้นสุดในสามเดือนนับจากนี้ได้หรือไม่” เฟิงอู๋หลิงหายใจเข้าลึก ๆ และฝืนใจอย่างแข็งขัน แล้วหันหลังกลับเพื่อนำคนอื่น ๆ จากไป
…
ร่างของเฉินซีปรากฏขึ้นอย่างเงียบ ๆ บนภูเขาที่อยู่ห่างไกลโพ้น
“ดูเหมือนว่าต้องใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวังมากกว่านี้ หากต้องการเก็บรักษาหม้อใบนี้ไว้”
“คราวนี้ศิษย์ของสำนักเต๋าสังเกตเห็นมัน และครั้งต่อไปข้าคงไม่โชคดีเช่นนี้”
ย้อนไปก่อนหน้านี้ เหตุผลที่เฉินซีเลือกที่จะถอนตัวนั่น ไม่ใช่เพราะเขาเกรงกลัวอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่า การต่อสู้ติดกับอีกฝ่ายต่อไปนั้นไร้ประโยชน์ ยิ่งกว่านั้น มันจะดึงดูดความสนใจของผู้บ่มเพาะคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย และเมื่อเขาติดอยู่ในวงล้อม ผลที่ตามมาก็จะเลวร้ายยิ่ง
“นับแต่นี้เป็นต้นไป ข้าจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ทั้งยังต้องปลิดชีพศัตรูอย่างรวดเร็ว และไม่อาจให้ปล่อยศัตรูปิดล้อมได้เป็นอันขาด!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ความเด็ดเดี่ยวพลันฉายอยู่ในส่วนลึกของดวงตาเฉินซี
…